Post is pinned.Post has attachment
สูตรน้ำจิ้ม 9 ชนิด...(สูตรเทวดา)

#น้ำจิ้มซีฟู๊ด ทานกับอาหารซีฟู๊ด อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยเล็ก
วัตถุดิบ
1.พริกไทยเม็ด 5-8 เม็ด
2.พริกขี้หนูสวน 2 ชต.
3.กระเทียมไทย 1 ชต.
4.น้ำปลา 2.5 ชต.
5.มะนาว 2.5 ชต.
6.น้ำตาลทราย 0.5 ชช.(หากไม่ชอบหวานไม่ต้องใส่)
7.ผงชูรส(หากชอบ) 1/4 ชช.
8.ผงปรุงรสหมู 0.5 ชช.

วิธีทำ
1.ตำพริกไทยให้ละเอียด
2.ใส่พริกและกระเทียมลงตำ
3.ปรุงรส เพิ่มตามตามชอบ
---------------
#น้ำจิ้มยำมะม่วงไม่ใส่ถั่ว ทานกับปลาสำลีแดดเดียว หรือปลาแดดเดียวหรือตามชอบ อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยใหญ่
วัตถุดิบ
1.น้ำปลา 3-4 ชต.
2.น้ำตาลทรายหรือปี๊บ 2-3 ชต.
3.พริกขี้หนูสวน สับละเอียด 1.5 ชต.
4.หอมแดงซอย 5 หัว
5.มะม่วงซอย 3 ชต.
6.มะนาว 1 ชต.
7.ผักชี
8.ผงชูรส(หากชอบ) 0.5 ชช.
9.ผงปรุงรสหมู 1 ชช.

วิธีทำ
1.ละลายน้ำตาลและน้ำปลาและเครื่องปรุงให้เข้ากัน
2.ใส่หอมแดง มะม่วง และชิมรสตามต้องการ เน้นอย่าเปรียวนำ(เพราะน้ำจากมะม่วงจะทำให้เปรี้ยวมากขึ้น)
3.โรยผักชี
---------------
#น้ำจิ้มเมี่ยงปลาทู ทานกับเมี่ยงปลาทู เมี่ยงปลาเผา อัตราส่วนสำหรับ1 ถ้วยใหญ่
วัตถุดิบ
1.พริกไทยเม็ด 10-15 เม็ด
2.รากผักชี 4-5 ราก
3.พริกขี้หนูสวน 3-4 ชต.(หากไม่ชอบเผ็ดให้ลดลง)
4.กระเทียมไทย 2-3 ชต.
5.น้ำปลา 3-4 ชต.
6.มะนาว 4-5 ชต.
7.น้ำตาลทราย 2-3 ชต.
8.ผงชูรส(หากชอบ) 1 ชช.
9.ผงปรุงรสหมู 1-2 ชช.
10.ถั่วลิสงคั่ว 5-6 ชต.

วิธีทำ
1.ต้ำพริกไทยให้ละเอียด
2.ใส่รากผักชีลงตำให้ละเอียด
3.ใส่พริก กระเทียมลงตำให้ละเอียด
4.ใส่ถั่วลิสงคั่วลงตำให้ละเอียด
5.ปรุงรสตามชอบ
---------------
#น้ำจิ้มซีฟู๊ดทานกับปลาลวก ลูกชิ้นปลา อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยเล็ก
วัตถุดิบ
1.พริกไทยเม็ด 5-8 เม็ด
2.พริกขี้หนูสวน 2 ชต.
3.กระเทียมไทย 1 ชต.
4.น้ำปลา 1 ชต.
5.มะนาว 2.5 ชต.
6.น้ำตาลทราย 0.5 ชช.(หากไม่ชอบหวานไม่ต้องใส่)
7.ผงชูรส(หากชอบ) 1/4 ชช.
8.ผงปรุงรสหมู 0.5 ชช.
9.เต้าเจี้ยว 1-1.5 ชต.

