Post has attachment
รู้หรือไม่ว่า คนที่ นอน มากกว่า 8 ชั่วโมง เสี่ยงตายเร็ว!

คุณรู้หรือไม่ว่า 
คนที่นอนมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อคืน 
มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตเร็วขึ้น 
และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
และโรคหัวใจอีกด้วย ทั้งนี้คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ศึกษาพฤติกรรมการนอนของ ชาวอเมริกันซึ่งมีอายุระหว่าง 30-102 ปี จำนวนกว่า 1 ล้านคน ภายในระยะเวลา 6 ปี พบว่า คนที่นอน 
8 ชั่วโมงต่อคืน มีแนวโน้มจะเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่ใช้เวลานอน 7 ชั่วโมงต่อคืน มากถึง 12% ส่วนคนที่ นอน มากกว่า 
8 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า 4 ชั่วโมงครึ่งต่อคืน ก็มีแนวโน้มว่า
จะเสียชีวิตเร็วขึ้นมากถึง 15%

…………..สาวๆ คนใดที่ขี้เซาก็ควรรีบลืมตาตื่น ไม่ควรนอนมากจนเกินไป แต่สำหรับสาวคนใดที่นอนน้อยในแต่ละคืนก็อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะการอดนอนหรือนอนน้อยก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน ไม่ว่าจะเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็ง 
โรคเบาหวาน รวมถึง โรคอ้วน อีกด้วย เมื่อรู้อย่างนี้แล้วสาวๆ 
ก็ควรนอนในเวลาที่พอเหมาะ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายใดๆ ด้วย

ที่มาจาก www.womanplusmagazine.com
Photo

Post has attachment
ทำไมแป้นพิมพ์ถึงไม่เรียงตัวอักษร?

การเรียงตัวของตัวอักษรที่เราใช้กันในปัจจุบันเป็นการเรียงแบบที่เรียกกันว่า “คิวเวอร์ตี้” (QWERTY) ซึ่งเป็นการเรียกตามตัวอักษร 6 ตัวแรกของอักษรแถวบนมารวมกันโดยนับจากซ้ายไปขวา

เครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรกผลิตขึ้นที่สหรัฐนั้นเริ่มด้วยการใช้แบบเรียงตัวอักษรตามลำดับ ซึ่งเครื่องพิมพ์ดีดสมัยก่อนจะมีก้านพิมพ์ ที่ส่วนปลายจะมีอักษรกลับด้านสลักอยู่ เมื่อเราพิมพ์อักษร ก้านพิมพ์ของอักษรที่เรากดก็จะถูกดีดขึ้นมาและพิมพ์อักษรลงบนกระดาษ

การจัดเรียงตามลำดับอักษรแบบนี้ทำให้ผู้พิมพ์สามารถพิมพ์ได้ง่ายและเร็ว ซึ่งก็น่าจะเป็นข้อดี แต่มันก็มีข้อจำกัด ด้วยเหตุที่ว่าเราพิมพ์เร็วเกินไป จึงกลายเป็นปัญหาแทน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทำให้ก้านพิมพ์ขัดกันบ่อยอยู่บ่อยๆ ทำให้ต้องเสียเวลาเอามือไปแยกมันออกจากกัน

และเพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ วิศวกรที่มีชื่อว่า คริสโตเฟอร์ ลาแธม โชลส์ ก็ได้ทำการศึกษาและจัดลำดับอักษรเสียใหม่ ด้วยการแยกอักษรที่มักใช้ผสมกันเป็นคำให้อยู่ห่างจากกันคนละฝั่ง เพื่อที่ว่าจะทำให้พิมพ์ได้ช้าลงเล็กน้อย ก้านพิมพ์จะได้ไม่พันกัน

ในเวลาต่อมา มีผู้ที่พยายามจะหาวิธีจัดเรียงใหม่เพื่อที่จะทำให้มันเร็วขึ้น ซึ่งแบบนึงที่ได้รับความนิยมก็คือ “ดีโวแร็ค” (DVORAK) แต่มันกลับไม่เป็นที่นิยมเหมือนแบบ “คิวเวอร์ตี้” เนื่องจากชินกับแบบเก่าแล้ว เราก็เลยใช้การเรียงแบบ “คิวเวอร์ตี้” กันมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนแป้นพิมพ์ไทยที่เราใช้ในปัจจุบัน เรียกว่า “เกษมณี” ซึ่งก็คืออันเดียวกันกับ “คิวเวอร์ตี้” ชื่อนี้ได้รับการตั้งตามนามสกุลของผู้ออกแบบ ซึ่งก็ใช้เวลานาน 7 ปีในการค้นคว้าและทำแป้นพิมพ์นี้จนสำเร็จ และก็เช่นเดีนวกับแบบฝรั่ง เราก็ได้พัฒนาแป้นพิมพ์แบบที่สองที่ชื่อว่า “ปัตตะโชติ” หรือแบบ “ดีโวแร็ค” แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักจึงกลับมาใช้แบบ “เกษมณี” อย่างเดิม
Photo

