Post has shared content
"อะตอม"นำเทคนิคการเลี้ยงปลาหลดมาฝากค่ะ จากผู้ชำนาญการค่ะ👍.👏
วันนี้นำเรื่องการเพาะเลีั้ยงปลาหลดทั้งในบ่อดิน และบ่อซีเมนต์ มาฝากกันครับ เป็นปลาธรรมดาที่ทำรายได้ให้ไม่ธรรมดาทีเดียว ลองมาศึกษาดูนะครับ

ปลาหลด เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของไทยที่อาศัยอยู่ในห้วย หนอง คลอง บึง ตาม แหล่งน้ำธรรมชาติ และอยู่ตามพื้นน้ำ ฝังตัวอยู่ในทรายตอนกลางวัน หากินอาหาร ในเวลากลางคืน ชอบกินตัวอ่อนของแมลง หนอน ไส้เดือน สัตว์เล็กๆ และเศษเนื้อ เน่าเปื่อยเป็นอาหาร ปลาชนิดนี้เดิมที่ชุกชุมมากช่วงฤดูฝน ยกยอครั้งใดมัก จะติดขึ้นมาด้วยเสมอ

ปัจจุบันนี้หารับประทานกันได้ยากยิ่งขึ้น เนื่องมาจาก แหล่งน้ำมีสารพิษและการเน่าเสีย สภาพแวดล้อมไม่สมดุลทำให้การวางไข่ลด ลง จำนวนปลาจึงน้อยลงและมีให้เห็นแต่เพียงตัวเล็กๆ ถ้าปลาหลดตัวใหญ่นั้น เป็นปลาที่มาจากประเทศกัมพูชา ไม่แปลกราคาปลาหลดที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ค่อนข้างสูง อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 120-200 บาท

ลักษณะของปลาหลด

ลักษณะที่โดดเด่นของปลาหลดคือ เป็นปลาที่อดทนสูง อาศัยอยู่ในโคลนตมได้ นาน รูปร่างคล้ายปลาไหล ปลายปากยื่นยาวสามารถยืดหดได้ ลำตัวยาวเรียว ประมาณ 15-30 เซนติเมตร ตัวปลากลมมน หัวเล็ก จะงอยปากเรียวแหลม ปากและตา เล็ก ครีบหลังและครีบก้นยาว ครีบหางเล็ก ไม่มีครีบท้อง หลังสี

น้ำตาลท้องมี สีอ่อนปนเหลือง มีจุดสีดำที่ครีบหลัง 3-5 จุด เกล็ดเล็กมาก จนมองดูเหมือน ไม่มี อยู่ในวงศ์เดียวกับปลากระทิง แต่ขนาดเล็กกว่า

สำหรับในการเลี้ยงปลาหลดเพื่อการค้าอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากการหาพ่อแม่พันธุ์ ปลาหลดยังต้องหาตามแหล่งน้ำจากธรรมชาติ ทำให้ปลามีความบอบซ้ำและปริมาณก็ ไม่มากพอ แหล่งที่มีการรวบรวมพันธุ์ที่สำคัญคือ ตลาดโรงเกลือ อำเภอ อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

คณะวิชาประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้ เห็นความสำคัญ จึงได้ศึกษาวิจัยและทดลองการเพาะเลี้ยงปลาหลดอย่างเอาจริง เอาจัง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลาชนิดนี้ในเชิงธุรกิจ ซึ่งจะ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี

ผ.ศ.หทัยรัตน์ เสาวกุล หัวหน้าคณะวิชาประมง หนึ่งในคณะผู้ วิจัย กล่าวว่า คณะผู้วิจัยการเพาะเลี้ยงปลาหลดได้ศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยง หรือขยายพันธุ์ปลาหลด เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรให้มีรายได้จากการ เลี้ยงปลาเพิ่มขึ้น

ที่อาศัยของปลาหลด

ปลาหลด ( Macronathus siamensis ) เป็นปลาน้ำจืดพื้นบ้านของไทยที่อาศัยอยู่ใน ห้วย หนอง คลอง บึง ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แพร่กระจายทั่วประเทศ เป็นปลาที่มีความอดทนสูง อาศัยในโคลนตมได้นาน ชอบอาศัยตามพื้นท้องน้ำ และฝังตัวอยู่ในทรายตอนกลางวัน มีนิสัยชอบหากินในเวลากลางคืนเป็นปลากินเนื้อ กินอาหารจำพวกตัวอ่อนแมลง หนอน ไส้เดือน สัตว์เล็กๆ และเศษเนื้อเน่าเปื่อย ปลาหลดมีรูปร่างคล้ายปลาไหล ปลายปากยื่นยาวและสามารถยืดหดได้ มีสีเทาและสีดำ ปากเล็ก ฟันเล็กและคม มีช่องเหงือกเปิดอยู่ใต้หัวปลาหลดเป็นที่นิยมรับประทานในรูปของปลาสด ตากแห้ง หรือทำเค็มโดยปกติจะมีการซื้อขายในตลาดเป็นจำนวนมากอยู่

