Post has attachment
ยอบ้าน

ยอ,ตาเสือ,มะตาเสือ (เหนือ)

Morinda citrifolia Linn. RUBIACEAE

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นมักไม่ตรง สีน้ำตาลเทาเรียบ ใบเดี่ยวออกเป็นคู่รูปไข่ โคนและปลายแหลม ยาวราว 15-20ซม. สีเขียวเข้มมันขอบเรียบ ก้านอ่อน เป็นรูปสี่เหลี่ยม ดอกเล็กๆออกเป็นช่อตามง่ามใบ สีขาว ผลรวมกลมมีตารอบเป็นตุ่มๆสีเขียว สุกสีเหลือง เมล็ดเป็นสีน้ำตาลไหม้ ปลูกเป็นอาหาร ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

สรรพคุณ

ใบ รสเฝื่อนขม ค้ันเอาน้ำสระผมฆ่าเหา ทาแก้ปวดข้อนิ้วมือ น้ิวเท้า ใบสดย่างไฟหรือปรุงยาประคบ แก้ปวดบวมอักเสบ แก้โรคเกาต์ ต้มดื่มแก้ไข้ บำรุงธาตุ

ดอก รสเฝื่อน ปรุงยาแก้วัณโรค

ลูกดิบ รสร้อนปร่า ต้มดื่ม แก้คลื่นเหียนอาเจียน เผาเป็นถ่านผสมเกลือเล็กน้อย อมแก้เหงือกเปื่อยเป็นขุมบวม ต้มดื่มขับโลหิตระดู ขับเลือดลม ลมในลำไส้ ขับผายลม บางตำราใช้รักษาอาการกรดไหลย้อนได้ด้วย 

ต้น รสเฝื่อน ปรุงยาแก้วัณโรค

ราก รสเฝื่อน ระบายท้อง
Photo

Post has attachment
ผักแว่น
Oxalis corniculata L.
Oxalidaceae
ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ขนาดเล็ก สูงถึง 12-15 ซม. มีรากออกตามข้อ หูใบมีขนาดเล็ก ใบประกอบมี 3 ใบย่อย แผ่นใบรูปรีแกมรูปหัวใจกลับ แต่ละใบย่อยกว้างประมาณ 1-1.2 ซม. เป็นแฉกยาวเกือบถึงกึ่งหนึ่งของแผ่นใบ ก้านใบยาว 1-2 ซม. ดอกออกเป็นช่อ มี 1-5 ดอก ก้านช่อดอกยาวได้ถึงประมาณ 2 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง รูปใบพายแกมขอบขนาน ยาว 0.3-1 ซม. มีก้านกลีบ ผลแคปซูล รูปทรงกระบอกแคบๆ ยาว 1-2 ซม. มี 5-11 เมล็ด

ผักแว่นมีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วโลก ขึ้นตามที่โล่งเป็นวัชพืช จนถึงระดับความสูงประมาณ 1500 เมตร ทุกส่วนของต้นใช้เป็นสมุนไพรหลายอย่าง ในหลายตำรับ โดยเฉพาะน้ำสกัดจากใบ 
หมายเหตุ  ใบประกอบแบบ 3 ใบย่อย คล้ายกับใบต้น shamrock ทที่เป็นสัญลักษณ์ประเทศไอร์แลนด์ 
ชื่อสามัญ  Indian Sorrel, Yellow Wood Sorrel, Yellow Oxalis 
ชื่ออื่น   เกล็ดหอยจีน, ผักแว่นเมืองจีน, ส้มกบ (ภาคกลาง); สังส้ม (แพร่); ส้มสังกา, ส้มสามตา (เชียงใหม่); ส้มดิน, หญ้าตานทราย (แม่ฮ่องสอน). 
เคดิตจาก http://web3.dnp.go.th/botany/detail.aspx?words=%BC%D1%A1%E1%C7%E8%B9&typeword=group
Photo
Photo
2013-05-20
2 Photos - View album

Post has attachment
ครอบฟันสี
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Abutilon indicum (L.) Sweet

