Post has shared content
....แกงใต้อ่อมปลาดุกใบยอ....
==========
1ปลาดุกหั่นชิ้นครึ่งโลล้างสะอาด
2กระทิครึ่งโล
3พริกแกงคั่วใต้1ขีด(ลดเพิ่มตามชอบ)
4ใบยอใส่ตามชอบ
5เกลือป่น/นํ้าปลา/นํ้าตาล(ผงชูรสใส่ไม่ใส่ตามชอบ)
=======
1เทกระทิใส่หม้อยกขึ้นเตาใส่พริกแกงลงไปละลายให้เข้ากันเคี่ยวให้เดือด
2พอกระทิเดือดค่อยๆหย่อนเนืี้อปลาลงไปอย่าคนรอจนกว่าจะเดือดแล้วปรุงรสชาติเผ็ดเค็มตัดหวานตามชอบ
3ปลาสุกใส่ใบยอลงไปใช้ทัพพีกดให้จมนํ้าแกงเคี่ยวสัก4-5นาทีให้ใบยอสุกแล้วชิมรสดูอีกทีได้ที่ปิดไฟได้เลยครับ

ขอบคุณที่มา : Wichian Paokem ทาง FB
Photo

Post has shared content
แกงคั่วลูกสามสิบกับปลาย่าง
เตรียม.....ลูกสามสิบล้างสะอาด. ปลาโอย่างแกะเอาแต่เนื้อ นำ้พริกแกงแกงเผ็ด กระทิ ใบมะกรูด นำ้ปลา นำ้ตาล ชูรส
วิธีทำ.....ตั้งกระทะใส่หัวกระทิครึ่งนึงของที่มีเคี่ยวพอแตกมันใส่นำ้พริกแกงลงผัดให้หอมนำ้มันเริ่มออก ใส่เนื้อปลาโอย่างลงผัดต่อ ถ้าแห้งไปเติมหางกระทิลงพอทว่มเนื้อปลา ใส่นำ้ตาล นำ้ปลา ชูรส ปล่อยให้เดือดสักแป๊บนึง เพื่อว่านำ้พริกแกงจะได้เข้าเนื้อปลา แล้วใส่ลูกสามสิบลงเคี่ยวต่อไปอีกหน่อย ชิมรส ชอบรสไหนก็เติมเพิ่ม รอเดือด ให้ลูกสามสิบสุกแล้วใส่หัวกระทิที่เหลือพร้อมใบมะกรูดฉีก รอเดือดยกลง

ขอบคุณที่มา : Wantanee Chuchat‎ ทาง FB
Photo

Post has shared content
"ขนมทองชมพูนุช"
อีกหนึ่งขนมไทยตระกูลทอง ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนักคงเป็นเพราะมีความคล้ายคลึงกับ"ขนมทองเอก" ลักษณะคล้ายกันเพราะใช้พิมพ์แบบเดียวกันก็จริงแต่จะต่างกันที่แป้งที่ใช้ และไม่ต้องติดทองคำเปลว
"ทองชมพูเหลืองสุกใส
สีสวยใช้ไข่ไก่ทำ
น้ำตาลเจือเข้ากัน
กะทิคั้นแป้งลงรวม
ใส่ใจรวมลงนิด
ความรักติดหวานพอควร
ปั้นได้ใส่พิมพ์สวย
ตระกูลทองชมพูนุช"
ส่วนประกอบ
ไข่ไก่(เฉพาะไข่แดง)
แป้งข้าวเจ้า
แป้งข้าวเหนียว
หัวกะทิ คั้นด้วยน้ำลอยมะลิ
น้ำตาลทราย
<วิธีทำ>
นำแป้งทั้งสองชนิดมาร่อนใส่ในอ่างผสมเทน้ำกะทิลงนวดพักไว้
ตอกไข่เอาเฉพาะไข่แดง ใส่น้ำตาลตีให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย นำส่วนผสมของแป้งลงผสมให้เข้ากันเทใส่กระทะทองหรือกระทะเทฟลอน กวนด้วยไฟอ่อนจนสุกขนมร่อนออกจากกระทะพักไว้พออุ่น ใส่พิมพ์ขนมปาดให้เรียบเคาะออกจากพิมพ์เรียงใส่ภาชนะหรือจะอบด้วยเทียนอบขนมก็ได้
**อนุญาตให้แชร์ได้เพื่อการเรียนรู้ /สงวนสิทธิ์ถ้านำไปใช้แสวงหาประโยชน์และการพานิช