การเพาะพันธุ์ปลาหลด

เราจะคัดปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์คือเพศเมียลำตัวอ้วนป้อมจากนั้นก็ฉีดฮอร์โมนเพศเมียทำการฉีด 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 2 พัก ห่างจากครั้งที่ 1 ประมาณ 6 ชั่วโมง เพศผู้ ทำการฉีดเพียงครั้งเดียว โดย ฉีดพร้อมเพศเมีย เข็มที่ 2 แล้วก็นำพ่อแม่พันธุ์ที่ฉีดฮอร์โมนเรียบ ร้อย ปล่อยลงในถังเดียวกันเพื่อให้ผสมกันเองตามธรรมชาติ

ปลาหลดเพศ 1 ตัว จะให้ไข่ได้ถึง 3,000 - 5,000 ฟอง ซึ่งจมติดวัตถุใน น้ำและฟักตัวในอุณหภูมิ 25-28 องศาเซลเซียส ใช้ระยะเวลา ประมาณ 48-60 ชั่วโมง หลังจากไข่ถูกฟักออกมาเป็นตัวแล้ว อาหารที่ให้ในระยะ การอนุบาลควรเป็นไรแดง เพราะมีการเจริญเติบโตและมีอัตราการรอดดีที่ สุด แล้วค่อยให้หนอนแดงหรือไส้เดือนเป็นอาหาร

ผ.ศ.หทัยรัตน์ กล่าวว่า ปลาหลดสามารถเลี้ยงได้ทั้งบ่อดินและบ่อ ซีเมนต์ ลักษณะของบ่อซีเมนต์ควรมีขนาด 4x4 เมตร หรือ 2x4 เมตร ความสูง ประมาณ 70 เซนติเมตร หรือเพียง 50 เซนติเมตร เพาะปลาหลดจะไม่กระโดด แต่ ถ้าสูงก็สามารถป้องกันงูและศัตรูอื่นๆ ได้ดี

ผิวบ่อฉาบเรียบ อาจทำให้ลาดเอียงประมาณครึ่งบ่อเพื่อใส่ทรายปนดินเหนียว ไว้ที่ก้นบ่อ ข้อดีของบ่อซีเมนต์คือสามารถควบคุมไม่ให้ปลาหนีได้ ซึ่งบ่อ ดินจะทำให้ปลาหลดหลบซ่อนตัวอยู่ในโคลน การจับขายค่อนข้างลำบาก ลูกปลา อายุ 2 สัปดาห์ ขึ้นไป หรือความยาว ประมาณ 3-4 นิ้ว จำนวน 2,000 - 2,500 ตัว สามารถปล่อยลงบ่อเพาะเลี้ยง ได้ แต่ถ้าจะให้ดีต้องอายุ 1 เดือน

“ในการเลี้ยงปลานั้น เราต้องมีการจัดการน้ำที่ดี ตรวจสอบคุณภาพ ของอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นปลากินเนื้อ น้ำจะเสียได้ง่าย ใช้วิธีเพิ่ม น้ำเข้าไปแล้วไหลออกอีกทางหนึ่ง ปลาจะมีความรู้สึกว่าน้ำไหลเวียน พื้นบ่อ ควรจะหากระบอกไม้ไผ่หรือท่อน้ำเก่าๆ ให้ปลาหลดชอบหลบอาศัยอยู่ในโพรงหรือ กระบอก ใส่ผักบุ้งไว้ส่วนหนึ่งไม่ต้องมากนัก ระดับความสูงของน้ำให้ท่วม บริเวณพื้นดินประมาณ 40 เซนติเมตร”

ปลาหลดจะโตเร็ว ใช้เวลา เพียง 6-7 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้แล้ว ซึ่งมีขนาดประมาณ 30-40 ตัว ต่อ กิโลกรัม หากเลี้ยงจนได้อายุ 1 ปี ก็สามารถใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้

สำหรับอาหารที่ใช้ในเลี้ยงปลาหลดนั้น เหมือนกันกับเหยื่อของปลาไหล โดยมี หลักๆ ดังนี้ หอยเชอร์รี่ นำมาทุบแยกเปลือกและเนื้อออกจากกัน แล้วสับเนื้อ หอยให้ละเอียด นำไปวางไว้บริเวณชายพื้นรอยต่อระหว่างทรายกับผิวปูน ซีเมนต์ กองไว้ เมื่อเหยื่อเริ่มเน่าปลาหลดจะเข้ามากินหรืออาจกินตั้งแต่สดๆ