ชื่อสามัญ :   Country mallow, Indian mallow

วงศ์ :   Malvaceae

ชื่ออื่น :  ครอบ ครอบจักรวาฬ ตอบแตบ บอบแปบ มะก่องเข้า (พายัพ) ก่อนเข้า (เชียงใหม่) โผงผาง (โคราช ) ครอบตลับ หญ้าขัดหลวง หญ้าขัดใบป้อม ขัดมอนหลวง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  เป็นพรรณไม้พุ่ม ลำต้นสูงไม่เกิน 5 ฟุต และจะเป็นขนสีขาวนวล ใบจะกลมและโตประมาณ 7 ซม. ใบค่อนข้างหนาจะมีขนสีขาวนวล ดอกจะโตประมาณ 2-3 ซม. เป็นดอกสีเหลือง ผลนั้นจะมีลักษณะกลมเป็นกลีบๆ คล้ายฟันสีที่ใช้สีข้าวแต่ชนิดนี้ผลจะเป็นรูปตูมๆ ไม่บานอ้า เหมือนชนิดอื่น 
ส่วนที่ใช้ :  ทั้งต้น ราก และเมล็ด เก็บในฤดูร้อนและฤดูหนาว ตัดทั้งต้น ล้างสะอาด ตากแห้งเก็บไว้ใช้

สรรพคุณ :
ทั้งต้น - รสชุ่ม สุขุม ไม่มีพิษ ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ท้องร่วง หูอื้อ หูหนวก แผลบวมเป็นหนอง โรคเรื้อน ปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น คางทูม ขับลม เลือดร้อน
ราก - รสจืด ชุ่ม เย็น ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ไอ หูหนวก หูชั้นกลางอักเสบ เหงือกอักเสบ คอตีบ ปวดท้อง ท้องร่วง ริดสีดวงทวาร ขับปัสสาวะ
เมล็ด - ใช้แก้บิดมูกเลือด ฝีฝักบัว
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
ทั้งต้นแห้ง 30- 60 กรัม ต้มน้ำดื่มหรือตุ๋นกับเนื้อไก่รับประทาน ใช้ภายนอก ตำพอก
รากแห้ง 10- 15 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ตำพอก หรือต้มน้ำชะล้าง
เมล็ดแห้ง 3.2 กรัม บดเป็นผงรับประทาน วันละ 3 ครั้ง
ตำรับยา :
แก้ผื่นคัน เนื่องจาการแพ้ 
ใช้ทั้งต้นแห้ง 30 กรัม ผสมกับเนื้อหมู (ไม่เอามัน) พอประมาณ ตุ๋นน้ำรับประทาน
แก้ริดสีดวงทวาร 
ใช้ราก 150 กรัม ต้มเอาน้ำข้นๆ ดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา ที่เหลืออุ่นเอาไอรมที่ก้นพออุ่นๆ ทนได้ ใช้รมวันละ 5-6 ครั้ง เอาน้ำอุ่นๆ ชะล้างแผล
แก้หกล้ม เป็นบาดแผลหรือร่างกายอ่อนแอ ไม่มีกำลัง 
ใช้รากแห้ง 60 กรัม ต้มกับขาหมู 2 ขา ผสมกับเหล้าเหลือง 60 กรัม ต้มน้ำรับประทาน
แก้ข้อมือข้อเท้าอักเสบ หรือแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ 
ใช้รากแห้ง 30 กรัม ผสมน้ำ และเหล้าอย่างละเท่าๆ กัน ตุ๋นรับประทาน
แก้คอตีบ 
ใช้รากสด 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรืออาจะเพิ่มรากหญ้าพันงู ( Achyranthes aspera L. A. Bidentata BL., A.longiforia Mak. ) สด กับรากว่านหางช้าง ( Belamcanda. Chinensis DC. ) สด พอสมควร ตำคั้นเอาน้ำมามาผสมกับปัสสาวะให้เด็กรับประทาน
แก้หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง 
ใช้รากแห้ง 15- 30 กรัม ข้าวเหนียว 1 ถ้วย หรือเนื้อหมูไม่ติดมัน หรือเต้าหู้แทนก็ได้ ในปริมาณสมควร ต้มน้ำรับประทาน
ใช้แก้รากฟันเน่าเป็นหนอง 
ใช้รากแห้ง 15 กรัม ผสมน้ำตาลแดงพอสมควร ต้มน้ำดื่มหรือใช้รากแห้ง แช่น้ำส้มสายชู 1 ชั่วโมง แล้วเอาผ้าห่ออมไว้ในปากบ่อยๆ
แก้บิดมูกเลือด 
ใช้เมล็ดคั่วให้เกรียม บดเป็นผง รับประทานพร้อมกับน้ำผึ้ง ครั้งละ 3.2 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
แก้ฝีฝักบัว 
ใช้เมล็ด 1 ช่อ บดเป็นผงชงน้ำสุกอุ่นๆ รับประทานแล้วเอาใบสดตำผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลแดง พอกที่แผล
สารเคมี :
ทั้งต้น มี Flavonoid glycoside, Phenols, Amino acids, น้ำตาล (พวก Flavonoid glycoside มี Gossypin, Gossypitrin, Cyanidin-3-rutinoside)
ใบ มี Mucilage, Tannins, Organic acid, Traces of asparagin และเถ้าที่ประกอบด้วย Alkaline sulphates, Chlorides, magnesium phosphate และ Calcium carbonate
ราก มี Asparagin
เมล็ด มีไขมันประมาณ 5% fatty acid ซึ่งมี Oleic acid 41.3% Linoleic acid 26.67% Linolenic acid 6.8% Stearic acid 11.17% Palmitic acid 5.08% Non-saponified matter ประมาณ 1.77% (ซึ่งเป็นพวก Sitosterol)
กากเมล็ด ประกอบด้วย Raffinose (C18  H32  O16)
ข้อมูลจากhttp://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_17_1.htm
Photo
Photo
2013-05-20
2 Photos - View album

