Post is pinned.Post has attachment
หู้ยคนแยอะ จัง เลย สมาชิก จะเข้า ชุมชนนั้นนี้ #ลบเลยรับอยู่คนเดียว เฮ้อแจ้งสมาชิกทราบจะลบออกนะค่ะแอดมินหายหมดรับไม่ไหว +Aee n'aee W.wisuttaso+Suda Rangkupan+อย่าอยู่ อย่างอยาก​ ลบชะเลยจบๆไป มีผลตั่งแต่พรุ้งนี้จะลบทิ้ง
Photo

Post has attachment
กฏเหล็ก

กฏตายตัวและหากไม่เข้าใจคงยาสจะอธิบายถึ่ง ปชต ....

1กฏของกลุ่ม

1.1
ห้ามทะเลาะกันเด็ดขาด. ใส่ร้ายลงข้อมูลเท็จยัวยุปลุกปั้นใดๆในตรงข้ามกับฝ่ายปชต(หรือสลิ่ม(แอดมินทราบก่อนรับสำรวจด้วยคะหาก Accounts ทีไม่ประสงค์ดีทางกลุ่มมีทีมงานสแกนและตรวจสอบตลอดเวลา) อนึ่ง โปรดเคารพกันและคิดเสมอว่าเราออกมาสู้เพือปชชรุ่นใหม่อย่าให้ภาระตกแก่ลูกหลานท่านเลย

2.2ห้ามลง คลิบโป้โฆษณาต่างๆและไวรัสต่างๆคนปล่อยจะได้รับโทษสาสม จากคณะทีมงาน.

3.3ห้ามแชรโพสใดๆออกนอกกลุ่มและหรือออกนอกสาธาราณะเด็ดขาดหากไม่ฟัง ขอบอก จะแชรให้เฉพาะเพือนแค่นั้น) ไม่ฟังเสียง แอดมินจัดการ

4.4ทางกลุ่มตะหนักถึง การกล่าวล่วงเบื้องสูงก็จริงแต่ฟัง....ปชชสมควรรับทราบข้อเทูจจริงจากข้อมูลเบื้องลึกทีเอามาลงแต่ หากข้อมูลเท็จ....จะให้แอดมินจัดการเด็ดขาด

5.5 ห้าม..ใส่ร้ายป้ายสีใดๆกับผู้ร่วมกลุ่มทุกๆคนท่านฯ,คือผู้ร่วมอุดมการณ์หรือครอบครัวเดียวกัน

6.6 ห้ามแสวงหาผลประโยนช์ใดๆในทางตรงและอ้อม(เว้นแต่ช่วยเหลือพี่น้องในเรือนจำ)นอกนั้นไม่ได้ เด็ดขาด. และต้องให้เกียต์ชึ่งกันและกันบนเส้นทางถนนปชตนั้นทุกคนเสมอภาคหมดไม่มีชนชั้นใดๆทั้งสิ้นเพราะหากไม่เข้าใจถึ่งปชตจริงๆอย่ากระทำการล่วงละเมิดในสิทธิคนอื่นๆเพราะปชตจริงๆคือทุกคนมีสิทธิเสมอภาคและเท่าเทียมกัน. อิสรภาพ ภรดรภาค เสรีภาพ. และไม่สมควรก้าวล่วงบุคลอื่นๆ ตามวีถีปชตแท้จริงๆหากไม่เข้าใจ ในขบวนการปชตก็ไม่สมควรเรียกร้องและ โหยหาใดๆในเนื้อหาปชตเพราะตรงข้ามถนนของปชตจะ สมบูรณ์ได้ ก็คือปชชชเข้าใจปชตและ ในบนทางวีถีนักสู้ การกระทำทีไม่สมควร. อย่างคือ การแอบอ้างและมั่วในข้อมูลอันเป็นเท็จฯ และแชรโพสฯออกนอก สาธารณะ ซึ่งจะเป็นภัยต่อคนโพสฯ ได้ จะฝ่ายปชตหรือพวกได้. และต้องขอเจ้าของเค้าชะก่อนไม่งัน จะไม่รับฟังเพราะถือว่าได้ล่วงเกิน=ก้าวล่วงในสิทธิบุคลอืนคือสิทธิของเค้าคนนั้นเอง
Photo

