Post has shared content
การเลี้ยงไก่ชนออกตีต้องรู้ไก่ที่เราจะเลี้ยงออกตีชอบชนเชิงไหน แพ้เชิงไหน เวลาชนจริงจะไม่เสียเปรียบ
1. สาดแข้งเปล่า
เชิงสาดแข้งเปล่าของไก่ชนไทยถือเป็นการเอาหนามยอกเอาหนามบ่ง เพราะพม่าจะเน้นการสาดแข้งเปล่าเสียมาก เมื่อสาดแก้มาบ้างทำให้เสียจังหวะและไม่ถนัดตามเชิงของตัวเอง
2. จุ่มหน้าคอ
การจับหน้าคอแล้วสาด ถือเป็นอีกเชิงหนึ่งของไก่ไทยที่ใช้พิชิตไก่พม่า เพราะจังหวะที่พันคู่กันอยู่นั้นหากระยะห่างไม่มากนักไก่พม่าจะทำให้ไม่ค่อยถนัด แต่ถ้าหากไก่ไทย สามารถจะจับคอได้โดยไม่ต้องกอดนั้นจะทำให้ได้เปรียบพม่ายิ่งขึ้น และหากการจับคอของไก่ไทยมีลูกถลันเข้าหาไก่ได้เร็ว ยิ่งเป็นข้อได้เปรียบ การเลี้ยงแบบนี้ไว้ชนกับพม่า จึงจะดีมีลุ้น
3. ปากไวเท้าไว
ถือเป็นหนึ่งเชิงที่ไว้ปราบพม่าเพราะปกติแล้วไก่ไทยจะเสียเปรียบพม่าตรงที่จะต้องจับให้ติดปากก่อนจึจะตีได้ แต่หากไก่ชนไทยตัวไหนสามารถจะจับได้เร็วและบวกกับเท้าไวด้วยแล้วจะช่วยลดข้อเสียเปรียบตรงนี้ได้อย่างดี ยิ่งผสมกับความเร็วในการเข้าประกบชิดตัวได้เร็วกว่ายิ่งจะปราบพม่าได้รวดเร็ว
4. เชิงล็อค
เป็นอีกเชิงหนึ่งที่พม่ากลัว เพราะธรรมชาติไก่พม่าต้องยืนห่าง ๆ ยืนสาดเมื่อโดนล็อคประชิดจะทำอะไรไม่ถูกในทางกลับกันถ้าไก่ไทยเจอ พม่าชักวิ่ง ถอดคอเป็นก็จะเสียเปรียบทันทีเช่นกัน
5. ไก่กอดทับ
ไก่กอดทับจะเป็นเชิงหัวสูงลึก ไก่พม่าจะทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูกถึงขั้นหลงเชิงหงายท้องได้เลย

ทั้งหมดนี้เป็นสาระดี ๆ จาก ส.มีชัย ฟาร์มไก่ชน
Photo

Post has shared content
สังคมวุ่น  ย้อน เอาผลประโยชน์ ความถูกใจ ถูกกิเลส มาอยู่เหนือความถูกต้อง
ผม เข้าใจ ว่า  พระพุทธเจ้า ทรง ไม่ยินดี ในการที่ภิกษุนักบวช ทำการเอาความ ฟ้องร้อง ต่อสู้คดี แบบคนชาวโลก เขาทำกัน ใครมีเจตนาจะทำอย่างชาวโลก ย่อม ฝืนทำอยู่อีก จัดเป็น นักบวชผู้ไม่รู้จักการให้อภัยทาน 
 
หาก พระ ชนะ หรือว่าจะ พ่าย ต่อ คดีความ ก็ตามแต่  
หากศาลให้มีการปรับไหม มีมูลค่าเกินกว่า 5 มาสก ราว ๆ 1 บาทไทยในยุคนี้ จะต้องเข้าข่าย อธิกรณ์ ข้ออาบัติสำคัญ อาจถึงขั้น เข้าข้ออทินนาปาราชิก โน่น  อันนี้ผิดหรือถูกพระวินัย  ครับ

แล้วพระนักบวช ที่ร่วมอนุโมทนา ด้วยอย่างใดตั้งแต่ 1 ไปถึง 3 ทาง มี กาย วาจา จิตใจ ไปร่วมทำกัมม์ การทำแสดงออก ว่า ยินดี รวมทั้ง ร่วมปกป้อง ไปกับ ผู้ต้องอาบัติผิดสำเร็จไปแล้ว  ว่า เก่ง ว่าดี ว่าไม่ผิด  ย่อมจะพลอยต้องอาบัตินั้นไปกับนักบวชผุ้ต้นเรื่อง ต้นเหตุ