ขอบคุณที่มา : ชยพัทธ์ จรรยารัตนวงศ์ ทาง FB
Photo

Post has attachment
สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้งสูตรมังสวิรัติ spaghetti tomyam vegan(English sub)
สำหรับใครที่หลงรักเมนูต้มยำ คุณจะต้องชอบสปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้งสูตรมังสวิรัติแน่นอนค่ะ เพราะทั้งอร่อยแถมยังทำเองได้ที่บ้านที่สำคัญเมนูนี้จะช่วยดูแลให้คุณสุขภาพดีเพราะมีสมุนไพรไทยมากมายในเครี่องต้มยำของเรา รับรองรองว่าอร่อยได้ประโยชน์แน่นอนค่ะ ขอให้สนุกกับการทานมังสวิรัตินะคะ
https://youtu.be/FmuxWzvyMz0

Post has attachment
ใกล้จะถึงช่วงเทศกาลกินเจแล้ว แวะเอาสูตรอาหารเจมาฝากค่ะ :)

https://goo.gl/NPxbC6

Post has shared content
☺มาหาผู้เฒ่าอยุ่บ้านจ้ะ
...เพิ่นอยากกินน่ำพริกบักขามน่อยเผ็ดๆ.. อยากจ้ำกินกับผักซี มันคือสิ่แซ่บ..กะเลยจัดให่เราจั๊กหน่อยจ้า เพิ่นกินตาแซ่บคัก 😆😆 (ภาษาอีสานอ่านเข้าใจบ๊อจ้า)
#น้ำพริกมะขามสด

- นำมะขามสดมาล้างถูไคลมะขามออกให้สะอาด.. บิใส่ลงในครกพร้อมหัวหอมแดงสามหัวพริกขี้หนูสด 20 เม็ด กะปิอย่างดี 1 ช้อนแกง โขลกรวมกันให้ละเอียด.. จึงใส่กุ้งแห้งป่นเนื้อดีตามลงไป ใส่น้ำปลาดีสักครึ่งช้อนแกง เติมน้ำตาลปี๊บ 1ช้อนแกง ชูรสนิดหน่อย..คนเคล้าให้ทุกอย่างเข้ากัน ตักใส่ถ้วย กินกับผักและข้าวสวยร้อนๆ คลุกขยำอร่อยลืมอิ่มไปอีก
#ลูกสาวแม่จ๋า

ขอบคุณที่มา:คิดถึงแม่สุดหัวใจ ลูกสาวของแม่ ทาง FB.
Photo

Post has attachment
ถั่วเขียวต้มน้ำตาล Green Beans in Syrup(English sub)
สวัสดีค่ะ วันนี้มีของหวานเมนูสุขภาพมาฝาก นั่นก็คือ ถั่วเขียวต้มน้ำตาลค่ะ
ถั่วเขียวต้มน้ำตาลเป็นขนมหวานที่ทำง่ายมากๆค่ะ แถมถั่วเขียวเองยังมีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งโปรตี ทั้งเต็มไปด้วยไฟเบอร์และไฟเบอร์เหล่านี้ยังช่วยทำความสะอาดลำไส้ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น รับรองว่าทุกคนจะได้ประโยชน์และความอร่อยจากของหวานถ้วยนี้อย่างแน่นอนค่ะ
https://youtu.be/A9-5G28FKg4

Post has shared content
ไม่เคยคิดว่าจะมีประโยชน์ขนาดนี้!! น้ำต้มใบชะพลู ดื่มพิชิตเบาหวาน และประโยชน์อื่นๆอีกเพียบ

ตำรับยาพื้นบ้าน น้ำต้มใบชะพลู ดื่มพิชิตเบาหวาน! และประโยชน์อื่นๆของใบชะพลู

มีงานวิจัยยืนยันแล้วว่าเหมาะสำหรับคนเป็นเบาหวาน เนื่องจากมีสารแอนติออกซิแดนต์ แคลเซียม วิตามินเอและซีในปริมาณที่สูงมาก ที่สำคัญคือ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดี

ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะตอนนี้สมุนไพรไทยหาง่ายอย่าง “ชะพลู” นั้นมีงานวิจัยยืนยันแล้วว่าเหมาะสำหรับคุณ เนื่องจากมีสารแอนติออกซิแดนต์ แคลเซียม วิตามินเอและซีในปริมาณที่สูงมาก ที่สำคัญคือ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดีเลยทีเดียว…

โดยตำรับยาพื้นบ้านแก้เบาหวานนั้น แค่เตรียมชะพลูทั้งห้า (ทั้งต้นจนถึงราก) 1 กำมือนำมาต้มกับน้ำ 3 ขันยกขึ้นตั้งเตาเคี่ยวจนเหลือ 1 ขันรับประทานครั้งละครึ่งแก้วกาแฟก่อนอาหาร 3 มื้อ เพียงเท่านี้ก็สามารถลดระดับน้ำตาลได้แล้ว…

ประโยชน์ของใบชะพลู

1.ประโยชน์ของใบชะพลู ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระต่างๆ (ใบ)