Post has attachment
นักข่าว voice tv กับ pptv ชุดเดิมกับที่เคยไปทำข่าวโกดังข้าวอ่างทองคราวที่แล้วที่ถูกทหารมาเรียกเป็น จระเข้แคระ วันนี้ได้ลงทำข่าวที่โกดังเดิม เพื่อตามดูการขนข้าวดีที่ถูกตีเป็นข้าวเน่า ล็อตสุดท้าย

ปรากฎว่า เมื่อไปถึงโกดังก็มีทีมข่าวที่ติดโลโก้ข่าวช่อง 3,7,9 เข้ามาร่วมทำข่าวด้วย

ทีมข่าว voice ,pptv ก็รู้สึกดีที่มีสำนักข่าวช่องใหญ่ๆมาร่วมทำข่าวด้วย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ทีมข่าวที่มีโลโก้ช่อง 3,7,9 นั้นทำข่าวด้วยการถ่ายภาพ ไม่ยิงคำถาม ไม่สัมภาษณ์ ไม่ถามประเด็นเอง เอาแต่ถ่ายภาพ

ทีมข่าวที่ติดโลโก้ช่อง 3 ,7, 9 เมื่อการร่วมสัมภาษณ์เจ้าของคลังข้าว จ.อ่างทอง เสร็จ ไม่คุยกับใคร รีบกลับทันที ขับรถเร็วจนล้อฟรี เข้าใจว่ารีบส่งข่าว

ไม่ถึง 30 นาที หลังสัมภาษณ์เจ้าของคลังอ่างทองเสร็จ มีทีมข่าวช่อง 3 เดินทางมาอีกชุดและขอสัมภาษณ์ ทางผู้สื่อข่าว voice ก็แจ้งว่า เมื่อกี๊มีช่อง 3 มาสัมภาษณ์แล้วนะ

ทีมข่าวช่อง 3 ชุดหลังที่มาขอสัมภาษณ์คลังข้าวอ่างทอง ยืนยันว่า ตนเป็นทีมของช่อง 3 จริงๆและยังแสดงบัตรนักข่าวช่อง 3 เพื่อความบริสุทธิ์ใจ

ทีมข่าวช่อง 3 ชุดหลัง ที่มีบัตร พนง.มาแสดง ระบุว่า ตนเห็นชายหลายคนจอดรถอยู่ข้างทาง และกำลังช่วยกันแกะสติ๊กเกอร์โลโก้ช่องข่าวที่ติดข้างรถออกอยู่ข้างทาง

น่าเป็นห่วงเจ้าของคลังข้าวนับแต่นี้ไม่รู้จะเจออะไรอีก ไม่รู้คนไหนตัวจริงตัวปลอม และใครก็เข้าถึงตัวได้ในรูปแบบนี้

และเชื่อว่า คนที่พยายามเข้าถึงและทำแบบนี้คงไม่ได้ทำด้วยความหวังดีและชื่นชมเป็นแน่

ขื่อแปของบ้านเมืองมันผุกร่อนไปหมดหลังจากมีการปล้นอำนาจประชาชน

Photo

Post has shared content
" ตั้งแต่จำความได้ "
เป็นมานานนม
กินมานมนาน
หนี่งเดียวในโลก...สังคมเมืองไทย
..นี่แหล่ะ ประเทศไทย..
``ไม่คิดก็`👀`ต้องคิด``
- ถึงเวลาแล้วหรือยัง -
ไม่ชี้แนะ คิดกันเอาเอง โตๆกันแล้ว
'เขา'
..ก็ผู้เสียภาษี..
ชี วิ ต ผู้ เ สี ย ภ า ษี
น้ำมันไทยขุดเจาะแผ่นดินไทย กลั่นก็ที่ไทย
ส่งออกไปขายประเทศเพื่อนบ้านกำไรบาน
แต่คนไทยกลับต้องใช้น้ำมันราคาแพงแสนแพง
" คำๆนี้คงได้ยินกันบ่อยจากผู้เป็นใหญ่ "
👇.. `👀` ..👇
น้ำมันราคาแพงเพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
.คำตอบโง่ๆ
นี่แหละเขาตำรา!!
" ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นจอง "
ไทยฆ่าไทย ให้ผู้ใด...ครอง
วิญาณปู่จะร้อง ว่าลูกหลานจัญไร
`°~°`จัญไรจริงๆ`°~°`
เข้าใจตรงกันน่ะ!!!
Photo

