Post has attachment
1. ความเป็นมา (Introduction)
จังหวัดชุมพรเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการรวมทัพมาตั้งแต่สมัยโบราณ (ชื่อเดิมคือ ชุมพล หรือ ประชุมพล) ดังนั้นประชากรที่นี่จึงมีความผูกพันและเคยชินกับการนำสัตว์มาใช้งานทั้งในยามศึกและยามสงบ และเนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขา ไม่มีที่ราบกว้างใหญ่เหมือนเช่นภาคกลาง เมื่อความเจริญยังเข้าไม่ถึงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สัตว์เป็นพาหนะหลักในการขนส่งสินค้าและยุทธปัจจัย ครั้นเมื่อสงครามสงบลง สัตว์พาหนะที่ใช้ในการศึกอาทิเช่น ช้าง ม้า ก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ซึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวบ้านในแถบนั้นและย่านใกล้เคียงเริ่มนำสัตว์เหล่านี้โดยเฉพาะม้าไปใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อ 40 ปีก่อนหน้านี้ ชุมพร ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการเลี้ยงม้ามากที่สุดทางตอนใต้ของประเทศไทย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อโลกมีการพัฒนาเครื่องจักรเครื่องยนต์ทำให้คนหันมาใช้รถยนต์แทนแรงงานสัตว์ ทำให้ปริมาณม้าลดลงอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบัน หากจะหาคนเลี้ยงม้าสักคนก็ยากพอๆกับการงมเข็มในมหาสมุทร
ด้วยความรักม้าเป็นชีวิตจิตใจ บวกกับการเป็นคนชุมพรแต่กำเนิดที่มีความต้องการที่จะให้จังหวัดชุมพรคงเอกลักษณ์ประจำจังหวัดไว้ ในปี 2542-43 น.อ. กิตติพงษ์ พุ่มสร้าง ร.น. (ปัจจุบันรับราชการที่กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ) จึงเริ่มนำม้าที่ชาวบ้านเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง มาปล่อยไว้ในสวนยางพาราที่มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ โดยเริ่มจากมีลูกม้าตัวเมีย เพียงสองตัว ในระยะแรกไม่ได้ให้อาหารเสริมอะไรเป็นพิเศษ เพียงปล่อยให้ม้าหากินเองตามธรรมชาติเท่านั้น และโดยความคิดส่วนตัวก็เพียงว่าต้องการแค่นำม้ามาเป็นอุปกรณ์กำจัดวัชพืช และถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยก็พอแล้ว แต่พอเลี้ยงไปได้สักระยะหนึ่งก็พบว่า การเลี้ยงม้าในสวนยาง สามารถประหยัดค่ายาฆ่าหญ้าในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังทำให้ดินเริ่มคืนสภาพ จากเดิมหากมีฝนตกก็ไม่ค่อยมีเสียงร้องของกบเขียด ปัจจุบันแม้ฝนไม่ตกแต่หากอากาศชุ่มชื้นก็มีเสียงกบเขียดร้องระงม หลังจากเริ่มมีม้าในสวนยางไม่นานก็เริ่มมีคนมาขอซื้อม้า แต่ก็ยังไม่มีแบ่งขาย เนื่องจากยังไม่ได้คิดจะเลี้ยงม้าในรูปแบบของธุรกิจ
-
votes visible to Public
Poll option image
ตัวใหญ่ไหม
วิ่งเร็วไหม
59%
เท่ไหม
12%
ตัวใหญ่ไหม
29%
วิ่งเร็วไหม

