Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Post has shared content

Post has shared content
Originally shared by ****
Have a beautiful good morning.
I wish you a day on which her you
feels comfortable and with open eyes goes through the world.
Please take care of yourselves
your Uschi
Photo

Post has attachment

Post has shared content
เคล็ดลับ...กินข้าวเหนียวมะม่วงให้อร่อยและสุขภาพดี

ผลไม้ที่แสนจะดกและติดตลาดในช่วงหน้าร้อนนี้คงหนีไม่พ้นมะม่วง (ถึงทุเรียนจะตีตื้นมาด้วยก็เถอะ) จะทานดิบแซบๆ ก็เข้าที จะทานสุกให้หวานลิ้นก็อร่อยไม่เบา ยิ่งถ้านำมาทำเป็นของหวานอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง ด้วยแล้วล่ะก็... เด็ดอย่าบอกใคร 

วันนี้เรามีเคล็ดลับ...กินข้าวเหนียวมะม่วงให้อร่อยและสุขภาพดีมาบฝากกัน

1. กินมะม่วงมากกว่าข้าวเหนียว เช่น กินมะม่วงสุกครึ่งลูก (ขนาดกลาง) จะได้พลังงานประมาณ 70 กิโลแคลอรี ส่วนข้าวเหนียวมูนให้กิน 100 กรัม หรือ 1 ขีด จะให้พลังงาน 280 กิโลแคลอรี เมื่อรวมกันแล้วจะเท่ากับ 350 กิโลแคลอรี

2. กินข้าวเหนียวมะม่วงช่วงเวลากลางวัน กลางวันเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องใช้พลังงานทำกิจกรรมต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงการกินมื้อเย็น เนื่องจากมีกิจกรรมที่ต้องทำน้อยกว่าช่วงกลางวัน พลังงานที่ได้รับเข้าไปอาจเผาผลาญและนำไปใช้ไม่หมด เกิดเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้

3. ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ต้องระมัดระวัง เพราะมีน้ำตาลและไขมันค่อนข้างสูง แนะนำให้กินสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และควรลดปริมาณข้าวเหนียวลงให้เหลือสักครึ่งขีดกรณีที่ต้องการกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์

4.คนสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว อาจจะกินได้มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ต้องไม่ลืมว่าข้าวเหนียวมะม่วงให้พลังงานเทียบเท่ากับการกินอาหารมื้อหลัก 1 มื้อเลยทีเดียว ต้องไม่ลืมออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานที่กินเข้าไปด้วย ทางที่ดีไม่ควรกินเกิน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

5.เลือกกินข้าวเหนียวดำ (ถ้าเป็นไปได้) หรือข้าวเหนียวที่มูนด้วยน้ำกะทิที่ผสมสีที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ดอกอัญชัน แครอต ขมิ้น และใบเตย เพราะจะได้รับสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มากกว่าการกินข้าวเหนียวขาว

6.กินมะม่วงแก่จัด เพื่อให้ได้รสชาติดีและสารอาหารจากมะม่วงครบถ้วน ควรซื้อมะม่วงที่แก่จัด และควรปล่อยให้สุกตามธรรมชาติ เนื่องจากมะม่วงที่บ่มแก๊สจะให้กลิ่นและรสที่ไม่ดีเท่ากับมะม่วงสุกตามธรรมชาติ วิธีการสังเกตคือ มะม่วงที่แก่จัดนั้นผลจะอวบ ด้านล่างของมะม่วงจะไม่แหลม ส่วนมะม่วงที่เก็บมาตอนไม่แก่จัด แล้วนำมาบ่มแก๊สผิวจะเหี่ยว

7. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ควรกินมะม่วงสุกแต่น้อย กินครั้งละไม่เกิน 1 ผล ขนาดกลาง และใน 1 สัปดาห์ไม่ควรกินเกิน 2 ครั้ง ส่วนผู้ป่วยโรคไตควรงดกินมะม่วงสุกเพราะมีปริมาณโพแทสเซียมสูง

อาหารทุกอย่างเปรียบเสมือนดาบสองคมคือมีทั้งประโยชน์และโทษ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่กิน ถ้าเราเดินทางสายกลางกินแต่พอดี ก็จะไม่เกิดโทษ แต่หากกินมากเกินไปก็ให้โทษต่อร่างกายได้

ที่มา : มูลนิธิหมอชาวบ้าน
Photo

Post has shared content
แนะนำวิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่จมูกแบบง่ายๆ เชื่อแน่ว่าทุกคนน่าจะมีปัญหาสิวเสี้ยนตามจุดต่างๆ บนใบหน้า โดยเฉพาะที่จมูกก็เลยมีวิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่จมูกแบบง่ายที่สุดมาบอก

- อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด
- เกลือเม็ดละเอียด อย่างของเกลือปรุงทิพย์ก็ได้
- น้ำมะนาว 1 ซีก
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. เริ่มจากเอาผ้าขนหนูอุ่นโป๊ะที่จมูกซัก 10 นาที เพื่อให้สิวเสี้ยนที่เป็นไขมันที่อยู่ ในรูขุมขนโผล่ออกมาเจออากาศ มันจะเป็นก้อนแข็งๆ เพราะงั้นเราเลยต้องมา ละลายไขมันอุดตันด้วยความร้อนจากผ้า

2. พอไขมันเริ่มเหลวๆ ไหลออกมาเล็กน้อย เพื่อให้รูขุมขนเปิดซะก่อน

3. แล้วเอาเกลือ น้ำมะนาว น้ำผึ้ง ที่ผสมกันแล้ว มาโป๊ะแล้วนวด แบบเบามือ คลึงเบาๆ ซัก 10 นาที

4. หลังจากนั้นใช้ผ้าขนหนูอุ่นอันเดิมเช็ดออกเบาๆ

5. แล้วล้างหน้าด้วยน้ำปกติเพื่อให้รูขุมขนหดตัวลง
Photo

Post has shared content
สามีภรรยาคู่หนึ่งรักลูกชายวัย5ขวบคนเดียวของเขาและเธอมาก และเด็กน้อยคนนี้ก็ทั้งน่ารักและเชื่อฟังพ่อแม่มาก
อยู่มาวันหนึ่ง เด็กน้อยวิ่งเข้าไปหาคุณแม่ในครัว
“แม่ครับ วันนี้เป็นวันเกิดของคุณพ่อ ผมทำความดีเซอร์ไพรส์คุณพ่ออย่างหนึ่งครับ”
“ลูกทำอะไรเซอร์ไพรส์คุณพ่อ บอกแม่ได้ไหมจ๊ะ?” เธอถามลูกชายตัวน้อย
“ผมช่วยล้างโน้ตบุคให้คุณพ่อครับ มันสกปรกและฝุ่นเครอะเลย ตอนนี้ผมแช่มันไว้ที่อ่างอาบน้ำครับ”
เด็กน้อยเล่าให้แม่ฟังอย่างภาคภูมิใจ
“อะไรนะ ลูกเอาโน้ตบุคของคุณพ่อไปล้างเหรอ?” เธอถามลูกชายด้วยความตกใจ
“ครับ ผมเพิ่งแช่ไปเมื่อสักครู่นี้เอง”
พูดยังไม่ทันจบ เด็กชายก็ถูกคุณแม่กระชากแขนวิ่งไปที่ห้องน้ำ
“พังหมดแล๊ว....! ลูกรู้หรือเปล่าทำอะไรลงไป ทำไมเอาโน้ตบุคของคุณพ่อมาแช่น้ำอย่างนี้ ”
เธอตวาดลูกชายด้วยความโมโห
เด็กชายยืนตัวสั่นมองคุณแม่ที่กำลังจ้องยังกะยักษ์ที่แสนน่ากลัว
ทั้งอดสูและเสียใจที่แม่ไม่เข้าใจในความหวังดีของตัวเอง เด็กน้อยจึงร้องไห้จ้าออกมา

เมื่อคุณพ่อได้ยินเสียงต้องไห้ของลูกชาย และเสียงตำหนิลูกชายของภรรยา จึงลุกจากเตียงนอนเดินไปที่ห้องน้ำ
เขายืนนิ่งมองโน้ตบุคของตัวเองในอ่างอาบน้ำ แล้วสีหน้าก็สลดลง
เด็กน้อยเห็นสีหน้าของคุณพ่อ ก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากยิ่งขึ้น คุณพ่อต้องตีเขาแน่ๆ
ชายหนุ่มสูดหายใจลึกแล้วก็ตบบ่าผู้เป็นภรรยา
“ไม่เป็นไรนะคุณ เสียแล้วก็เสียใจ อย่าด่าลูกอีกเลย!”
“คุณว่าอะไรน๊ะ! นั่นมันของรักของหวงของคุณเชียวนะ?”ภรรยาแว๊ดกลับเสียงหลง
“เปล่าหรอก โน้ตบุคเป็นของรักอย่างที่สองของผม”แล้วเขาก็ย่อตัวลงไปกอดลูกชายที่ตอนนี้ตัวสั่นเทา
“สิ่งแรกที่ผมรักที่สุดก็คือคุณกับลูกต่างหาก ผมไม่อาจทนเห็นคุณโมโหและลูกชายของเราต้องมาร้องไห้กลัวขนาดนี้ ไม่ร้องนะลูก พ่อไม่โกรธหนูหรอก...”
Photo
Wait while more posts are being loaded