Post has attachment
ไมยราบ

ระงับ,หญ้าระงับ,หญ้าจิยอบ,หญ้าป้ันยอด (เหนือ) ก้านของ (โคราช) ,กะเสดโคก (หนองคาย),กะหงับ , หญ้างับ (ใต้) หงับพระพาย (ชุมพร)

Sensitive Plant 
Mimosa pudica Linn.
LEGUMINOSAE

เป็นไม้เถาเลื้อยตามผิวดิน ยอดชูต้ังสูงราว1ฟุต ต้นสีแดง ใบประกอบมีใบย่อย4ใบ ใบย่อยเป็นใบใบประกอบแบบขนนกถี่ๆรูปไข่ยาวเล็ก หุบได้เมื่อส่ันสะเทือน ดอกช่อเป็นพู่กลม สีชมพูม่วง ก้านช่อยาว ฝักแบบยาวโค้งออกเป็นกระจุก เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่า ริมทางทั่วๆไป

สรรพคุณ 

ใบ รสขมเฝื่อนเล็กน้อย ตำพอกแก้ปวดบวม แผลฝีหนอง แผลเรื้อรังต่างๆ ต้มหรือชงดื่มแก้บิด บำรุงร่างกาย ขับน่ิว

ทั้งต้น รสขมเฝื่อนเล็กน้อย ต้มดื่มแก้ไข้ แก้นอนไม่หลับ แก้ตานขโมย แก้ตาบวม แก้กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ แก้หัด ผื่นคันตามตัว แก้แผลฝี บำรุงน้ำนม ขับน้ำนม ขับปัสสาวะ แก้กระษัย ไตพิการ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ แก้ระดูขาว

ราก รสเฝื่อน แก้ไอ ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ปวดข้อ แก้กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ระงับประสาท ทำให้ตาสว่าง..
Photo

Post has attachment
ผักชีลาว

สรรพคุณ / ประโยชน์ของผักชีลาว
ผลแก่ : นำผลแก่แห้งของผักชีลาวบดให้เป็นผงชงกับน้ำดื่มวันละ 4-5 แก้ว แก้อาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลม ใช้ต้นสดของผักชีลาวผสมกับนมให้เด็กอ่อนดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้เช่นกัน ส่วนน้ำมันมักใช้ผสมในยาย่อยอาหาร ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