กราบขอฝาก พระวินัยธร คือ ผู้เข้าใจ ในข้อ พระพุทธบัญญัติ  ช่วยติติง อธิบายให้ถูกตามพระธัมมวินัย ด้วยเถิด  จะได้ป้องกันไม่ให้เราต้องตกนรกในภายหน้า ภายหลัง
กราบขอสมาอภัยทาน ให้ผมด้วยเถิด  สาธุครับ  หาก ที่ว่ามา มีไป ผิดใจ ขัดต่อผลประโยชน์ ของ บุคคล หมู่คณะ ฝ่ายพวกใด ฯ

Post has shared content
#พระพุทธศาสนาในทัศนะคติของนักปราชญ์

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิสและอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ใน พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก "การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี"

หลังจากที่ไอน์สไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ในปี พ.ศ. 2458 เขาก็กลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยธรรมดานักสำหรับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ในปีต่อ ๆ มา ชื่อเสียงของเขาได้ขยายออกไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ความนิยมในตัวของเขาทำให้มีการใช้ชื่อไอน์สไตน์ในการโฆษณา หรือแม้แต่การจดทะเบียนชื่อ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" ให้เป็นเครื่องหมายการค้า

ตัวไอน์สไตน์เองมีความระลึกถึงผลกระทบทางสังคม ซึ่งมีผลมาจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เขาได้เป็นปูชนียบุคคลแห่งความบรรลุทางปัญญา เขายังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน
PhotoPhotoPhotoPhotoPhoto
ไอสไตน
5 Photos - View album

Post has shared content
🙏....บางทีใจสบายแต่กายไม่สบาย บางทีกายสบายแต่ใจไม่สบาย บางทีสบายทั้งกายและใจ
และบางทีก็ไม่สบายทั้งกายและใจ

อาการเหล่านี้จะต้องดูให้รู้
เหตุว่ามันเกิดจากอะไร
ถ้าจับเหตุได้แล้ว
ก็จะไม่เมื่อย ไม่ปวด
และไม่ง่วง ไม่มึนอะไรเลย.

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร
Photo

Post has shared content
กากะละนาคราช

คืนแรกที่ท่านมาพักที่ผาห่มพร้าว องค์ท่านบอกว่ามีผัวเมียคู่หนึ่งมาจากแม่น้ำโขงขึ้นมาหาท่าน สองผัวเมียนี้เขาจะมาขอดูลายมือให้ท่าน แต่ท่านปฏิเสธที่จะให้สองผัวเมียนี้ดูลายมือของท่าน ท่านบอกว่าไม้ต้องมาดูลายมือให้กับเราหรอก อะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเรานั้น เราจะภาวนาดูของเราเอง เมื่อท่านบอกปฏิเสธเขาไปสองผัวเมียนี้ลาท่านกลับไป

ข้ามมาอีกวันหนึ่ง ตอนกลางวันท่านออกมานั่งเหลาไม่เกีย (ไม้แปรงฟัน) อยู่ทีหน้าถ้ำผาห่มพร้าว มีพญานาคตนหนึ่งตัวสีดำเมื่อม ลำตัวขนาดเท่ากับต้นตาลขนาดใหญ่เต็มที่ พญานาคตนนี้เอาหัวมาพาดที่ก้อนหินหน้าถ้ำ ส่วนตัวและหางของเขาจมอยู่ในแม่น้ำโขง เขาไม่แสดงกิริยาอย่างอื่นนอกจากนี้ หลวงปู่ชอบเห็นเขาท่านก็ไม่ถาม ท่านว่าลักษณะอาการที่เขามาทำแบบนั้นเพราะเขามาดูว่าท่านจะทำอะไร และจะเอาอะไรในถ้ำออกไปบ้าง จนถึงประมาณสี่โมงเย็นพญานาคตนนี้จึงค่อยถอยจมลงไปในน้ำ