Post has attachment
1. ความเป็นมา (Introduction)
จังหวัดชุมพรเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการรวมทัพมาตั้งแต่สมัยโบราณ (ชื่อเดิมคือ ชุมพล หรือ ประชุมพล) ดังนั้นประชากรที่นี่จึงมีความผูกพันและเคยชินกับการนำสัตว์มาใช้งานทั้งในยามศึกและยามสงบ และเนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขา ไม่มีที่ราบกว้างใหญ่เหมือนเช่นภาคกลาง เมื่อความเจริญยังเข้าไม่ถึงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สัตว์เป็นพาหนะหลักในการขนส่งสินค้าและยุทธปัจจัย ครั้นเมื่อสงครามสงบลง สัตว์พาหนะที่ใช้ในการศึกอาทิเช่น ช้าง ม้า ก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ซึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวบ้านในแถบนั้นและย่านใกล้เคียงเริ่มนำสัตว์เหล่านี้โดยเฉพาะม้าไปใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อ 40 ปีก่อนหน้านี้ ชุมพร ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการเลี้ยงม้ามากที่สุดทางตอนใต้ของประเทศไทย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อโลกมีการพัฒนาเครื่องจักรเครื่องยนต์ทำให้คนหันมาใช้รถยนต์แทนแรงงานสัตว์ ทำให้ปริมาณม้าลดลงอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบัน หากจะหาคนเลี้ยงม้าสักคนก็ยากพอๆกับการงมเข็มในมหาสมุทร
ด้วยความรักม้าเป็นชีวิตจิตใจ บวกกับการเป็นคนชุมพรแต่กำเนิดที่มีความต้องการที่จะให้จังหวัดชุมพรคงเอกลักษณ์ประจำจังหวัดไว้ ในปี 2542-43 น.อ. กิตติพงษ์ พุ่มสร้าง ร.น. (ปัจจุบันรับราชการที่กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ) จึงเริ่มนำม้าที่ชาวบ้านเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง มาปล่อยไว้ในสวนยางพาราที่มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ โดยเริ่มจากมีลูกม้าตัวเมีย เพียงสองตัว ในระยะแรกไม่ได้ให้อาหารเสริมอะไรเป็นพิเศษ เพียงปล่อยให้ม้าหากินเองตามธรรมชาติเท่านั้น และโดยความคิดส่วนตัวก็เพียงว่าต้องการแค่นำม้ามาเป็นอุปกรณ์กำจัดวัชพืช และถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยก็พอแล้ว แต่พอเลี้ยงไปได้สักระยะหนึ่งก็พบว่า การเลี้ยงม้าในสวนยาง สามารถประหยัดค่ายาฆ่าหญ้าในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังทำให้ดินเริ่มคืนสภาพ จากเดิมหากมีฝนตกก็ไม่ค่อยมีเสียงร้องของกบเขียด ปัจจุบันแม้ฝนไม่ตกแต่หากอากาศชุ่มชื้นก็มีเสียงกบเขียดร้องระงม หลังจากเริ่มมีม้าในสวนยางไม่นานก็เริ่มมีคนมาขอซื้อม้า แต่ก็ยังไม่มีแบ่งขาย เนื่องจากยังไม่ได้คิดจะเลี้ยงม้าในรูปแบบของธุรกิจ
Photo

Post has attachment
1. ความเป็นมา (Introduction)
จังหวัดชุมพรเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการรวมทัพมาตั้งแต่สมัยโบราณ (ชื่อเดิมคือ ชุมพล หรือ ประชุมพล) ดังนั้นประชากรที่นี่จึงมีความผูกพันและเคยชินกับการนำสัตว์มาใช้งานทั้งในยามศึกและยามสงบ และเนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขา ไม่มีที่ราบกว้างใหญ่เหมือนเช่นภาคกลาง เมื่อความเจริญยังเข้าไม่ถึงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สัตว์เป็นพาหนะหลักในการขนส่งสินค้าและยุทธปัจจัย ครั้นเมื่อสงครามสงบลง สัตว์พาหนะที่ใช้ในการศึกอาทิเช่น ช้าง ม้า ก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ซึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวบ้านในแถบนั้นและย่านใกล้เคียงเริ่มนำสัตว์เหล่านี้โดยเฉพาะม้าไปใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อ 40 ปีก่อนหน้านี้ ชุมพร ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการเลี้ยงม้ามากที่สุดทางตอนใต้ของประเทศไทย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อโลกมีการพัฒนาเครื่องจักรเครื่องยนต์ทำให้คนหันมาใช้รถยนต์แทนแรงงานสัตว์ ทำให้ปริมาณม้าลดลงอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบัน หากจะหาคนเลี้ยงม้าสักคนก็ยากพอๆกับการงมเข็มในมหาสมุทร
Photo

Post has attachment
ม้าที่หล่อที่สุดในโลก
Photo
Wait while more posts are being loaded