ทั้งต้น : แก้บวม แก้เหน็บชา ขับเหงื่อ เมล็ด ทำให้ผายลมและเรอ แก้หอบ บำรุงปอด แก้ไอ แก้ลมที่ทำให้สะอึก แก้ลมวิงเวียน แก้อาเจียน ผล ขับลม แก้ไอ แก้หอบหืด และแก้คลื่นไส้อาเจียน ใบ มีผลดีต่อกระเพาะ ม้าม และตับ มีวิตามินเอ ช่วยการทำงานของกระเพาะ
วิธีใช้ในการประกอบอาหาร
ใบสดและใบแห้งใช้โรยบนอาหารประเภทปลาเพื่อดับกลิ่นคาว เมล็ดก่อนนำมาประกอบอาหารควรบดก่อน โดยนิยมโรยบนสลัดผักและมันฝรั่งบดเพื่อเพิ่มรสชาติ นอกจากนี้น้ำมันผักชีลาวยังใช้แต่งกลิ่นผักดอง น้ำซอส สตู ขนมหวาน เครื่องดื่มและเหล้า.
Photo

Post has attachment
เสลดพังพอนตัวผู้ (ซองระอา)
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Barleria lupulina Lindl.

ชื่อสามัญ :   Hop Headed Barleria

วงศ์ :   ACANTHACEAE

ชื่ออื่น :  พิมเสนต้น (ภาคกลาง) ทองระอา ช้องระอา ลิ้นงูเห่า เสลดพังพอนตัวผู้ (กรุงเทพฯ) คันชั่ง (ตาก) อังกาบ อังกาบเมือง (ไทย) ก้านชั่ง (พายัพ) 
ชื่อภาษาอังกฤษ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร มีหนามแหลมยาว ข้อละ 2 คู่ ถึง 3 คู่กิ่งก้าน ก้านใบสีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม เส้นกลางใบแดง ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง ช่อดอกยาว 8 ซม. มีใบประดับสีน้ำตาลแดง ค่อนข้างกลม กลีบดอกสีส้ม ผลเป็นฝักรูปไข่ 
ส่วนที่ใช้ : ราก ใบ ส่วนทั้ง 5

สรรพคุณ :

ราก  -  แก้ตาเหลือง หน้าเหลือง เมื่อยตัว กินข้าวไม่ได้ แก้เจ็บท้อง แก้ผิดอาหาร ถอนพิษงู พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ปวดฟัน  

ใบ - ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ลมพิษ รักษาเม็ดผื่นคันตามผิวหนัง แก้โรคเบาหวาน แก้ปวดแผล แผลจากของมีคมบาด แก้โรคฝีต่างๆ รักษาโรคคางทูม แก้โรคไฟลามทุ่ง แก้ขยุ้มตีนหมา แก้โรคงูสวัด รักษาโรคเริม ถอนพิษจากเม็ดตุ่มฝีดาษ รักษาโรคฝีดาษ แก้ฟกช้ำ แก้ช้ำบวมเนื่องจากถูกของแข็ง ถอนพิษไข้ พิษไข้ทรพิษ แก้ปวดฟัน เหงือกบวม แก้ริดสีดวงทวาร แก้ยุงกัด แก้พิษไฟลวกน้ำร้อนลวก แก้ปวดจากปลาดุกแทง

ส่วนทั้ง 5 - ใช้เหมือนเสลดพังพอนตัวเมีย และใช้แทนเสลดพังพอนตัวเมียได้ แต่ใบเสลดพังพอนตัวเมียมีรสจืด ใบเสลดพังพอนตัวผู้มีรสขมมาก และเสลดพังพอนตัวผู้มีฤทธิ์อ่อนกว่าเสลดพังพอนตัวเมีย

วิธีและปริมาณที่ใช้ :
          ใช้เหมือนเสลดพังพอนตัวเมียทุกอย่าง
สารเคมี : 
          ต้น  พบ Iridiod glycoside, Acetyl barlerin , Barlerin, Shanzhiside methyl ester.
ข้อมูลจาก
http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_20_7.htm
Photo

Post has attachment
ผกากรอง 
ผกากรอง ( กลุ่มยารักษา เหา หิด จี๊ด )
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Lantana camara  L.