ท่านว่า “ที่ผาห่มพร้าวมีพระพุทธรูปโบราณหลายองค์ พระทอง พระเงิน พระสำริด พระชินเงิน พระไม้ และถ้วยชามเก่าแบบโบราณทางลาวอยู่ที่ถ้ำแห่งนี้มีมาก เราจับขึ้นมาเรียงตั้งใหม่ให้เรียบร้อย พอได้กราบไหว้บูชาในเวลาไหว้พระสวดมนต์ พญานาคเขาขึ้นมาดูว่าเราจะแอบขโมยเอาของไปจากถ้ำหรือเปล่า เพราะที่นี่แต่ก่อนเคยมีพระมาอยู่แล้วเกิดความโลภแอบเอาสมบัติและพระพุทธรูปโบราณออกไปจากที่นี่ พญานาคเขารักษาสมบัติพระศาสนาเหล่านี้เขาไม่พอใจเขาจึงสั่งสอนพระพวกนั้น เขาเห็นเราเฉยๆ เขาจึงคิดว่าไม่รู้ว่าเขามาแสดงตัว”

ตอนกลางคืนมีพญานาสองตัวขึ้นมาจากแม่น้ำโขง พอมาถึงฝั่งเขาพากันถอดรูปพญานาคออกมาเป็นรูปร่างเหมือนมนุษย์เรา ท่านว่าเวลาเขาถอดรูปนั้นง่ายเหมือนกับคนเราถอดเสื้อผ้าออก เมื่อเขาถอดรูปแล้วผู้หนึ่งเป็นผู้ชาย อีกผู้หนึ่งเป็นผู้หญิง ทั้งสองคนแต่งกายด้วยอาภรณ์เสื้อผ้าสีแดงสด ลักษณะชดที่เขาแต่งตัวจะเหมือนกับชุดทองของเจ้าเมืองลาวในสมัยโบราณ ประดับประดาด้วยอัญมณีเล็กน้อยพอดูงาม ทั้งสองท่านนี้ดูจากวัยมนุษย์อายุประมาณ ๔๐ ปี ชายหญิงทั้งสองเดินเข้ามากราบท่านและถอยออกไปอยู่ในที่พอสมควร ท่านถามชายผู้นี้ว่า ท่านเป็นใครมาจากไหน เขาตอบท่านว่า ข้าพเจ้าชื่อ กากะละนาคราช เมียของข้าพเจ้าชื่อ นาคาเทวี ข้าพเจ้ามีสถานวิมานอยู่ใต้แม่น้ำโขงตรงผาห่มพร้าวนี่แหละ

หลวงปู่ชอบ พญานาคที่เอาหัวมาพาดก้อนหินอยู่หน้าถ้ำเมื่อตอนกลางวันนั้น ใช่ท่านหรือเปล่า เขาตอบว่าใช่

หลวงปู่ชอบ เมื่อตอนกลางวันท่านมาดูอาตมาด้วยประสงค์ใด

กากะละนาคราช ข้าพเจ้ามาดูว่าท่านจะเอาพระพุทธรูปของเก่าที่อยู่ในถ้ำเอาไปสมบัติส่วนตัวหรือไม่ เคยมีพระมาอยู่ที่นี่แล้วแอบเอาสมบัติเหล่านี้ไป จนข้าพเจ้าต้องไปตามเอาสมบัติเหล่านั้นกลับคืนมาไว้ที่เดิม

หลวงปู่ชอบ ที่ท่านกับเมียพากันมาหาอาตมานั้น พวกท่านมีจุดประสงค์อันใด

กากะละนาคราช ข้าพเจ้าและเมียพากันมากราบ และขอสนทนาธรรมกับท่าน

หลวงปู่ชอบ พวกพญานาคเขาก็สนใจใฝ่ธรรมในพระศาสนาอยู่เหรอ

กากะละนาคราช พญานาคส่วนมากนั้นสนใจและศรัทธาในคำสอนของพระพุทธศาสนา พญานาคส่วนน้อยที่เขาไม่เห็นคุณค่าของพระศาสนา ก็เหมือนกับคนนั่นแหละ ผู้สนใจในพระศาสนา ก็สนใจใฝ่บุญ ผู้ไม่สนใจในพระศาสนาก็สนใจใฝ่บาป ในเรื่องแบบนี้พญานาคกับมนุษย์จึงไม่มีความแตกต่างกันมากเท่าไร ตั้งแต่วันแรกที่ท่านและคณะเดินทางมาพักอยู่ที่นี่ พวกข้าพเจ้าทั้งหลายต่างมีความรู้สึกอบอุ่นชุ่มเย็นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก กระแสเมตตาธรรมที่ท่านแผ่ลงไปถึงพวกข้าพเจ้านั้น พวกข้าพเจ้ามีความสุขและพึงพอใจในกระแสเมตตาธรรมจากพวกท่าน อดรนทนใจไม่ไหวจึงได้ขึ้นมาหาท่านถึงที่นี่

หลวงปู่ชอบท่านให้ กากะละนาคราช และ นาคาเทวี สมาทานรับเอาพระไตรสรณะคมและศีลห้าไปปฏิบัติ ท่านแสดงอานิสงค์ของศีลห้าให้พญานาคสองผัวเมียนี้ฟัง ทำให้พญานาคสองผัวเมียนี้รื่นเริงบันเทิงธรรม ..