Post has attachment
ขอเรียกร้องให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังหารจากผู้สั่งฆ่าประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการถืออาวุธต่อสู้
ซึ่งเป็นหลักฐานให้คุณยิ่งลักษณ์พ้นมลทินจากการชดเชยเหยื่อที่ทหารสลายการชุมนุมในยามวิกาล

เอกสารลับยุทการกระชับวงล้อม 14-19 พค. 2553 โดยมติชน
บทความชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารเสนาธิปัตย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ปีที่ 59 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม 2553 เป็นบทความที่เขียนขึ้นเพื่อประกอบการจัดทำ”เอกสารแนวทางในการปฏิบัติทางทหาร: กรณีศึกษาการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในเมือง” จากความริเริ่มของพล.ท.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เพื่อกำหนดบทบาทของกองทัพบกในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในเมืองรูปแบบใหม่


(ตอน2)

ความสำเร็จทางยุทธการ : การกระชับวงล้อมพื้นที่ราชประสงค์

1.แผนยุทธการมีพื้นฐานและสอดรับกับความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ทางทหารและนโยบายของรัฐบาล

2.แผนยุทธการมีการวางแผนเป็นขั้นตอนรัดกุมมีเสรีในการปฏิบัติตามกรอบเวลามีการวางแผนและปฏิบัติโดยปราศจากแรงกดดันด้วยเวลา

3.การปฏิบัติการข่าวสารนับว่าเป็นผลในระดับยุทธการ ทั้งในส่วนการสร้างขวัญและกำลังใจของฝ่ายปฏิบัติการ และลดขวัญกำลังใจของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย

4.ความสำเร็จของการปฏิบัติงานด้านการข่าวในพื้นที่กลุ่ม นปช.ทำให้สามารถใช้หน่วยได้ตรงกับขีดความสามารถและถูกต้องเหมาะสมกับภารกิจ ยกตัวอย่าง การใช้หน่วยสไนเปอร์ของทุกกรม โดยเฉพาะกับพื้นที่ตึกสูงตามเส้นทางถนนวิทยุและสายสารสิน

5.ความสำเร็จในการจู่โจม แม้ว่าแผนยุทธการครั้งนี้ไม่สามารถจู่โจมด้วยเวลาได้ ก็มีการแก้เกมด้วยการจู่โจมด้วยความเร็วโดยการส่งล่วงหน้าเข้ารักษาความปลอดภัยบนพื้นที่อาคารสูง การเข้ายึดพื้นที่สวนลุมพินีเป็นส่วนใหญ่ได้ก่อนสว่าง และการรุกเข้าพร้อมกัน 3 ทิศทาง

6.การปฏิบัติตามแผนยุทธการ กระทำด้วยการรุกคืบด้วยความระมัดระวังของแต่ละพื้นที่โดยการประเมินศักยภาพของกำลังการ์ดนปช.ให้สูงกว่าเมื่อครั้ง10 เมษายน เพื่อให้มีระบบป้องกันตัวทหารที่มากขึ้น ดังนั้นการปฏิบัติการทางทหารที่ใช้กำลังทหารประมาณ 2 หมื่นนาย มีการสูญเสียทหาร 1 นาย กับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นความสูญเสียที่ยอมรับได้

7.กองกำลังการ์ด นปช.มีการตั้งรับแบบกองโจรวางกำลังเต็มพื้นที่ ขาดผู้เชี่ยวชาญการวางกำลังตั้งรับและร่นถอยแบบทหารที่แท้จริง เนื่องจากการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ทำให้จุดศูนย์ดุลของ นปช.กลายมาเป็นจุดแข็งของการปฏิบัติของกองทัพ

8.แผนยุทธการเป็นการวางแผนการปฏิบัติรบเต็มรูปแบบเสมือนการทำสงครามรบในเมือง ใช้กำลังขนาดใหญ่ถึง 3 กองพล วางแผนเข้าปฏิบัติการ ซึ่งมีอำนาจกำลังรบเปรียบเทียบสูงกว่ามาก ยิ่งมีการสั่งการให้ใช้กระสุนจริงกับกลุ่มกลุ่มก่อการร้ายผู้ถืออาวุธ และเพื่อป้องกันตัวเองได้ ทำให้ทหารที่เคยสูญเสียความเชื่อมั่นจากเหตุการณ์ 10 เมษายน ก็มีจิตใจรุกรบมากขึ้น