ชื่อสามัญ :   Weeping Lantana, White Sage, Cloth of gold

วงศ์ :  Verbebaceae

ชื่ออื่น :  ก้ามกุ้ง Kam kung, เบญจมาศป่า  (Central); ขะจาย  ตาปู, มะจาย Ma chai (Mae Hong Son); ขี้กา (Prachin Buri); คำขี้ไก่ (Chiang Mai)); ดอกไม้จีน (Trat); เบ็งละมาศ, สาบแร้ง (Northern); ไม้จีน  (Chumphon); ยี่สุ่น  (Trang); สามสิบp (Chanthaburi); หญ้าสาบแร้ง  (Central, Northern)จีน ยี่สุ่น สามสิบ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่ม ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม มักมีขน ขอบใบหยัก สาก ด้านท้องใบมีขน ดอกเป็นดอกช่อเรียงตัวเป็นรูปกลม มีสีต่างๆ ตั้งแต่สีขาว เหลืองนวล หรืออาจเป็นสองสี ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นเป็นสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ ภายในมี 2 เมล็ด (1)

ส่วนที่ใช้ : ใบ ดอก ราก เก็บได้ตลอดปี ใช้สด หรือตากแห้งเก็บไว้ใช้

สรรพคุณ :

ใบ  -  รสขม เย็น ใช้แก้บวม ขับลม แก้แผลผื่นคันเกิดจากชื้น หิด

ดอก - รสชุ่ม จืด เย็น ใช้แก้อักเสบ ห้ามเลือด แก้วัณโรค อาเจียนเป็นเลือด แก้ปวดท้องอาเจียน แก้ผื่นคันที่เกิดจากชื้น และรอยฟกช้ำที่เกิดจากการกระทบกระแทก

ราก  -  แก้หวัด ปวดศีรษะ ไข้สูง ปวดฟัน คางทูม ฟกช้ำที่เกิดจากการกระทบกระแทก

วิธีและปริมาณที่ใช้

ใบสด - 15-30 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ตำพอกหรือคั้นเอาน้ำผสมเหล้าทา หรือต้มน้ำชะล้างบริเวณที่เป็น

ดอกแห้ง - 6-10 กรัม ต้มน้ำดื่ม

รากสด - 15-30 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ต้มน้ำอมบ้วนปาก แก้ปวดฟัน

ข้อห้ามใช้ : หญิงมีครรภ์ห้ามดื่ม
เคดิตจากhttp://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_22_7.htm
Photo

Post has attachment
มะข้าว...(ฟักข้าว)....
ในประเทศไทยนิยมนำเอาผลอ่อนของฟักข้าวปรุงเป็นอาหารได้หลาย อย่าง เช่น ทำแกงเลียง แกงกะทิ หรือต้มราดกะทิจิ้มกับน้ำพริกรสชาติอร่อยมาก เมื่อรับประทานแล้วสามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายตอนเป็นไข้หรือร้อนในได้ และ ทางสมุนไพรไทย ใบ แก้ไข้ ตัวร้อน ถอนพิษอักเสบ ตำพอกแก้ปวดหลัง แก้ฝี แก้พิษต่างๆ เมล็ด คั่วให้กรอบกินเป็นยาบำรุงปอด แก้ฝีในปอด แก้ไอ ขับปัสสาวะ ราก ต้มน้ำดื่มถอนพิษทั้งปวง ถอนพิษไข้ ขับเสมหะ
ปัจจุบัน มีงานวิจัยในหลายประเทศยืนยันว่า ผล ของฟักข้าวทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นของไทย หรือฟักข้าวของเวียดนาม ผล อุดมไปด้วยสาร ไลโคฟิน สูงมาก เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น คือ 380 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักผล ในขณะที่มะเขือเทศสุกมีเพียง 31 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักผล ซึ่งจะสูงกว่าถึง 70 เท่า และมีสาร เบต้าแคโรทีน มากกว่าแครอท ถึง 10 เท่า สารดังกล่าวมีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน มีประสิทธิภาพในการรักษา และ ยับยั้ง การเจริญของก้อนมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และ ยับยั้งการเจริญของเชื้อ เอชไอวี หรือเอดส์ซึ่ง มหาวิทยาลัยมหิดลมีงานวิจัยและจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว
ฟักข้าว เป็นไม้เถาเลื้อยพัน มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ใบรูปหัวใจหรือรูปไข่ กว้างยาวเท่ากันประมาณ ๖-๑๕ เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก ๓-๕ แฉก
ดอกเป็นดอกเดี่ยวพบที่ซอกใบ ต้นแยกเพศอยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ตรงกลางมีสีน้ำตาลแกมม่วง ใบประดับมีขน
ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้อง ถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือแยกรากปลูก 
Photo