2.สรรพคุณของใบชะพลู มีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น (ใบ)

3.ใบชะพลูมี เบต้าแคโรทีน ในปริมาณมากซึ่งช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยในการมองเห็น ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน แก้โรคตาฟาง เป็นต้น (ใบ)

4.ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง (ใบ)

5.สรรพคุณใบชะพลู ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ชะพลูสดทั้งต้นประมาณ 7 ต้น นำมาล้างน้ำให้สะอาด ใส่น้ำพอท่วมแล้วต้มให้เดือดสักพัด แล้วนำมาดื่มเป็นชา (ทั้งต้น)

6.ช่วยบำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ (ราก)

7.ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน (ใบ)

8.ช่วยทำให้เสมหะงวดและแห้ง (ดอก,ราก)

9.สรรพคุณชะพลู ช่วยในการขับเสมหะบริเวณทรวงอก ลำคอ (ใบ,ราก,ต้น)

10.ช่วยในการขับเสมหะทางอุจจาระ (ราก)

11.ช่วยในการขับถ่ายเนื่องจากมีเส้นใยในปริมาณมาก (ใบ)

12.ช่วยแก้อาการบิด ด้วยการใช้รากประมาณครึ่งกำมือ ใช้ผลประมาณ 3 หยิบมือ นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวจนเหลือ 1 ถ้วยแก้ว แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1 ส่วน 4 ถ้วยแก้ว (ราก)

13.ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ด้วยการใช้รากประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวจนเหลือ 3 ใน 4 ถ้วยแก้วแล้วรับประทานครั้งละ 1 ส่วน 4 ถ้วยแก้ว (ราก,ทั้งต้น)

14.ช่วยขับลมในลำไส้ ด้วยการใช้รากประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวจนเหลือ 3 ใน 4 ถ้วยแก้วแล้วรับประทานครั้งละ 1 ส่วน 4 ถ้วยแก้ว (ดอก,ราก)

15.รากชะพลูเป็นหนึ่งในส่วนผสม ของตำรับสมุนไพรพิกัดยาตรีสาร ซึ่งช่วยบำรุงธาตุ บำรุงโลหิต แก้คูถเสมหะ

16.เมนูใบชะพลู ก็ได้แก่ แกงคั่วไก่ใบชะพลู แกงคั่วหอยขมใบชะพลู หมูห่อใบชะพลู ไข่น้ำใบชะพลู ยำตะไคร้ใบชะพลู เมี่ยงปลาเผาใบชะพลู ผัดป่าใบชะพลู แกงอ่อมใบชะพลู ยำปลาทูใบชะพลู เป็นต้น

ที่มา : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร / Credit : moo-hinn
Cr.http://www.deethojai.com/2017/09/blog-post_207.html?m=1
Photo

Post has shared content
9 เรื่องใกล้ตัวที่รู้ไว้ก็ดี เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา!

เรื่องเล็กๆ ที่เราเห็นอยู่ทุกวัน แต่บางครั้งเราก็มองข้ามไป ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราป่วยก็ได้ รวมถึง 9 เรื่องต่อจากนี้ที่รู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย และอาจจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของเราด้วย

1. ยาคูลท์ขวดเล็กๆ มีส่วนผสม ของน้ำตาลทรายขาว 6 ช้อนชา

2. ร้านกาแฟโบราณรถเข็น ที่ขายโอเลี้ยง และชาดำเย็น มีต้นทุนค่ากาแฟเย็น แก้วละ 3 บาท (ขณะที่มั่วๆ ขายเราแก้วละ 20-30 บาท ประหนึ่งว่าตัวเอง เป็นร้านกาแฟสด)

3. ร้านขายน้ำส้มคั้นสดๆ ตามร้านริมถนน จะมีสวนผสมของยาฆ่าแมลง อยู่ด้วยเสมอจากผิวเปลือกส้ม ที่ไม่ได้ล้าง หรือล้างไม่สะอาด

4. 95% ของร้านที่ผ่าไข่ด้วยเชือกด้าย เช่น ร้านข้าวหมูแดง ร้านก๊วยจั๊บ เชือกด้ายนั้น ไม่เช็ค ไม่เคยล้าง ไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เปิดร้าน จนปิดร้าน

5. 90% ของร้านขายข้าวขาหมู จะเอาคะน้าที่ไม่ได้ล้าง ไปลวกให้สุกในน้ำขาหมู ก่อนที่จะหั่นเนื้อ หันผัก และตักน้ำขาหมู มาราดข้าวให้เรา