9.แผนยุทธการในการรุกผ่านฝ่ายเดียวกันจากถนนสาทร ถนนสีลม ถนนสุรวงศ์ และถนนวิทยุ ทำให้กองกำลังทหารสามารถรักษาโมเมนตัมในการปฏิบัติการได้อย่างตอ่เนื่อง และสามารถพิทักษ์ป้องกันพื้นที่ส่วนหลัง (พื้นที่สีลม) ได้อย่างปลอดภัย

10.ความมีเอกภาพในการปฏิบัติ จากการสั่งการของแม่ทัพภาคที่ 1 กับกองกำลัง 3 กองพลให้ปฏิบัติการได้ถูกจังหวะการรุกและการหยุดหน่วย เพื่อผลการรุกของหน่วยอื่นหรือรอเวลาสำหรับการปฏิบัติชั้นสุดท้าย ยกตัวอย่างหน่วยรุกแตกหัก ได้แก่ พล ม.2 รอ.จากทิศทางสีลมมุ่งสู่สี่แยกศาลาแดง ส่วนที่ 2 กองพลที่เหลือคือ พล.ร.9 รับผิดชอบพื้นที่แยกอโศก เพลินจิต ชิดลม และ พล.1 รอ.รับผิดชอบพื้นที่ดินแดง พญาไท ราชปรารภ กำลังส่วนนี้ต้องตรึงกำลัง ปิดเส้นทางหลบหนี ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุม นปช.ได้ทยอยออกจากพื้นที่ราชประสงค์ผ่านถนนพระราม 1 ไปแยกปทุมวัน หรือเข้าไปในวัดปทุมวนาราม

ความสำเร็จทางยุทธวิธี : การกระชับวงล้อมพื้นที่ราชประสงค์

ยุทธการกระชับวงล้อมเมื่อ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 เป็นการปฏิบัติทางทหารเต็มรูปแบบ จึงเห็นได้ว่าภารกิจชัดเจน คือการกระชับวงล้อมด้วยกระสุนจริง จากกำลังหน่วยรบหลักของเหล่าทหารราบ เหล่าทหารม้า และหน่วยส่งกำลังทางอากาศ อย่างเช่น ร.31 รอ.ในภารกิจปฏิบัติการพิเศษ อาจเรียกได้ว่าเป็นการรบในเมืองที่ใช้อาวุธยุทธโธปกรณ์ทางทหารเต็มอัตราศึก ทั้งกำลัง อาวุธประจำกายที่ทันสมัย ชุดสไนปอร์ หน่วยยานเกราะ ซึ่งการปรับกำลังและการเปลี่ยนแปลงทางยุทธวิธีที่สำคัญครั้งนี้ก็เป็นผลสะท้อนจากบทเรียนเมื่อ 10 เมษายน พ.ศ.2553 นั่นเอง

การปฏิบัติการทางยุทธวิธีที่ใช้เวลาทำงาน 9 ชั่วโมง (เวลา 03.30-13.30) ถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญยิ่งทางยุทธวิธีของการรบในเมือง ที่สมควรได้มีการบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการรบในเมือง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.การปฏิบัติการทางยุทธวิธีสอดรับกับแผนยุทธการกระชับวงล้อมของศอฉ.ในระดับยุทธการและนโยบายของรัฐบาลที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อการเมืองชัดเจนผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพชัดเจน ผู้บังคับหน่วยชัดเจนนำมาซึ่งแผนยุทธการและแผนปฏิบัติระดับยุทธวิธีก็มองเห็นทิศทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ


2.ปรับยุทธวิธีการปราบจลาจลเป็นยุทธวิธีการรบในเมือง เพื่อการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธ หรือผู้ก่อการร้ายที่แอบแฝงในกลุ่ม นปช.ด้วยฐานข่าวของ ศอฉ.ว่ามีกองกำลังติดอาวุธประมาณ 500 คน มีอาวุธปืนซุ่มยิง อาวุธสงคราม เช่น M 79 M 16 AK 47 และ Travo-21