หลังจากท่านแสดงธรรมให้กับ กากะละนาคราช และ นาคาเทวี ฟังจบแล้ว ท่านถามเขาว่าพญานาคทำไมต้องมาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และพญานาคทำไมต้องขึ้นมายังโลกมนุษย์ด้วย กากะละนาคราชเขาตอบท่านว่า พญานาคบางท่านนั้นเขาเคยเกิดเป็นมนุษย์ และเป็นพุทธบริษัทในพระพุทธศาสนามาก่อน ศีลธรรมที่เคยปฏิบัติมายังติดแน่นอยู่ในจิตอยู่ ถึงแม้จะเกิดเป็นพญานาคก็ยังเคารพศรัทธาในพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์อยู่ จึงต้องขึ้นมาเกี่ยวข้องทำบุญ และปกปักรักษาพระพุทธศาสนา พญานาคก็เป็นอีกภูมิภพหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์จะฝากพระศาสนาเอาไว้ให้ช่วยดูแลรักษา

หลวงปู่ชอบ อยู่ที่เมืองบาดาลของท่านไม่มีวัดศาสนาหรือ

กากะละนาคราช อยู่เมืองบาดาลไม่มีวัดศาสนาให้ปฏิบัติ วัดศาสนาจะมีแต่เฉพาะโลกมนุษย์เท่านั้น มนุษย์โลกเป็นภพภูมิตรงกลาง เป็นภูมิสถานที่บำเพ็ญได้ทั้งบุญและบาป ผู้ใฝ่ดีก็จะบำเพ็ญบุญกุศล บุญกุศลที่ได้บำเพ็ญมานั้นไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็จะส่งผลให้ตนเองได้เลื่อนความดีงามขึ้นไปเป็นลำดับ อย่างน้อยก็ได้เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา หรือไปเกิดเป็นเทวดามีวิมานอยู่ตามสวรรค์ต่างๆ อย่างกลางก็ไปเกิดเป็นรูปพรหมหรืออรูปพรหม สูงที่สุดคือสิ้นกิเลสเข้าสู่พระนิพพาน ส่วนผู้ที่ทำบาปนั้นก็จะตกไปสู่อบายภูมิ เกิดเป็นสัตว์นรกเปรตอสูรกายหรือสัตว์เดรัจฉาน ตามแต่ความหนักเบาของบาปกรรมที่ตนเองได้กระทำลงไป

หลวงปู่ชอบ ท่านกับเมียกรรมอะไรจึงได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ทำไมท่านถึงต้องได้มาปกปักรักษาศาสนะสมบัติของพระศาสนาอยู่ที่นี่ ..

กากะละนาคราช เดิมทีข้าพเจ้าเป็นมนุษย์มาก่อน ข้าพเจ้าและเมียเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา ตอนเป็นมนุษย์ข้าพเจ้าเป็นคนมีนิสัยนักเลงมุทะเลใจร้อน เมียของข้าพเจ้าจึงดึงข้าพเจ้าให้เข้ามาปฏิบัติธรรมในวันศีลวันพระ ความมุทะลุใจร้อนของข้าพเจ้าจึงลดลงไปได้มาก ข้าพเจ้าคุ้นเคยและปฏิบัติต่อพระสงฆ์องค์สามเณรในวัดเป็นอย่างดีข้าพเจ้าจึงมีบุญติดตัว