6. 80% ของแม่ค้าขายของ ที่ใส่ถุงมือขายอาหาร จะใส่ถุงมือหยิบอาหาร และทอนเงิน

7. อาหารใส่ถุงที่ซื้อจากตลาด ในตอนเช้า แล้วกลางวันบูด แสดงว่า อาหารสกปรกมีเชื้อแบคทีเรีย แต่ถ้าไว้ข้ามคืน และไม่ได้ใส่ตู้เย็นอาหารก็ยังไม่เสีย แสดงว่า ใส่สารกันบูด

8. โรตีอาบังที่เข็นรถขายตอนเย็นๆ กลางคืน เวลาบังปวดฉี่ บังจะไปยืนหลบๆต้นไม้ฉี่เสร็จ บังไม่ได้ล้างมือที่จับจู๋ฉี่ บังก็มาจับก้อนแป้งตบๆบี้ให้แบน เหวี่ยงให้เป็นแผ่นแล้วก็ทอดโรตีขายให้เรากิน

9. รถเข็นขายไส้กรอกอิสาน ขายจนดึกกลับที่พัก ก็จอดรถเข็นไว้หน้าที่พัก ห้องเช่า โดยไม่ได้เก็บที่ปิ้งย่างไส้กรอก ทิ้งไว้บนรถเข็น ตกดึกหนูก็จะมารุมแทะเศษหนังเศษมันของไส้กรอกที่ติดอยู่ที่เหล็กบนเตาปิ้ง แถมฉี่ใส่อีกต่างหาก พอสายๆ ตื่นมาคนขายก็มาปัดๆ กวาดๆ แล้วก็เตรียมของที่จะไปขายต่อ กินกันเข้าไปเชื้อโรคทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกร้านจะเป็นอย่างที่กล่าวมา 9 ข้อนี้ ควรหมั่นสังเกตุให้ดีก่อนบริโภคนะ
ขอบคุณแหล่งที่มา : นานาสาระน่ารู้
Cr.https://goo.gl/6ZjgQ6
Photo

Post has shared content
"ขนมแป้งทอดสูตรโบราณ,เซาปิ่ง.ฮวงกั๋วเปี้ยะ"

ส่วนผสม

แป้งสาลีว่าว 125 กรัม
มันเทศนึ่ง 125 กรัม
ยีสต์ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทรายแดง 70 กรัม
เกลือ หยิบมือ
น้ำ เล็กน้อย

**งาขาวและงาดำ สำหรับคลุกแป้งด้านบน (ถ้าใครไม่มีก็ไม่ต้องใช้ก็ได้น่ะค่ะ)

ไส้ขนมตามชอบค่ะด้านซ้ายเป็นไส้ถั่วแดง ด้านขวาเป็นไส้ถั่วดำ

ถ้าเพื่อนๆชอบไส้ถั่วเขียวหรือไส้ฟักก็นำมาเป็นไส้ได้น่ะค่ะ

ปอกมันเทศและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆค่ะ

นำไปนึ่งจนสุกดีใช้เวลาประมาณ 15 นาที

นำไปปั่นพร้อมกับน้ำตาลทรายแดงและเกลือปั่นให้ละเอียดเลยน่ะค่ะ

เมื่อปั่นเสร็จแล้วจะได้มันเทศที่มีสีน้ำตาลอ่อน พักไว้ค่ะ

ร่อนแป้งพักไว้ค่ะ

ทำแป้งให้เป็นหลุมตรงกลางแล้วเติมยีสต์ลงไปเติมน้ำเล็กน้อย

ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ยีสต์ทำงานค่ะ

เมื่อได้เวลาแล้วนำมันเทศลงผสมกับแป้งได้เลยค่ะ

นวดไปสักพักให้แป้งเนียนและเหนียวดีอย่าพึ่งเติมน้ำน่ะค่ะ

นวดไปสักพักมันจะออกน้ำมาให้อีกเล็กน้อย

เดี๋ยวจะแฉะไปนวดยากค่ะ

เมื่อเสร็จแล้วจะได้เนื้อขนมเนียนๆเหนียวๆ

พักแป้งไว้ประมาณ 45 นาทีค่ะ

นำแป้งมาตัดแบ่งน้ำหนักก้อนละ 20 กรัม

นำมาห่อใส่ไส้

คลุกงาขาวสำหรับไส้ถั่วแดง

คลุกงาดำสำหรับไส้ถั่วดำ

พักไว้ประมาณ 10 นาที

นำลงทอดในกระทะแบนๆ ใช้ไฟอ่อนๆน่ะค่ะ

เมื่อนำแป้งลงทอดกดแป้งให้แบนเล็กน้อยค่ะ

เสร็จเรียบร้อยค่ะพร้อมเสริฟ์ได้ ได้ทานคู่กับชาจีนร้อนๆอร่อยมากๆเลยค่ะ

ที่มา: http://punpun-waleeporn.blogspot.com
Photo
Wait while more posts are being loaded