"เราจะต้องคอยดูว่า ปลาหลดจะกินหมดในเวลา 2-3 วัน หรือไม่ ถ้าหมดควร เพิ่มให้อีก แต่ถ้าเหลือควรลดลง เวลาการให้อาหารควรระวัง คือต้องอย่าให้ เกิดการกระเทือน เพราะจะทำให้ปลาตกใจหนี"

"ในการประกอบอาชีพเลี้ยงปลาชนิดทั่วๆ ไปนั้น ต้องมีต้นทุนในการซื้อ อาหารเม็ดสำเร็จรูป ในขณะที่อาหารปลาหลดเราหาได้เองตามธรรมชาติ เช่น หอยเชอ รี่ ซึ่งเป็นศัตรูทำลายต้นข้าวมีจำนวนมาก หากนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ยัง ช่วยทำลายหอยเชอรี่โดยไม่ต้องใช้สารเคมีในการกำจัด อีกอย่างไส้เดือนก็หาได้ ทั่วไปได้เช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบแล้วปลาชนิดอื่นขายขายได้ในราคาที่ ถูกกว่า ปลาหลดขายได้แพงกว่า แต่ต้นทุนต่ำกว่า เกษตรกรสามารถประกอบเป็น อาชีพเสริมได้อย่างดี " ผศ.หทัยรัตน์ กล่าว

เลี้ยงไส้เดือนเป็นอาหารปลาหลด

อย่างที่บอกครับว่า ปลาชนิดนี้กินอาหารได้หลายชนิดทำให้ผศ.หทัยรัตน์ เกิดความคิดที่จะเพาะไส้เดือนมาให้ปลากิน จึงได้ไปอบรมการเพาะเลี้ยง ไส้เดือนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

"ไส้เดือน น่าจะเป็นอาหารที่ดีสำหรับการนำมาเลี้ยงปลาหลด เพราะตาม ธรรมชาติแล้วช่วงฤดูฝนเวลาเราจับปลาหลดได้ พอผ่าท้องออกมาก็จะพบไส้เดือน จำนวนมาก แสดงว่าไส้เดือนเป็นอาหารที่ปลาหลดชอบกิน"

ผศ.หทัยรัตน์ กล่าวว่า ไส้เดือนนั้นเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง ถึง 60% ของน้ำหนักตัว จะทำให้ปลาโตเร็ว สุขภาพแข็งแรง เกล็ดเป็นเงา งาม สามารถผลิตปลาหลดได้ทันต่อความต้องการในปัจจุบัน ซึ่งการเลี้ยง ไส้เดือนเพื่อเป็นอาหารของปลาหลดนั้น ข้อดีคือ ต้นทุนในการเลี้ยงน้อย มาก เพราะการเลี้ยงไส้เดือนใช้เพียง มูลช้าง วัว ควาย ขุย มะพร้าว กระดาษ เศษอาหาร ผลไม้เน่าเสีย เลี้ยงใน ภาชนะ เช่น ถัง กะละมัง ซึ่งอยู่ในที่ร่มและมีความชื้น ก็ทำให้ไส้เดือน สามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของการเลี้ยงปลาหลดด้วยไส้เดือน

1.ไส้เดือนสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ปริมาณที่เพียงพอลงทุนต่ำ

2.ไส้เดือนเมื่องลงบ่อจะอยู่ได้ถึง1 วัน ไม่ตาย ปลาหลดจะจับกินได้อย่างต่อเนื่อง

3. ปลาหลด ชอบกินเหยื่อไส้เดือน

แต่อย่างไรก็ตามอาหารปลาหลดยังมีอีกหลายๆอย่างดังนี้

1. หอยเชอรี่ นำมาทุบแยกเปลือกเนื้อหอยแล้วสับให้ละเอียด นำมาวางไว้บริเวณชายพื้นรอยต่อทรายกับผิวปูนซีเมนต์ กองไว้ให้อาหาร 2 – 3 ครั้ง เมื่อเหยื่อเริ่มเน่าปลาหลดจะเข้ามากิน และอาจกินตั้งแต่สดๆ ได้ พิจารณาว่าปลาหลดกินเหยื่อหมดใน 2 – 3 วันหรือไม่ ถ้าหมดควรเพิ่มให้ ถ้าเหลือควรลดลง พยายามอย่ากระทบกระเทือนปลาจะตกใจหนี