3.ปรับการยิงกระสุนยางจากปืนลูกซองเป็นการใช้กระสุนจริงจากอาวุธประจำกาย ทำให้ต้องมีการสร้างวินัยอย่างเข้มงวด ตามกฎการใช้กำลัง จากเบาไปหาหนัก ตามหลักสากลมีการยิงให้กรวยกระสุนตกต่ำกว่าหัวเข่า การยิงเมื่อเห็นเป้าหมายหรือบุคคลถืออาวุธ เป็นการยิงเพื่อป้องกันตัวเอง การยิงขู่จะยิงเมื่อม็อบเคลื่อนที่เข้ามาแล้วสั่งให้หยุด ก็ไม่ยอมหยุด


4.การจัดระยะห่างระหว่างการวางกำลังของหน่วยทหารกับแนวตั้งรับของม็อบในระยะยิงหวังผลปืนM16 ประมาณ 400 หลา ซึ่งต้องมีกำลังพลเข้าเวรตรวจดูความเคลื่อนไหวกลุ่ม นปช.ทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดเวลา

5.การปรับการวางกำลังและการเคลื่อนที่ภายใต้อาคารและทางเดินเท้าไม่มีการจัดรูปขบวนยืนแถวหน้ากระดานเป็นแผงกลางถนน เพื่อเตรียมตัวผลักดันกับฝูงชนในภารกิจปราบจลาจล เพื่อป้องกันการซุ่มยิงจากด้านหลังผุ้ชุมนุม


6.การดัดแปลงที่วางกำลังเป็นการตั้งรับแบบเร่งด่วนเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือถอยร่นด้วยกำบังกระสอบทรายสูงระดับครึ่งเข่า เมื่อต้องนอนราบหรือสูงระดับศรีษะเมื่อต้องการยืนปฏิบัติการ และมีการวางแนวทหารตั้งรับเป็นชั้นๆ ตามเส้นทางเคลื่อนที่เข้าหาม็อบ มิใช่เป็นการวางแนวเป็นปึกแผ่นเพียงชั้นเดียว ซึ่งถ้าม็อบมีจำนวนมากกว่า ก็สามารถล้อมทหารและเข้าถึงตัวแย่งปืนได้ง่าย

7.ใช้ลักษณะผู้นำหน่วยขนาดเล็กสูงมาก เพราะต้องอดทน ใจเย็น รอเวลา ทนต่อการยั่วยุ การรับควันไฟกลิ่นยางรถยนต์ที่เหม็นรุนแรงตลอดทั้งวันทั้งคืน

8.การใช้ส่วนสไนเปอร์คุ้มครองการเคลื่อนที่ในการรุกไปข้างหน้าและการป้องกันให้หน่วยเมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หรือเมื่อกองกำลังหยุดนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลาข้ามวันข้ามคืน อีกทั้งต้องรับภารกิจอารักขาผู้บังคับบัญชาระดับสูงอีกด้วย

9.การวางกำลังตามแนวทางเดินเท้าสามารถวางกำลังได้ ยิ่งกระจายกำลังออกไปให้ได้มากก็ยิ่งตกเป็นเป้าหมายคุ้มค่าน้อยลง และไม่ตกเป็นเป้าหมายคุ้มค่าน้อยลง และไม่ตกเป็นเป้าหมายขนาดใหญ่ให้กับกระสุน M 79 ของกำลังก่อการร้าย

10.พัฒนารูปแบบการวางจุดตรวจการณ์ข้างหน้า (Out Post) โดยใช้สะพานลอยข้ามถนนมีการปิดฉากม่านดำเสริมด้วยบังเกอร์และกระสอบทราบ ทำให้ลดการตรวจการณ์ของการ์ด นปช.และเสริมการป้องกันได้อีกทางหนึ่ง ทั้งสามารถปกปิดการถ่ายรูปจากสื่อมวลชน

11.การปรับกำลังและระดมพลแม่นปืนเท่าที่มีอยู่ของกองทัพบกเข้าประจำพื้นที่เพื่อต่อต้านการซุ่มยิงของกลุ่ม นปช.ทั้งบนอาคารสูงและพื้นที่สูงข่ม

12.การกำหนดพื้นที่อันตรายเป็นฉนวนกั้นกลางระหว่างแนวระยะยิงหวังผลของหน่วยทหารกับแนวตั้งรับของกลุ่มนปช.เป็นยุทธวิธีประการหนึ่ง โดยมีการประกาศเขตการยิงด้วยกระสุนจริง (Live Firing Zone)


13.การกำหนดเขตห้ามบิน เป็นแผนยุทธการที่สนับสนุนงานยุทธวิธี ทำให้มั่นใจว่าการรบเหนือน่านฟ้าพื้นที่ราชประสงค์ ฝ่ายเราสามารถครองความได้เปรียบทางอาศัยอยู่