วิธีทำ
1.ตำพริกไทยให้ละเอียด
2.ใส่พริกและกระเทียมลงตำ
3.ใส่เต้าเจี้ยวลงตำ
4.ปรุงรส เพิ่มตามตามชอบ
--------------
#น้ำจิ้มยำมะม่วงแบบใส่ถั่ว ทานกับกุ้งฟู ปลาดุกฟูหรือตามชอบ อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยใหญ่
วัตถุดิบ
1.น้ำปลา 3-4 ชต.
2.น้ำตาลทรายหรือปี๊บ 2-3 ชต.
3.พริกขี้หนูสวนสับละเอียด 1.5 ชต.
4.หอมแดงซอย 5 หัว
5.มะม่วงซอย 3 ชต.
6.มะนาว 1 ชต.
7.ผักชี
8.ผงชูรส(หากชอบ) 0.5 ชช.
9.ผงปรุงรสหมู 1 ชช.
10.ถั่วลิสงคั่ว

วิธีทำ
1.ละลายน้ำตาลและน้ำปลาและเครื่องปรุงให้เข้ากัน
2.ใส่หอมแดง มะม่วง และชิมรสตามต้องการ เน้นอย่าเปรียวนำ(เพราะน้ำจากมะม่วงจะทำให้เปรี้ยวมากขึ้น)
3.ใส่ถั่วลิสงคั่วและโรยผักชี
---------------
#น้ำยำทานกับของทอด เห็ดเข็มทองทอด ผักทอดต่าง ๆ อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยกลาง
วัตถุดิบ
1.น้ำปลา 2 ชต.
2.น้ำตาลทราย 1.5 ชต.
3.พริกขี้หนูสวนสับละเอียด 1 ชขต.
4.หอมแดงซอย 2 ชต.
5.หมูสับรวนสุก 2 ชต.
6.กุ้งสับลวนสุก 2 ชต.
7.น้ำมะนาว 2 ชต.
8.ผงชูรส(หากชอบ) 1/4 ชช.
9.ผงปรุงรสหมู 1 ชช.
10.ผักชี ต้นหอม คื่นช่าย สะระแหน่

วิธีทำ
1.ละลายน้ำตาล น้ำปลา มะนาว เข้าด้วยกัน
2.ใส่หมูและกุ้งลงไป พร้อมปรุงรส ชิมออกรสตามชอบ
3.ใส่หอมซอยและใบผักลง คลุกเคล้าให้เข้ากัน
---------------
#น้ำจิ้มแจ่ว ทานกับเนื้อย่าง หมูย่าง ฯลฯ อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยเล็ก
วิตถุดิบ
1.น้ำปลา 2 ชต.
2.น้ำตาลปี๊บ 2 ชต.
3.พริกป่น 1 ชต.
4.หอมแดงซอยละเอียด 1 ชต.
5.น้ำมะขาม 2-3 ชต.
6.มะนาว 0.5-1 ชต.
7.ผักชีฝรั่งซอยละเอียด 1-2 ชช.
8.ต้นหอมซอย 1.2 ชช.
9.ผงชูรส(หากชอบ) 1/4 ชช.
10.ผงปรุงรสหมู 0.5-1 ชช.
11.ข้าวคั่ว 1 ชต.

วิธีทำ
1.ละลายน้ำปลาและน้ำตาลให้เข้ากัน
2.เติมน้ำมะขาม พริกป่น และปรุงรส ตามชอบ
3.ใส่หอมซอย ต้นหอมซอย และใบผักชีซอย คนให้เข้ากัน
4.โรยข้าวคั่ว
----------------
#น้ำจิ้มน้ำส้ม ทานกับขาหมูพะโล้ อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยเล็ก
วิตถุดิบ
1.พริกเหลือง 3-4 เม็ด หั่นหยาบ
2.รากผักชี 2 ราก
3.กระเทียมไทย 8-10 กลีบ
4.เกลือป่น 0.5-1 ชช.
5.น้ำม้มสายชู 2 ชต.
6.น้ำตาลทราย 1-1.5 ชต.
7.ผงชูรส(หากชอบ) 0.5 ชช.