Post has attachment
มะระขี้นก
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Momordica charantia  L.
ชื่อสามัญ :   Bitter Cucumber, Balsum Pear
วงศ์ :  Cucurbitaceae
ชื่ออื่น :  ผักไห่ มะไห่ มะนอย มะห่วย ผักไซ (เหนือ) สุพะซู สุพะเด (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มะร้อยรู (กลาง) ผักเหย (สงขลา) ผักไห (นครศรีธรรมราช) ระ (ใต้) ผักสะไล ผักไส่ (อีสาน) โกควยเกี๋ยะ โควกวย (จีน) มะระเล็ก มะระขี้นก (ทั่วไป)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
เป็นไม้เลื้อยพันต้นไม้อื่น มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยมมีขนปกคลุม ใบเดี่ยว ออกสลับลักษณะคล้ายใบแตงโมแต่เล็กกว่า มีสีเขียวทั้งใบ ขอบใบหยัก เว้าลึก มี 5-7 หยัก ปลายใบแหลม ออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ สีเหลืองอ่อน มี 5 กลีบ เกสรมีสีเหลืองแก่ถึงส้ม กลีบดอกบาง ช้ำง่าย ผลเดี่ยว รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีปุ่มยื่นออกมา ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองถึงส้ม ผลแก่แตกอ้าออก เมล็ดสุกมีสีแดงสด รูปร่างกลมแบน 
ส่วนที่ใช้ : ราก เถา ใบ ดอก ผลและเมล็ด ใช้สดหรือตากแห้งเก็บไว้ใช้ ผลอาจเก็บมาหั่นเป็นท่อนๆ ตากแห้งเก็บไว้ใช้
ลักษณะยาแห้ง : เนื้อผลแห้งมีลักษณะเป็นท่อนยาวกลม เนื้อหนาประมาณ 2-8 มม. ยาว 3-15 ซม. กว้าง 0.4-2 ซม. ทั้งแผ่นมีรอยย่นขรุขระ ผิวเปลือกสีเทาออกน้ำตาล ระหว่างกลางอาจมีเมล็ด หรือรอยของเมล็ดที่ร่วงไปแล้ว เนื้อแข็งหักง่าย รสขมเล็กน้อย ยาที่ดีควรมีผิวนอกสีเขียว เนื้อในสีขาว เป็นแผ่นบางมีเมล็ดติดมาน้อย
สรรพคุณ :
ผลแห้ง - รักษาโรคหิด
ผล - รสขม เย็นจัด ใช้แก้ร้อน ร้อนในกระหายน้ำทำให้ตาสว่าง แก้บิด ตาบวมแดง แผลบวมเป็นหนอง ฝีอักเสบ
เมล็ด - รสขม ชุ่ม ไม่มีพิษ แก้วัวถูกพิษใช้คั้นเอาน้ำให้กิน เป็นยากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เพิ่มพูนลมปราณ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง
ใบ - แก้โรคกระเพาะ บิด แผลฝีบวมอักเสบ ขับพยาธิ
ดอก - รสขม เย็นจัด ใช้แก้บิด
ราก - รสขม เย็นจัด ใช้แก้ร้อน แก้พิษ บิดถ่ายเป็นเลือด แผลฝีบวมอักเสบ และปวดฟัน
เถา - รสขม เย็นจัด ใช้แก้ร้อน แก้พิษ บิดฝีอักเสบ ปวดฟัน
วิธีและปริมาณที่ใช้
ผลสด - ต้มรับประทาน ครั้งละ 6-15 กรัม หรือผิงไฟให้แห้ง บดเป็นผงรับประทาน ใช้ภายนอก ตำคั้นเอาน้ำทาหรือพอก
เมล็ดแห้ง - 3 กรัม ต้มน้ำดื่ม