แต่ข้าพเจ้ามาผิดพลาดเพียงครั้งเดียวในการปฏิบัติต่อวัดวาศาสนา ข้าพเจ้ากับเมียยืมจอบเสียมพร้าของวัดเอาไปปลูกผักทำไร่สวน พอพืชผักแตกดอกออกผลข้าพเจ้ากับเมียก็จะนำมาทำเป็นอาหารถวายพระสงฆ์องค์ และทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำ มีดพร้าจอบเสียมที่หยิบยืมจากวัดไปนั้นชำรุดแตกหักข้าพเจ้าก็ไม่ได้นำมาชดใช้แทนคืนทางวัด เมื่อมันแตกหักชำรุดก็ปล่อยทิ้งค้างไว้เฉยๆ เพราะชะล่าใจในบาปกรรมเพียงเล็กน้อยคิดว่ามันไม่เป็นผลอันใดดอก เราไม่มีเจตนาที่จะขโมยของสงฆ์ ยืมของวัดมาใช้เพื่อปลูกผักทำสวนและนำดอกผลนั้นมาถวายคืนวัด คิดเหมาเอาเองว่าไม่เป็นไรอะไรหรอก

ก่อนที่ข้าพเจ้าจะสิ้นใจตายในชาตินั้น จิตของข้าพเจ้าเกิดไปคิดติดยึดในเรื่องมีดพร้าของสงฆ์ที่ตนเองยืมไปใช้แล้วไม่ส่งคืน จิตยึดติดแค่นี้เองทำให้ข้าพเจ้าต้องต้องได้มาเกิดเป็นพญานาคอยู่เมืองบาดาลปกปักรักษาพระพุทธศาสนา หากข้าพเจ้าไม่มีเรื่องนี้เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าให้ติดยึด ข้าพเจ้าจักได้ไปเกิดเป็นเทวดาที่มีทิพย์วิมานอยู่ในสวรรค์ชั้นสูงกว่านี้ หลังจากข้าพเจ้าตายไปแล้วอีกไม่กี่ปีต่อมาเมียของข้าพเจ้าก็ตายตาม นางปรารถนาอยากจะเกิดเป็นคู่ผัวเมียกับข้าพเจ้าทุกภพทุกชาติไป นางจึงได้มาเกิดเป็นพญานาคและเป็นเมียร่วมภพร่วมชาติกับข้าพเจ้าอีกครั้ง นี่คือความเป็นมาถึงบุพกรรมของข้าพเจ้าทั้งสอง ..

หลวงปู่ชอบ ทำไมเมืองของพญานาคถึงได้ชื่อว่าเมืองบาดาล

กากะละนาคราช เมืองบาดาลคือชื่อที่มนุษย์ตั้งขันมาเรียกกันเอง เมืองบาดาลคือเมืองใต้พิภพ พวกข้าพเจ้ามีทิพย์วิมานที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นพิภพ หากจะเปรียบแล้วเหมือนกับอากาศที่อยู่ในฟองอากาศ ฟองอากาศนั้นมนุษย์ธรรมดาสามารถมองเห็น แต่อากาศที่อยู่ในฟองอากาศนั้นมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมองเห็นแล้ว ข้าพเจ้าจะเรียกชื่อเมืองตามชื่อของผู้ที่เป็นหัวหน้าของเมือง เมืองที่ข้าพเจ้าอยู่ชื่อเมืองกากะละนคร

หลวงปู่ชอบ โลกมนุษย์เขามีเขตแดนบอกอาณาเขตที่ตนเองครอบครองดูแล บ้านเมืองของท่านมีอาณาเขตดินแดนครอบครองดูแลเหมือนโลกมนุษย์ไหม

กากะละนาคราช มีเหมือนกัน อาณาเขตบ้านเมืองของข้าพเจ้านับตั้งแต่เชียงคาน (จ.เลย) ไปจนถึงศรีเชียงใหม่ (หนองคาย)

หลวงปู่ชอบ โลกมนุษย์อาศัยแสงสว่างจากไฟและแสงอาทิตย์เดือนดาว เมืองบาดาลอาศัยแสงสว่างจากอะไร

กากะละนาคราช แสงสว่างจากพระอาทิตย์เดือนดาวไม่สามารถส่องลงไปถึงนาคพิภพได้ เมืองนาคพิภพจะสว่างไสวไม่มีกลางวันกลางคืนเหมือนกับโลกมนุษย์ ที่เมืองบาดาลพิภพของพวกข้าพเจ้าจะมี แก้วทิพย์ ส่องสว่างตลอดเวลา สว่างจากแก้วทิพย์จะใสเย็น ไม่ร้อนเหมือนกับแสงพระอาทิพย์ แก้วทิพย์นี้เกิดจากบุญฤทธิ์ของพญานาคทุกๆ ตน

หลวงปู่ชอบ พวกมนุษย์กินกุ้งหอยปูปลา กินเนื้อและพืชผักเป็นอาหาร พวกพญานาคเขากินอะไรเป็นอาหาร