วิธีทำ
1.ตำรากผักชีให้ละเอียด
2.ใส่พริกและกระเทียมลงตำให้ละเอียด
3.ปรุงรส ชิมออกเปรียวนำ และระวังเค็ม
----------------
#น้ำจิ้มคอหมูย่าง ทานกับคอหมูย่าง อัตตราส่วนสำหรับ 1 ถ้วยเล็ก
1.น้ำปลา 1.1.5 ชต.
2.น้ำตาลปี๊บ 1-1.5 ชต.
3.พริกป่น 1 ชต.
4.น้ำมะขาม 2 ชต.
5.น้ำพริกเผา 1-15. ชช.
6.ผงชูรส(หากชอบ) 1/4 ชช.
8.ผงปรุงรสหมู 1 ชช.

วิธีทำ
1.ละลายน้ำตาลกับน้ำปลาให้เข้ากัน
2.ใส่น้ำมะขามลง พริกป่น พริกเผา ลง คนให้เข้ากัน และปรุงรส ออกเปรี้ยว-หวาน นำ.
Photo

Post has shared content
ชอบน่ะ😊😊😉🍚🍚🍴
ขอบคุณ +นานา สาระ​ นะคะ😊
วิธีทำ"ปลาทูต้มเค็ม" ชู "ก้างนิ่ม" กินได้ทั้งตัว!!สูตรอร่อยทำขายได้เลย

การทำปลาต้มเค็ม ลุงเดช บอกว่า ต้องใช้เวลาในการต้มนาน 15 ชั่วโมง
วัตถุดิบ ก็จะมี...ปลาทูสด 40 กก., อ้อยสดที่ใช้สำหรับรองก้นกะละมัง 6 ต้น, หัวหอมแดง 5 ขีด, ขิงแก่ 5 ขีด, น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 7 กก., ดีเกลือ ½ กิโลกรัม, พริกไทยป่น 1 ขีด, มะขามเปียก 5 ขีด และมะละกอดิบอีกพอประมาณ (ยางมะละกอช่วยในการทำให้ก้างปลานิ่ม)

#ขั้นตอนการทำ “ปลาทูต้มเค็ม”

เริ่มจากควักเอาไส้ที่อยู่ในตัวปลาทูออกให้หมดก่อน โดยล้วงเอาออกมาจากทางปากของปลาทู นำปลาที่ล้วงไส้เสร็จแล้วมาล้างให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ พร้อมทั้งทำการคัดเลือกขนาดปลา โดยจะเลือกปลาที่มีขนาดใกล้เคียงกันอยู่ในกะละมังเดียวกัน (เวลาต้มจะสุกพร้อมกัน)

ปอกเปลือกอ้อย ตัดเป็นท่อนยาวพอประมาณ ผ่าเป็นซีก ๆ แล้วตัดเป็นท่อน ๆ เรียงปูไว้ก้นกะละมังหรือหม้อให้เต็มทั่ว (นอกจากหอมแล้วยังช่วยกันตัวปลาไม่ให้ติดก้นกะละมัง เพราะเวลาต้มจะคนไม่ได้) ใส่ตามด้วยหอมหัวแดงบุพอแตก, ขิงแก่บุพอแตก, ดีเกลือ, พริกไทยป่น และน้ำมะขามเปียกลงไปในหม้อ

เสร็จแล้วนำปลาทูที่เตรียมไว้มาเรียงลงในหม้อ นำน้ำตาลมะพร้าวมาละลายน้ำเปล่าแล้วต้มทิ้งไว้สักครู่ กรองเอาเศษผงออกให้หมด แล้วก็จะราดลงไปในตัวปลาจนท่วมตัวปลาพร้อมกับหั่นมะละกอดิบเป็นชิ้น ๆ ตามยาวประมาณ 10 ชิ้น เรียงลงไป