2. ไส้เดือน จะเป็นอาหารที่ปลาหลดโปรดปรานมากที่สุด เมื่อนำไส้เดือนให้ จะให้ช่วงเย็น – ค่ำ พอไส้เดือนเคลื่อนตัวตามผิวทราย ปลาหลด 1 ตัวจะกินไส้เดือน 1 – 2 ตัว ก็จะอิ่ม และมีลักษณะความสมบรูณ์ของตัวปลามาก เช่น ปลาจะอ้วน เกล็ดเป็นเงางาม

3. ระยะเวลาของการเลี้ยง ปลาหลดเป็นปลาที่จัดว่าโตเร็ว การเลี้ยงจะใช้เวลา 6-7 เดือน ก็จะได้ขนาดที่จำหน่ายประมาณ 30 – 40 ตัวต่อกิโลกรัม และอายุ 1 ปีขึ้นไปก็จะให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้

ปัจจุบันปลาหลดที่มีจำหน่ายตามตลาดเป็นปลาหลดที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติทำให้ปลาหลดเริ่มหายากมากขึ้นและมีราคาค่อนข้างสูงขึ้นกิโลกรัมละ70–80 บาท (ตามท้องตลาดขายขีดละ 12 – 17 บาท) ในช่วงฤดูฝนจะหาซื้อได้ง่าย เมื่อพ้นระยะนี้ไปแล้วปลาหลดจะลดจำนวนลงเป็นอย่างมาก จะหาซื้อลำบาก ราคาค่อนข้างสูงโดยมีราคาประมาณ 120 – 200 บาท ด้วยเหตุดังกล่าว คณะผู้วิจัยจึงได้มีการศึกษาชีววิทยาของปลาหลดเป็นเบื้องต้น ศึกษาวิธีการสำหรับนำมาเพาะเลี้ยง หรือขยายพันธุ์ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มพูนอาหารประเภทโปรตีน และยังเป็นรายได้แก่ผู้ประกอบการเลี้ยงปลาหรือจับปลาขายเป็นอาชีพอีกด้วย

โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถทำการเพาะเลี้ยงปลาหลดได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในชุมชนของเกษตรกรเองไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่นช่วยให้สามารถมีรายได้และช่วยพัฒนาชุมชนที่อาศัยอยู่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อชุมชนหรือชุมชนใกล้เคียงและทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งส่งผลให้ประเทศชาติมีการพัฒนาที่ดี
Photo

Post has shared content
เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ แครอทลูกชิ้น ไอเดียเริ่ดๆ ที่น่าทาน



สิ่งที่ต้องเตรียม

1 แครอท

2 ต้นหอม

3 ไข่เป็ด

4 แป้งโกกิ


วิธีการทำ

1 เตรียมอุปกณ์ทั้งหมดให้พร้อม แครอท และต้นหอม ล้างน้ำให้สะอาด

2 หั่นแครอทเป็นชิ้นเล็กๆ ตามความยาวของลูกแครอท และต้นหอมหั่นซอย

3 นำแครอทใส่ชาม และใส่เกลือ แต่งรสชาติ ลงไปผสม คนให้ทั่ว

4 แล้วจึงนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปทีเดียว แป้งโกกิ ต้นหอม และไข่เป็ด คนส่วนผสมให้เข้ากัน

5 เมื่อได้ผสมที่เข้ากันแล้ว นำมาปั้นเป็นลูกพอดีคำ แล้วจึงลงทอด ให้เหลืองสุก

6 นำขึ้นมาพักเอาไว้ แล้วจึงนำมาไม้ลูกชิ้นมาเสียบ ทำเป็นไอเดียเก๋ๆ สำหรับครอบครัวกันค่ะ



"แครอท" อุดมไปด้วยวิตามินเอ และเกลือแร่ ซึ่งวิตามินเอนั้น ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิว และเนื้อเยื่อ ช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพของอวัยวะสำคัญของร่างกาย ซึ่งเชื่อกันว่า แครอท ยังสามารถช่วยรักษา โรคมะเร็ง และช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้ด้วย เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคความดันโลหิตสูง ต้อกระจก และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน และเร่งการสร้างเซลล์ในแผลผ่าตัด ได้ดีอีกด้วย

"แครอท" ยังอุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินซี และแคลเซียมที่ดูดซึมง่ายมีแพคตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ ชนิดที่ละลายน้ำได้ ช่วยลดคอเลสเตอรอท วิตามินและเกลือแร่ ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคอีกด้วยค่ะ เห็นข้อดีของ อาหารเพื่อสุขภาพอย่าง "แครอท" กันแล้ว ยังไงซะคนที่รักสุขภาพก็ลองหาแครอทมาทานกันบ้างน่ะค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณค่ะ