Post has attachment
แท่งเรืองแสงเปล่งแสงสว่างได้ยังไง?
การเรืองแสงแบบนี้ เราเรียกว่า “Chemiluminescence” ซึ่งก็คือ การเปล่งแสงที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี โดยที่ในกระบอกพลาสติกนี้มีสารเคมีอยู่
ภายนอกของแท่งเรืองแสงจะเป็นพลาสติก ส่วนใหญ่มักจะเป็นทรงกระบอก
ภายในจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกก็คือ หลอดแก้วขนาดเล็กที่อยู่แกนกลาง ภายในบรรจุสารละลายไฮโดรเจนเปอออกไซด์
ส่วนที่สองก็คือ สารละลาย “ฟินิล ออกซาเลท เอสเทอร์” (phenyl oxalate ester) และสารเรืองแสงที่ล้อมรอบหลอดแก้วอยู่
เวลาใช้เราก็แค่งอแท่งเรืองแสงนี้ แก้วตรงกลางที่อยู่ข้างในก็จะแตกออก สารทั้งสองชนิดนี้ก็จะไหลมารวมกัน เม็ดสีก็จะเปล่งแสงออกมา เกิดเป็นพลังงานชั่วขณะ เป็นแสงที่ไม่มีความร้อน
ในสภาวะทั่วไปมันสามารถสว่างอยู่ได้หลายชั่วโมง เฉลี่ยประมาณ 8-12 ชั่วโมง แต่ประสิทธิภาพของแท่งเรืองแสงนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิด้วยเช่นกัน
ถ้าเราเอาแท่งเรืองแสงไปแช่น้ำร้อนก่อนใช้งาน ความสว่างมันก็จะมากขึ้นแต่ระยะเวลาในการเปล่งแสงก็จะสั้นลง เนื่องจากความร้อนจะทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีมีมากขึ้นและเร็วขึ้น
ในทางกลับกันถ้าอยากให้ใช้ได้นานๆ เราก็เอามันไปแช่เย็นแต่ความสว่างก็จะน้อยลงด้วยเช่นกัน
รู้หรือไม่ ?
นักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นการเรืองแสงนี้ได้จากการสังเกตกลไกการเรืองแสงทางชีวภาพ ซึ่งก็คือหิ่งห้อยนั่นเองครับ นอกจากนี้ก็ยังมีแมงกระพรุน และเห็ดราบางชนิดอีกด้วย
‪#‎แท่งเรืองแสง‬ ‪#‎Chemiluminescence‬ ‪#‎ไฮโดรเจนเปอออกไซด์‬ ‪#‎พลังงาน‬ ‪#‎แสงสว่าง‬ ‪#‎ของเล่นวิทยาศาสตร์‬ ‪#‎ปฏิกิริยาเคมี‬ ‪#‎ฟินิลออกซาเลทเอสเทอร์‬ ‪#‎รู้หรือไม่‬ ‪#‎DidYouKnow‬
Photo

Post has attachment
รู้หรือไม่ว่า ทานผัก และ ผลไม้ ช่วยอะไรบ้าง (ดูแลตัวเองง่ายๆที่บ้านจ้าาาา)
Photo

Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Did you know? คุณรู้หรือไม่ว่า... การย่อยสลายตามธรรมชาติของขยะใช้เวลานานเท่าไร  ตามนี้ค่ะ...

เศษกระดาษ   ใช้เวลาย่อยสลาย    2 - 5  เดือน

 เปลือกส้ม  ใช้เวลาย่อยสลาย  6 เดือน

ถ้วยกระดาษเคลือบ  ใช้เวลาย่อยสลาย  5  ปี  

ก้นบุหรี่   ใช้เวลาย่อยสลาย  12  ปี

รองเท้าหนัง   ใช้เวลาย่อยสลาย   25 – 40  ปี      
กระป๋องอลูมิเนียม  ใช้เวลาย่อยสลาย   80 -100  ปี

ถุงพลาสติก ใช้เวลาย่อยสลาย   6  เดือน - 450  ปี

ผ้าอ้อมเด็กชนิดสำเร็จรูป   ใช้เวลาย่อยสลาย  500   ปี

โฟม  ใช้เวลาย่อยสลายยาวนานจนไม่อาจคำนวณได้  (ยาวนานจวบสิ้นชีวิตคุณ)

รู้แล้ว...ช่วยกันหาวิธีลดขยะ  เพื่อลดภาวะโลกร้อน  แล้วอย่าลืมรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกเราด้วยนะคะ....

Post has attachment
คุณรู้หรือไม่ว่า...CEO ของ บริษัท Apple มีเงินเดือน ปีละเท่าไหร่ ???
Wait while more posts are being loaded