จากนั้นยกหม้อขึ้นตั้งไฟ เริ่มแรกใช้ไฟแรงต้มประมาณ 20 นาที เพื่อให้ปลาสุกก่อน จึงปรับไฟให้อ่อน ต้มไปเรื่อย ๆ ประมาณ 15 ชั่วโมง ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ที่มาสูตร เดลินิวส์ https://www.dailynews.co.th สูตรโดยลุงเดช
ภาพประกบอินเตอร์เน้ต
Cr.https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1382488298531937&id=100003123410334
Photo

Post has attachment

Post has attachment
หิวจัง เนอะ!!! 😜😋😊😁🍡🍡☕
Photo

Post has attachment
อาหารมื้อบ่ายของเรา แกงหอย 😆😄 อร่อยๆคร้าาา!!! 😋
Photo
Photo
08/01/2017
2 Photos - View album

Post has attachment
กาแฟหอมๆยามเย็นค่ะ... ผ่อนคลายจ๊ะ 😋☕🍰🌼🌷🌹🍃
Photo

Post has attachment

Post has attachment
“ผักรสขม” สมุนไพรสรรพคุณและประโยชน์เพื่อสุขภาพ

4 ผักรสขม สรรพคุณและประโยชน์มากล้น

1. สะเดา

ใครจะรู้ว่าทุกส่วนของสะเดามีคุณสมบัติเป็นยาได้ทั้งสิ้น คนโบราณเชื่อว่า “กินสะเดาก่อนเป็นไข้ช่วยป้องกันไข้ได้ กินสะเดาเมื่อเป็นไข้แล้วรักษาให้หายไข้ได้” ก็ไม่ผิดเพราะผักรสขมอย่างสะเดามีประโยชน์ช่วยบำรุงเลือด ช่วยเจริญอาหาร เป็นยาระบาย ช่วยให้นอนหลับดี และช่วยรักษาอาการไข้ เรานิยมนำยอดและดอกมาทำอาหาร ซึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการเช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เส้นใย เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี และไนอาซิน สำหรับเมนูยอดฮิตของสะเดาก็นี่เลยสะเดาน้ำปลาหวานทานกับปลาดุกย่างอร่อยจนลืมขมไปเลยค่ะ

2. ขี้เหล็ก

ดอกตูมและใบอ่อนของขี้เหล็กมีรสขม ขี้เหล็กถือเป็นยานอนหลับชั้นยอด ช่วยระบายท้องได้ดี บำรุงร่างกาย แก้ระดูขาว
แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ช่วยลดความดันโลหิต และรักษากามโรค มีสารอาหาร เช่น วิตามินเอและซีค่อนข้างสูง มีเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 และไนอาซิน ยอดขี้เหล็กมีสารช่วยคลายเครียดทำให้นอนหลับสบาย เมนูขี้เหล็กที่นิยมมีทั้งดอกตูมและใบอ่อน เช่น แกงคั่วใส่กะทิ หรือกินเป็นผักจิ้มน้ำพริก แกงขี้เหล็กจะอร่อยก็ต้องมีกะทิใส่ปลาย่างหรือหมูสับ กะทิในแกงขี้เหล็กไม่ได้ใส่เพื่อเพิ่มความอร่อยอย่างเดียว แต่มีส่วนในการดึงสารเบต้าแคโรทีนในขี้เหล็กออกมาใช้ประโยชน์ได้มาก
ขึ้นอีกด้วย