14.ยุทธวิธียอมเสียพื้นที่ แล้วถอยกลับมาตั้งรับในพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า ห่างจากระยะยิงของพลซุ่มยิงกลุ่ม นปช.เห็นได้จากความล้มเหลวในการกระชับวงล้อมในพื้นที่ 14 พฤษภาคม ถือว่าเป็นยุทธวิธีที่ชาญฉลาด ด้วยการไม่บุกตะลุยเข้าสู่คิลลิ่งโซน (Killing Zone)


15.การถอนกำลัง หรือการวางกำลังกระจายตัวมากขึ้นภายหลังค่ำมืด ก็ถือว่าเป็นยุทธวิธีหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการไม่ตกเข้าไปในกับดักที่เป็นเป้าหมายคุ้มค่า

16.การใช้หน่วยรถหุ้มเกราะเมื่อจำเป็นและต้องการผลแตกหักในการสลายการชุมนุมเท่านั้น จึงทำให้ไม่ปรากฏการเคลื่อนไหวของยานเกราะก่อนวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553


17.การใข้รถหุ้มเกราะกับพลรบเคลื่อนที่ตามกันนั้นเป็นยุทธวิธีหนึ่งที่ได้แปรเปลี่ยนไปเพื่อเป็นการข่มขวัญการ์ด นปช.เพราะลดการสูญเสียพลรบ จากอาวุธ M79 จรวด RPG หรือระเบิดเคโมร์ตามแนวตั้งรับ นปช.


18.การสนธิกำลังอย่างลงตัวของชุดรบที่ประกอบด้วยชุดสไนเปอร์ ขบวนรถหุ้มเกราะพลรบหลังรถหุ้มเกราะขุดผจญเพลิง ขุดกู้ระเบิด (EOD) เป็นที่ประสบความสำเร็จที่น่าสนใจ


19.การกำหนดระยะเวลาการปฏิบัติการที่ส่งผลให้มีเสรีในการปฏิบัติทางยุทธวิธีเช่น การเริ่มปฏิบัติในตอนเช้าตรู่ ทำให้มีเวลามากพอสำหรับกำลังในการรุกเข้าเคลียร์พื้นที่ แต่การรบในเวลากลางคืนทำให้การมองเห็นจำกัด อาจตกเป็นเป้าหมายของกองกำลังก่อการร้ายที่แอบแฝง และที่สำคัญไม่มียิงฝ่ายเดียวกันหรือยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์


20.การใช้หน่วย ปจว.ทางยุทธวิธี เพื่อทำความเข้าใจก่อนการบุกสลายการชุมนุมถือว่าเป็นหลักสากลประการหนึ่ง

21.การใช้หน่วยในพื้นที่วางกำลังส่วนล่างหน้าไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม เพื่อตรึงกำลังป้องกันมิให้มวลชนคนเสื้อแดงยกกำลังเข้าช่วยที่ราชประสงค์ ต่อจากนั้นจึงใช้กำลังหลักเข้าสลายกลุ่มชุมนุม

22.การยอมถอนตัวของกำลังทหารออกจากพื้นที่ราชประสงค์ภายหลังถูกโจมตีด้วย M79 ในช่วงตอนเย็นตรงพื้นที่แยกสารสิน ถอยกลับไปยังพื้นที่ปลอดภัยถนนสีลมถือว่าเป็นการตัดสินใจในระดับยุทธวิธีที่ถูกต้อง เพื่อลดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น

23.มีการซักซ้อมแผนและซักซ้อมการปฏิบัติทั้งหมดทั้งในพื้นที่ตั้งหน่วยและที่ร.11 รอ. เป็นการสร้างหลักประกันความมั่นใจสู่ความสำเร็จ และเป็นการลดเกณฑ์เสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง

.................
(ติดตามอ่านตอน3 ตอนจบ) ข้อเสนอแนะจากบทเรียนทางยุทธศาสตร์ ยุทธการ แล
ะยุทธวิธี พรุ่งนี้(26มิ.ย.)