ใบสด - 30-60 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรือใบแห้งบดเป็นผงรับประทาน ใช้ภายนอกต้มเอาน้ำชะล้าง กอก หรือคั้นเอาน้ำทา
รากสด - 30-60 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ต้มเอาน้ำชะล้าง
เถาแห้ง - 3-12 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ต้มเอาน้ำชะล้าง หรือตำพอก
ข้อห้ามใช้ : พวกที่ม้ามเย็นพร่อง กระเพาะเย็นพร่อง เมื่อรับประทานเข้าไปจะอาเขียน ถ่ายท้องปวดท้อง
ตำรับยา
แก้ไข้ที่เกิดจากกระทบความร้อน
ใช้ผลสด 1 ผล ควักไส้ในออกใส่ใบชาเข้าไปแล้วประกบกันน้ำไปตากแห้งในที่ร่ม รับประทานครั้งละ 6-10 กรัม โดยต้มน้ำดื่มหรือชงน้ำดื่มต่างชาก็ได้
แก้ร้อนในกระหายน้ำ
ใช้ผลสด 1 ผล ขูดไส้ในออก หั่นฝอยต้มน้ำดื่ม
แก้บิด ใช้น้ำคั้นจากผลสด 1 แก้ว ผสมน้ำดื่ม
- แก้บิดเฉียบพลัน ใช้ดอกสด 20 ดอก ตำคั้นเอาน้ำมาผสมน้ำผึ้งพอสมควรดื่ม บิดถ่ายเป็นเลือด ก็เพิ่มข้าวแดงเมืองจีน (อั่งคัก Monascus pur-pureus, Went.) อีก 2-3 กรัม บิดมูกให้เพิ่มอิ๊ชั่ว (ยาสำเร็จรูปชนิดหนึ่ง) 10 กรัม ผสมน้ำสุกรับประทาน
- แก้บิดปวดท้อง ถ่ายเป็นเมือกๆ ใช้รากสด 60 กรัม น้ำตาลกรวด 60 กรัม ต้มน้ำดื่ม ถ่ายเป็นเลือด ใช้รากสด 120 กรัม ต้มน้ำดื่ม
- แก้บิดถ่ายเป็นมูกเลือดหรือเลือด ใช้เถาสด 1 กำมือ แก้บิดมูก ใส่เหล้าต้มดื่ม แก้บิดเลือด ให้ต้มน้ำดื่ม
แก้แผลบวม  ใช้ผลสดตำพอก
แก้ปวดฝี  ใช้ใบแห้ง บดเป็นผงชงเหล้าดื่มแก้ฝีบวมปวดอักเสบ ใช้ใบสดตำคั้นเอาน้ำทาบริเวณที่เป็นหรือใช้รากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำพอก
แผลสุนัขกัด ใช้ใบสดตำพอก
แก้ปวดฟัน  ใช้รากสดตำพอก
ขับพยาธิ  ใช้ใบสด 120 กรัม ตำคั้นเอาน้ำดื่ม นอกจากนี้ยังใช้เมล็ด 2-3 เมล็ด รับประทานขับพยาธิตัวกลม
แก้คัน แก้หิดและโรคผิวหนังต่างๆ  ใช้ผลแห้งบดเป็นผง ใช้โรยแผลแก้คันหรือทำเป็นขี้ผึ้ง ใช้ทาแก้หิดและโรคผิวหนังต่างๆ
สารเคมีที่พบ
ผล  มี Charanthin (b - Sitosterol b - D - glucoside กับ 5,25 stigmastadien 3b - ol -b - D - Glucoside), Serotonin และ Amino acids เช่น Glutamic acid, Alanine,  b - Alanine Phenylalanine, Proline,  a - Aminobutyric acid, Citrulline,  Galacturonic acid
เมล็ด มีความชื่น 8.6%  เถ้า 21.8% Cellulose 19.5%  เถ้าที่ละลายน้ำ 16.4% ไขมัน 31.0 % (ประกอบด้วย Butyric acid 1.8%  Palmitic acid 2.8%, Stearic acid 21.7%  Oleic acid 30%,  a - Elaeostearic acid 43.7%, Momordicine, Protein
ใบสด มี Momordicine
ข้อมูลจากhttp://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_22_3.htm
Photo