3. มะระ

ทั้งมะระจีนและมะระขี้นกในตำรายาไทยบอกว่าเป็นยาเจริญอาหาร ยาระบาย หัวเข่าบวม บำรุงน้ำดี แก้โรคของม้าม โรคตับ ขับพยาธิ มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด แก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ บำรุงระดู แพทย์จีนเชื่อว่ามะระมีพลังของความเย็น ช่วยขับพิษ ช่วยฟอกเลือด บำรุงตับ
มีผลดีต่อสายตาและผิวหนัง แม่บ้านชาวจีน มักจะปรุงอาหารด้วยมะระ ให้คนในครอบครัวรับประทานยามเป็นสิวที่ใบหน้าและร่างกาย เมนูมะระ เช่น ผลอ่อนและยอดอ่อนนำมาลวกต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก ถ้าราดด้วยน้ำกะทิจะมีรสชาติดีขึ้น ผัดใส่ไข่ แกงกะทิ แกงจืดยัดไส้หมูสับ ส่วนมะระขี้นกมีรสขมกว่ามะระจีน ผลอ่อนนำไปต้มเผากินกับน้ำพริกหรือราดกะทิสดเพิ่มรสชาติ แกงจืดมะระขี้นกยัดไส้หมูสับ พะแนงมะระขี้นกยัดไส้ แกงเผ็ด ผัดกับไข่ ยอดมะระลวกจิ้มน้ำพริกหรือทานกับปลาป่นของชาวอีสาน และนิยมนำใบใส่ลงไปในแกงเห็ดแบบพื้นบ้านจะทำให้แกงมีรสขมนิดๆ กลมกล่อมมาก บ้างนิยมนำใบมาต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก ทางภาคเหนือนิยมนำยอดมะระสดมากินกับลาบหรือนำไปทำแกงคั่ว แกงเลียง และแกงป่า ได้รสน้ำแกงที่ขมเฉพาะตัว

4. ยอ

ผักพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักดีและบริโภคเป็นอาหารมานานทั้งใบและผลยอมีวิตามินซีสูง ช่วยต้านมะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพ ลดอาการภูมิแพ้ ช่วยให้การทำงานของเซลล์ในร่างกายเป็นปกติ เป็นยาระบาย ช่วยขับลม แก้คลื่นเหียนอาเจียน ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงธาตุ ผู้หญิงควรกินลูกยอที่แก่จัดเพื่อบำรุงเลือดลม ปวดท้องประจำเดือน รักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ คนโบราณเชื่อว่าถ้าเลือดลมดี ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่ง สดใส ไม่เป็นสิวฝ้า เราจึงควรหาโอกาสทานอาหารที่มียอเป็นส่วนประกอบเพราะนอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารสูงแล้วยังเป็นปัจจัยที่จะทำให้ร่างกายเป็นปกติโดยไม่เสียสมดุล เมนูเด็ดใบยอ เช่น แกงใบยอปลาดุก ห่อมกใบยอ แกงอ่อมใบยอ ข้าวยำใบยอ เมี่ยงใบยอ
หรือยอดใบยอจิ้มน้ำพริกก็อร่อยไปอีกแบบ ส่วนผลก็ลองนำลูกยอสุกงอมจิ้มเกลือกับน้ำตาลกินหรือบางคนอาจยังไม่เคย
ทานส้มตำลูกยอ และปัจจุบันก็มีการผลิตน้ำลูกยอขายลองไปหามาชิมดู

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.n3k.in.th/


#สาระเพื่อสุขภาพที่ดี
--------------------------------------------------
Photo

Post has attachment
>>เมี่ยงก๋วยเตี๋ยว<<
วัตถุดิบ
1.เส้นเมี่ยง(เส้นก๋วยเตี๋ยว)สำหรับห่อ
2.ปลาทู
3.ถั่วลิสง
4.ไข่
5.กุ้งแห้ง
6.พริกขี้หนู
7.ผักชี,ผักกุ๋ยช่าย,ถั่วงอก,ผักกระเฉด
8.น้ำตาล,น้ำปลา,มะนาว
>>>>>>>>>><<<<<<<<<<<<<
วิธีทำ
ทอดปลาทู(แกะเนื้อให้เป็นชิ้นเล็กพอดีคำ) ทอดไข่(หั่นให้เป็นฝอย) ต่อไปลวกผักกุ๋ยช่าย ถั่วงอก ส่วนถั่วลิสงนำไปคั่ว ส่วนวัตถุดิบอื่นนำมาห่อได้เลย นำวัตถุดิบต่างๆห่อด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยว(สำหรับทำเมี่ยง)