คลิกอ่าน เอกสารลับ ยุทธการกระชับวงล้อม 14-19 พ.ค.53 ( ตอน 1) "มาร์ค"สั่งกระชับวงล้อมเพื่อ"ยุติ"ไม่ใช่"เจรจา"
PhotoPhotoPhoto
31/7/60
3 Photos - View album

Post has attachment
ถ้าจริง!!
เวรแหละ
กรรมจริง จิง
😈
Photo

Post has attachment

Post has attachment
ความเป็นธรรม พ่องมึงหรือ พิจารณาคดีลับหลังได้ เอาผิดย้อนหลังได้ ไอ้สัสส มันขัดหลักสากล มึงคิดว่าคนโง่จะเชื่อมึงกี่คน ไอ้เวร.เขาทำมาหากินมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ใช่เข้ามาปล้นประเทศเหมือนเหี้ยอย่างมึง ลองย้อนดูตัวมึงเองบ้างเถอะ ว่าลำพังเงินเดือนทหารของมึงจะพอยาไส้หรอ บ้านใหญ่โต เงินทองที่มีอยู่ทุกวันนี้มึงเอามาจากไหนไม่ทราบ ไอ้โจรกระจอก ถุย ทราม สถุน กัฬขะ ใจต่ำช้า ชั่วชาติเขาทำมาหากินมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ใช่เข้ามาปล้นประเทศเหมือนเหี้ยอย่างมึง ลองย้อนดูตัวมึงเองบ้างเถอะ ว่าลำพังเงินเดือนทหารของมึงจะพอยาไส้หรอ บ้านใหญ่โต เงินทองที่มีอยู่ทุกวันนี้มึงเอามาจากไหนไม่ทราบ ไอ้โจรกระจอก ถุย ทราม สถุน กัฬขะ ใจต่ำช้า ชั่วชาติคนมีความสามารถ ฉลาดไม่ใช่โจร ใครๆก็จ้างและไม่จ่ายถูกด้วยค่าตัวแพงและคนเห็นคุณค่าความเป็นคนเช่นกันด้วยถึงท่องได้ทั่วโลก เชื่อกูนะ ลุง4.0thaionly yu
Photo

Post has attachment
#งานงอกแล้วมึงไอ้ตูบ #ไอ้กบฏคสชมึงคอยดูก็แล้วกัน #กู้ฟันไม่เลี้ยง #อดีตหัวหน้าคลัง อคส."ให้การหลัง รปห.สั่งห้ามรมยา ทำข้าวเน่า
การเมือง > ข่าวการเมือง : 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คมชัดลึก, สั่งห้ามรมยา, รัฐประหาร, หลัง, ให้การ, หัวหน้าคลังสินค้า, อดีต, อดีตหัวหน้าคลัง, อคสให้การหลัง, รปหสั่งห้ามรมยา, ทำข้าวเน่า, อดีตหัวหน้าคลัง อคส, ปนัดดดา, อคส, กขช
อดีตหัวหน้าคลังสินค้า อคส.ให้การหลัง รปห. คสช.สั่งเลิกติดกล้องวงจรปิด เปลี่ยนกุญแจ ห้ามรมยา ทำข้าวเน่า เผย "ปนัดดดา" กำหนดมาตรฐานตรวจข้าวเอง ไม่อิง ก.พาณิ
นายพศดิษ ดีเย็น อดีตหัวหน้าคลังสินค้า องค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวภายหลังการเบิกความเป็นพยานในคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาตามคำฟ้องของ อัยการสูงสุด ว่า ในช่วงระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าคลังสินค้าและรับผิดชอบในการกำกับดูแลสต๊อกข้าวในโครงการรับจำนำ ตั้งแต่ ปี 2554 จนถึงปี 2559 เห็นว่า ขั้นตอนในการตรวจรับข้าวเข้าสู่โครงการรับจำนำ เป็นไปตามมาตรฐานและขั้นตอนที่กำหนดโดยรัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยในส่วนของ อคส.เป็นหน่วยงานโดยตรงที่รับมอบนโยบายจากกระทรวงพาณิชย์ และปฏิบัติตามคู่มือการรับจำนำข้าวของกรมการค้าภายใน ที่มีหน้าที่โดยตรงตั้งแต่การออกใบประทวน ตรวจสอบตาชั่ง ตรวจสอบเอกสารเกษตรกร จัดเก็บข้าวเปลือก จัดเก็บข้าวสาร เบิกจ่ายระบายข้าว ตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2554 ในสมัยรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โกดังและคลังสินค้าในความดูแลของ อคส.ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน และคู่มือเพื่อเก็บรักษาสภาพข้าวเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมาโดยตลอด ตั้งแต่ การตรวจสอบคุณภาพข้าว การรมยากำจัดแมลงและศัตรูพืช เป็นต้น