ติดตามสาระดีๆ และเรื่องราวเพื่อสุขภาพได้ที่ FB : ชีวิตสุขภาพและการท่องเที่ยว
#ชีวิตสุขภาพและการท่องเที่ยว #hs3chc #ChomphooHybeautyShop #HybeautyByLalar #LarKungChomphooHome


ที่มา: http://www.108health.com/
Photo

Post has shared content

Post has attachment

Post has shared content
ยำขนมจีนโคราช เป็นสูตรโบราณที่ทำกินตามพื้นบ้านเท่านั้นมาฝากกันค่ะ....
สูตรทำยำขนมจีนโคราช...
ส่วนผสม....
เส้นขนมจีนหรือข้าวสวย
ปลาป่น(ปลาฉลาดย่างหรือปลาแห้งเอามาตำ)
น้ำปลาร้าต้มหรือดิบแล้วแต่ชอบ
ปลาจ่อมหรือกุ้งจ่อม
น้ำมะนาว
พริกป่น
น้ำปลา
หอมแดงซอย
ต้นหอม+ผักชีซอย
ไข่ต้มถ้าชอบ
ผักสดต่างๆที่ชอบ
วิธีปรุง...
นำขนมจีนหรือข้าวหุงแล้วใส่ในกะละมังและนำส่วนผสม หอมแดงซอย พริกป่น ปลาป่น ลงคลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสด้วย น้ำปลาร้าและปลาจ่อม น้ำปลา น้ำมะนาว ตามชอบเปรี้ยวเค็มเผ็ด เติมผงชูรสนิดหน่อยถ้าชอบ จัดใส่จานตกแต่งด้วยผักสดต่างๆโรยหน้าด้วย ต้นหอม+ผักชีซอย (ถ้าโคราชแท้ใส่ปลาฉลาดป่นจะหอมมากๆ)


ที่มา:อร่อยด้วยมือเรา das habe ich gekocht ทาง facebook.
Photo

Post has shared content

แจกสูตรหมักหมูสเต็กให้นุ่มลิ้นน่าทาน!!จะทำขายหรือทานเองได้ค่ะ
แปลกใจกันบ้างไหม ว่าทำไมน้อ ร้านสเต็กถึงหมักเนื้อได้นุ๊ม นุ่ม น่าทานด้วยวิธีการง่าย ๆ ใครก็ทำเองได้ทั้งนั้น ว่าแล้วลองไปดูขั้นตอนการทำได้เลยค่ะ
ส่วนผสม1
1.1 เนื้อหมูสันนอก 300 กรัม
1.2 นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
1.3 น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
1.4 สับปะรดสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสม 2 ดังต่อไปนี้ แล้วแต่ชอบเลยค่ะ
2.1 เกลือเล็กน้อย
2.2 พริกไทย
2.3 ใบเบย์ลีฟ
2.4 โรสแมรี่
2.5 ออริกาโน
ขั้นตอนการหมักหมูสเต็ก
1. นำหมูสันนอกมาล้างให้สะอาด และซับน้ำให้แห้ง
2. จากนั้นหาอะไรมาทุบหมูให้ทั่ว
3. จากนั้นนมสด น้ำมันงา ส่วนใครชอบส่วนผสมตามข้อ 2 ข้อไหนก็ใส่ตามชอบเลยค่ะ
4. จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปไว้ในตู้เย็น 6 ชั่วโมง
5. เมื่อครบ6 ชั่วโมงแล้ว ให้นำสับปะรดใส่ลงไป
6. แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทั้งไว้ 15 นาที (ถ้าใส่สับปะรดลงไปแล้วไว้แค่ 15 นาทีนะคะ แล้วนำไปย่างเลย ไม่งั้นหมูจะเสียรสชาติและเละค่ะ ถ้ายังไม่ย่างอย่าพึ่งใส่ค่ะ)
7. จากนั้นนำไปย่าง
8. ขอใช้เครื่อง ‪#‎MagicChef‬# หม้อทอดเพื่อสุขภาพไร้น้ำมัน ย่างจนกว่าจะสุก
9. เสร็จแล้วก็สามารถนำมาทานได้เลยหรือ จะทานคู่กับซอสต่าง เช่น ซอสเห็ด ซอสพริกไทยดำ ซอสส้ม ก็สามารถทานได้เลยค่ะ

ชมพูนุท ชมพูนุท ส้มโอ ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 5 ภาพ
PhotoPhotoPhotoPhotoPhoto
2015-08-29
5 Photos - View album
Wait while more posts are being loaded