Post has attachment
โรสฮิป ผลกุหลาบ

หลายท่านอาจจะแปลกใจ อะไรคือ ผลกุหลาบ เคยเห็นแต่ดอกกุหลาบ ไม่รู้จักผลกุหลาบ ?
โรสฮิป หรือ ผลกุหลาบ ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่นิยมในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เพราะมีวิตามินซีสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น และอุดมไปด้วยวิตามินเอ (รวมถึงสารจำพวกไลโคปีน และเบต้า-แคโรทีน) วิตามินบีต่างๆ วิตามินดี วิตามินอี น้ำตาลฟรัคโตส กรดซิตริค กรดมาลิค โปแทสเซียม สังกะสี เหล็ก แมกนีเซียม และไบโอฟลาโวนอยด์ ทั้งหมดนี้เป็นแร่ธาตุที่สาคัญต่อกระบวนการทำงานของร่างกายในการต่อต้าน อนุมูลอิสระ

ผลกุหลาบกับอาหาร:
เป็นที่ทราบกันว่าคนพื้นเมืองอเมริกันนำกุหลาบและผลกุหลาบมาทำอาหารมาเนิ่นนานหลายศตวรรษแล้ว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คนอังกฤษมีการระดมปลูกกุหลาบเพื่อนำผลกุหลาบมาทำอาหารกันเป็นจำนวนมากเนื่อง จากผลกุหลาบมีวิตามินซีมากและในช่วงนั้นผลไม้รสเปรี้ยวเช่นส้มขาดแคลนไม่ สามารถนำเข้าประเทศได้ทำให้ต้องใช้ผลกุหลาบในการให้วิตามินซีแทน นอกจากนี้ผลกุหลาบยังนำไปทำอาหารได้หลายชนิด เช่นทำแยม ทำเยลลี ทำซุป ทำไวน์และชงเป็นชา

ผลกุหลาบกับสรรพคุณทางยา:
ปีค.ศ 2007 ทีมนักวิจัยชาวเยอรมันและเดนมาร์กได้ทำการศึกษาประโยชน์ของผลกุหลาบต่อการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ในการศึกษาจากจำนวนอาสาสมัครประมาณ 74 คน (ส่วนใหญ่เป็นหญิง)ได้ทำการทดลองเป็นระยะเวลา 6 เดือนโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งรับประทาน placebo หรือยาที่ไม่มีฤทธิ์ทางยาใช้หลอกคนไข้ fake treatment อีกกลุ่มทานผลกุหลาบผลปรากฎว่ากลุ่มที่ทานผลกุหลาบเป็นประจำจำนวน 25 % จะมีอาการปวดลดลงถึง 40 % ส่วนกลุ่มที่ทาน placebo ไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลง

ผลกุหลาบมีประสิทธิภาพดีในการรักษาโรคท้องร่วง และการติดเชื้อโดยเฉพาะการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้ไตแข็งแรง วิตามินซีจากผลกุหลาบช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัด บรรเทาอาการปวดศีรษะ ซึ่งชาวนิวซีแลนด์มีชื่อเสียงมากในการทำน้ำเชื่อมจากผลกุหลาบ ให้เด็กๆรับประทานในหน้าหนาวเพื่อป้องกันไข้หวัด นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบการหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น

จากการศึกษาพบว่าในผลสดมีปริมาณวิตามินซีที่ 1,700 – 2,000 mgs/100g ซึ่งมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ พบว่าทำให้มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่ลดภาวะกดดันที่ก่อให้เกิดการออกซิเดชั่น เป็นตัวร่วมในการทำงานของเอนไซม์ในกระบวนการสังเคราะห์สารต่าง ๆ ที่สาคัญของร่างกาย และเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างคอลลาเจนโดยใช้วิตามินซีเป็น cofactor

โรสฮิปกับเครื่องสำอาง:
น้ำมันสกัดจากผลและ เมล็ดของกุหลาบนิยมนำไปผสมในเครื่องสำอางมากมาย โดยเฉพาะเครื่องสำอางบำรุงผิว เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง กรดไขมันจำเป็น วิตามินแร่ธาตุ รวมทั้งกรดเอเอชเอธรรมชาติ จนมีการขนานนามน้ำมันจาก โรสฮิปหรือผลกุหลาบว่า “The oil of youth”
ในเมืองไทยนั้น กระแสของโรสฮิป ยังไม่แรงเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นฝั่งยุโรปนั้นบูมมานานมากแล้ว
“โรสฮิป” ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง จึงเหมาะกับผู้บริโภคที่ห่วงใยสุขภาพเช่นคุณ
Credit by : F/B Kajitsai Sakuljittajarern +
Photo
Wait while more posts are being loaded