อย่างไรก็ตามจุดสังเกตในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น ข้าวในโครงการรับจำนำมีหลายเรื่องหลายประเด็น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องข้าวหายไปจากโกดัง ในโกดังมีข้าวเสื่อมคุณภาพปะปน ข้าวไม่ตรงสเป็คตามโครงการรับจำนำ และอีกหลายปัญหา ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าหลังการรัฐประหาร รัฐบาล คสช.ได้มีคำสั่งโดยกระทรวงพาณิชย์ให้มีการยกเลิกการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่เคยติดตั้งอยู่ที่โกดังเก็บข้าวในโครงการรับจำนำ สั่งเปลี่ยนคณะบุคคลที่ถือกุญแจ และตั้งแต่ ปี 2557-2559 กระทรวงพาณิชย์ห้ามมิให้มีการเปิดโกดังข้าวเพื่อรมยา ตามปกติ จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้าวในโครงการรับจำนำ ได้รับความเสียหาย

สำหรับปัญหาเรื่องข้าวเน่า ข้าวเสียและข้าวเสื่อมคุณภาพ นั้นโดยข้อเท็จจริงแล้วข้าวที่เก็บไว้ในโครงการรับจำนำยังมีสภาพที่สามารถจำหน่ายได้ตามปกติ แต่ปัญหาเกิดจากการกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ม.ล.ปนัดดา กำหนดเอง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ เอามาตรฐานการกำหนดคุณภาพข้าวเพื่อการส่งออกมาเป็นเกณฑ์ตรวจวัด ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวต้องเป็นข้าวที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพแล้ว จึงทำให้ข้าวในคลังและโกดังรับจำนำ ทั้งประเทศเป็นข้าวที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ ม.ล.ปนัดดา ประกอบกับบุคลากรที่ออกไปตรวจสอบนั้นเป็นบุคลากรที่ไม่มีประสบการณ์ไม่มีความรู้เรื่องข้าวขั้นตอนการตรวจสอบไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน จนทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมหาศาล และกลายเป็นที่มาของนโยบายการสั่งขายข้าวคุณภาพดี ในราคาข้าวเสื่อมคุณภาพ หรือข้าวเน่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการบางรายประมูลข้าวได้ในราคาที่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 5 บาท ทั้งที่ข้าวในคลังบางแห่งสามารถขายในราคาที่สูงกว่า 10 บาท ทำให้ประเทศได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
ขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพข้าวตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ ต้องตรวจข้าวให้ได้ปริมาณตัวอย่าง อย่างน้อย 5 % ของข้าว 1 กอง เช่นข้าวสาร 1 กองมีจำนวน 20,000 กระสอบ การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ต้องฉ่ำข้าวอย่างน้อย 1,000 กระสอบ แต่ในทางปฏิบัติของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นโดย ม.ล.ปนัดดา ฉ่ำข้าวแต่ละกอง ไม่ถึง 200 กระสอบ อีกทั้งยังไม่ทั่วทั้งกองข้าว แต่กลับบอกว่าข้าวที่ตรวจสอบเป็นคุณภาพต่ำ ที่แบ่งเกรดเป็น เอ บี และซี ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ตั้งขึ้นเองโดยไม่เคยมีมาก่อน
ส่วนปัญหาเรื่องการทุจริตข้าวถุง ที่เป็นข้อกล่าวหาว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้มีการทุจริตเมื่อปี 2556 นั้น โดยข้อเท็จจริงแล้ว ในเวลานั้นการจัดทำข้าวถุงเป็นนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการทำข้าวถุง เพื่อจำหน่ายในราคาถูกให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย และไม่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีเลย เป็นการปฏิบัติในระดับของกรมการค้าต่างประเทศ และองค์การคลังสินค้า (อคส.) แต่ อดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ยกเลิก และดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่เกิดเรื่อง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2556 และ อคส.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2556 ในปีเดียวกัน วุฒิสภาได้หยิบยกเรื่องนี้มาอภิปรายในสภาฯ ตอนนี้เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวน และดำเนินการของ ป.ป.ช
-http://www.komchadluek.net/news/politic/288687
Wait while more posts are being loaded