Post has attachment
สีผึ้งโบราณ มีลักษณะของเนื้อ 2 แบบ
1.สีผึ้งเคลือบปาก : สีผึ้งตำรับนี้จะมีเนื้อเหนียว ทาแล้วเคลือบผิวปากเอาไว้ ในอดีตสีผึ้งมักใช้ทาในตอนกินหมากเพื่อป้องกับน้ำหมากจับผิวปาก กันปูนกันปาก สีผึ้งเนื้อทองเป็นสีผึ้งเคลือบปาก

2.สีผึ้งบำรุงผิวปาก : สีผึ้งตำรับนี้ ทาเพื่อบำรุงริมฝีปากเนื้อนุ่มทาแล้วซึมสู่ผิวปากได้เร็ว และเป็นสีผึ้งที่มีความพิเศษเช่นมีกลิ่นหอมเช่นสีผึ้งกะทิ มีสีสวยงามเช่น สีผึ้งชมพูนุท

🔸สีผึ้งเนื้อทอง เป็นสีผึ้งเคลือบปาก เนื้อจะมีความเหนียวนุ่มแต่มีความชุ่มชื่น ช่วยเรื่อวสมานผิวได้ดี มีส่วนผสมของกำยานซึ่งมีสรรพคุณฆ่าเชื้ออ่อนๆ เหมาะสำหรับคนที่มีอาการปากแห้งแตกหนักมากๆ แกะปากจนเลือดออก

🔶สีผึ้งชมพูนุท เป็นสีผึ้งเนื้อบำรุง เวลาทาแล้วจะรู้สึกเบาผิวกว่าสีผึ้งเนื้อทอง ให้ความชุ่มชื่นสูงมาก เหมาะสำหรับคนที่มีอาการปากแตกปากลอกปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการบำรุงริมฝีปากให้เรียบตึง ช่วยทำให้สีปากทีหมองคล้ำดูสดใสขึ้น และสามารถใช้ร่วมกับสีผึ้งเนื้อทอง หรือลิปสี ช่วยให้ทาลิปแมทไม่แตกตกร่องปากได้

🔶สีผึ้งกะทิ เป็นสีผึ้งเนื้อบำรุงเช่นเดียวกับสีผึ้งชมพูนุทที่มีความหอมและอ่อนโยนที่สุด เหมาะสำหรับคนที่แพ้ง่ายมากๆ สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เป็นสีผึ้งอเนกประสงค์ ทาบำรุงขนตา ทาบำรุงผิวบางจุดได้

สีผึ้งคำน่อยได้จัดชุดสีผึ้งเคลือบปากคู่กับสีผึ้งบำรุงให้ได้ใช้คู่กันในกล่องเดียวกัน เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงริมฝีปากแบบสมบูรณ์แบบ โดยแบ่งเป็น

1.สีผึ้งเนื้อทอง (เนื้อเคลือบปาก) คู่กับเทสเตอร์สีผึ้งชมพูนุท(เนื้อบำรุง)
2.สีผึ้งชมพูนุท (เนื้อบำรุง)คู่กับเทสเตอร์เนื้อทอง(เนื้อเคลือบปาก)
3.สีผึ้งกะทิ(เนื้อบำรุง)คู่กับเทสเตอร์เนื้อทอง(เนื้อเคลือบปาก)
Photo

Post has attachment
สีผึ้งคำน่อย ชุดสีผึ้งทาปากตำรับโบราณของไทยผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติและหุงตามตำรับโบราณ ไร้สารเคมีและน้ำหอมสังเคราะห์ สีผึ้งแต่ละตำรับมีเนื้อสีผึ้งและสรรพคุณโดดเด่นเฉพาะตัว มีสรรพคุณในการบำรุง ปกป้องผิวปาก ช่วยให้ผิวปากที่แห้งแตก ลอกเป็นขุย กลับมาชุ่มชื่น นุ่มละมุน เรียบเนียน เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยให้ผิวปากคล้ำลดลง มีสีชมพูระเรื่อสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Photo

Post has attachment
รูปแบบตัวแทนจำหน่ายคำน่อยแบบ Dropship
เหมาะสำหรับตัวแทนที่ไม่ต้องการลงทุนสต็อกสินค้า แต่สามารถทำรายได้จากการช่วยขายสินค้าผ่านช่องทางที่ตัวแทนมีอยู่ และทำหน้าที่รับออเดอร์จากลูกค้าเพื่อส่งต่อให้ทางแบรนด์เป็นผู้รับผิดชอบจัดส่งสินค้าให้

โดยทางแบรนด์จะให้ค่าตอบแทนในการเป็น dropship จ 10%-20% ของยอดขาย (ไม่รวมค่าขนส่ง) แบ่งตามจำนวนและลักษณะที่ออเดอรืเข้ามา



ในทั้งนี้ตัวแทนจำหน่ายคำน่อยสามารถเลือกรูปแบบการขายได้ทั้งสองรูปแบบ สามารถปรับใช้การสั่งซื้อให้เหมาะตามสถานการณ์หรือตามคำสั่งซื้อจากลูกค้า


Photo
Wait while more posts are being loaded