กากะละนาคราช พญานาคเป็นกายทิพย์ มีบุญฤทธิ์ทำให้ไม่รู้จักเวทนาในเรื่องความหิว พวกพญานาคจึงไม่มีความหิว เสวยบุญที่ตนเองได้กระทำมาจึงทำให้อิ่มทิพย์อยู่ตลอดเวลา

หลวงปู่ชอบ พญานาคมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน

กากะละนาคราช พญานาคมีฤทธิ์เดชมากเกินประมาณได้ ถ้าหากอยากจะทำร้ายผู้ใดแล้ว เพียงแต่เพ่งมองไปที่คนๆ นั้น คนๆ นั้นก็จะไหม้เป็นจุลเพียงแค่ชั่วกระพริบตา จะจำแลงแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ตามใจนึก แต่สุดท้ายต้องกลับมาสู่อัตภาพภูมิของตนเอง

หลวงปู่ชอบ เวลาที่อยู่บ้านเมืองของตนเองนั้น พญานาคเขาจะมีรูปร่างเป็นแบบใด

กากะละนาคราช พวกข้าพเจ้าก็มีรูปร่างเหมือนมนุษย์นี้แหละ

หลวงปู่ชอบ แล้วรูปร่างของพญานาคที่เหมือนกับงูที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

กากะละนาคราช ร่างของพญานาคจะเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุหลัก ๕ ประการคือ ๑.เวลาที่ต้องการแสดงตน ๒.เวลาที่มีโทสะ ๓.เวลาเดินทาง ๔.เวลาเผลอสติหลับ ๕.เวลาแสดงฤทธิ์

หลวงปู่ชอบ พญานาคขึ้นมาบนโลกมนุษย์เพราะเหตุใด

กากะละนาคราช พญานาคขึ้นมาโลกด้วยสาเหตุหลัก ๓ ประการ ๑.มาเพื่อสักการะกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องหมายของพระพุทธศาสนา เช่น พระพุทธรูป สถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าและของอรหันต์สาวก ๒.มาเพื่อกราบไหว้และฟังธรรมกับพระอริยะเจ้าอริยะสงฆ์ ๓.มาเพื่อบำเพ็ญบุญบารมี และน้อยครั้งมากที่จะขึ้นมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์ เพราะโลกมนุษย์นั้นร้อนรุ่มวุ่นวายไปด้วยกิเลสความเห็นแก่ตัวของมนุษย์เอง ที่เมืองบาดาลสงบเงียบน่าอยู่กว่าโลกมนุษย์มากมายหลายเท่านัก

หลวงปู่ชอบ มนุษย์มีการทะเลาะเบาะแว้งทำร้ายเข่นฆ่ากัน พญานาคเป็นแบบนี้เหมือนกับมนุษย์บ้างไหม

กากะละนาคราช พญานาคก็มีการทะเลาะวิวาทกันเหมือนกับมนุษย์ แต่จะไม่ค่อยมีบ่อยครั้งเท่าไร ส่วนการเข่นฆ่ากันถึงตายนั้นไม่มีในสังคมของพญานาค

หลวงปู่ชอบ พญานาคมีมากถึงสี่ตระกูล ท่านเป็นพญานาคตระกูลไหน

กากะละนาคราช ตระกูลวิรูปัก มีท่านท้าวพญาวิรูปักเป็นราชาปกครอง

หลวงปู่ชอบท่านถามกากะละนาคราชทุกแง่ทุกมุมที่ท่านสงสัย กากะละนาคราชจะตอบท่านหมดทุกเรื่องที่ท่านถาม กากะละนาคราชสนทนากับท่านจนดึกดื่นพอสมควรแก่เวลาเขาและเมียของเขาก็ขอลาท่านกลับไปยังบ้านเมืองของพวกเขา เวลาจะกลับลงไปยังเมืองบาดาลเขาและเมียก็กลายร่างเป็นพญานาคค่อยๆ ถอยจมลงไปในแม่น้ำโขง โดยถอยลงจากทางด้านหางแล้วค่อยๆ จมลงไปในน้ำ ไม่ได้เอาหัวมุดดำลงไปในน้ำเหมือนเช่นกับงูทั่วไป ..

#ที่มา พระอรหันต์ ผู้ทรงฤทธิ์แห่งยุค

Post has shared content

Post has shared content

Post has shared content

Post has shared content

Post has shared content
Wait while more posts are being loaded