ขั้นตอนการทำน้ำจิ้ม
เคี่ยวน้ำตาลทรายใส่นำ้เปล่านิดนึงเคี่ยวจนน้ำตาลเริ่มข้น นำมาพักไว้ให้เย็นก่อน ค่อยใส่นำ้ปลา,น้ำมะนาว,ตามด้วยพริกซอย และผักชีซอย เสร็จเรียบร้อยค่ะ มีผักกะเฉดเป็นเครื่องเคียงอร่อยมาก😄

Cr. เพจอาหารไทยแท้แม่ให้มา


---------------------------------------------------

Photo

Post has attachment
.กินอะไรให้ความจำดี?..... 9 อาหารช่วยให้ความจำดี.....

1. พืชผักจำพวกหอมหัวใหญ่ พริก ขิง มีสารสำคัญที่ช่วยเพิ่มเซลล์สมองและกระตุ้นการหลั่งสารอะซีทิลโคลีนจึงช่วยให้ความจำดีขึ้น

2. ใบบัวบก มีสารที่ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของสมองทำให้สมองตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ดี สมาธิดี และความจำดีขึ้น

3. เนื้อสัตว์ มีสารทอรีนที่พบเฉพาะในโปรตีนจากเนื้อสัตว์เท่านั้นช่วยบำรุงสมอง

4. ปลาทะเล มีโอเมก้า 3 ช่วยให้เซลล์ประสาททำงานได้อย่างเป็นปกติ ลดการเกิดพลัค (plaque) ในสมองและป้องกันอัลไซเมอร์ได้

5. ธัญพืช มีกรดโฟลิก วิตามินบี 12 และวิตามินบี 6 เช่น ซีเรียลธัญพืช รำข้าว หรือข้าวซ้อมมือ อาหารเหล่านี้จะช่วยในเรื่องความจำได้เป็นอย่างดี

6. มะเขือเทศ มีไลโคพีน สารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระซึ่งพบในอาการของโรควิกลจริตและอัลไซเมอร์

7. บร็อกโคลี เป็นแหล่งรวมของวิตามินเคที่ช่วยในการเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้และช่วยเพิ่มความสามารถในการจำ

8. ถั่ว ผักใบเขียว ไข่ ข้าวซ้อมมือ มีวิตามินอีช่วยในการป้องกันความจำเสื่อม

9. เมล็ดฟักทอง มีสังกะสีที่มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มความทรงจำ ถ้ารับประทานเมล็ดฟักทองวันละ 1 กำมือ จะทำให้ได้รับสังกะสีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

นอกจากอาหารที่แนะนำมาแล้วนั้นยังมีผลการศึกษาวิจัยใหม่ๆ จากนักประสาทวิทยา สหรัฐฯ พบว่า สารเคมีในช็อกโกแลต ชา องุ่น และผลบลูเบอรี่ช่วยบำรุงความจำได้ โดยช่วยให้เลือดลมในสมองเดินดีขึ้นและหากออกกำลังเพิ่มด้วยแล้วก็จะยิ่งช่วยให้สมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น

หากต้องการให้สมองของเราดีมีความจำที่เป็นเลิศก็อย่าละเลยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์บำรุงความจำ และถ้าจะให้ผลดีก็ต้องรับประทานเป็นประจำด้วยสมองก็จะดีแบบเสมอต้นเสมอปลายค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก nestle
Photo
Wait while more posts are being loaded