Post has shared content

Post has shared content

ว่าด้วยเรื่อง "บังคับให้ลาสิกขา"

Friday, September 22, 2017 - 00:00


รัฐบาลเขากำลังวิ่งผลัด ๔X๑๐๐ ชิงถ้วย "เงินทอนวัด"

"พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ไม้แรก ออกนำสตาร์ทได้ดี

ดีเอสไอรับต่อ เป็นไม้สอง

ตอนนี้ ปปป. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ)
รับไม้สาม นำหมายศาลกระจายกำลังค้นบ้าน "กระสือเงินทอน" สำนักพุทธฯ รวดเดียว ๑๔ จุด
ทั้งในกรุงและอีก ๗ จังหวัด!

เมื่อวาน (๒๑ ก.ย.๖๐) เป็นล็อตใหม่ "นายพนม ศรศิลป์" อดีต ผอ.สำนักพุทธฯกับ "นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี" นักวิชาการสำนักพุทธฯ

ได้รับเกียรติจากเจ้าหน้าที่ ปปป.เข้าค้นบ้าน ...........
ในฐานผู้ต้องสงสัย "เกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด" !
นอกนั้น เป็นบ้านพวกอดีตข้าราชการระดับสูงสำนักพุทธฯ และญาติพี่น้อง

เช่น บ้านแม่ยาย "นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์" อดีต ผอ.สำนักพุทธฯ ที่ไปจัดงานแต่งเมียใหญ่โตขึ้นฉิมพลีอยู่ที่สหรัฐฯ โน่น

คนนี้แหละ.........
"บิ๊ก บราเธอร์" "หัวหน้าแก๊งเงินทอน" ต้นตำรับ มาจากศิษย์สำนักธรรมกาย ระดับเลขานุการวัด

ผู้ได้ชื่อว่า "เข้าพระ-เข้าวัด-เข้ามหาเถรฯ" ได้คล่องปรื๊ด..คล่องปรื๊ด!

ตอนเป็นบิ๊กสำนักพุทธฯ..........
ผันเงินเข้าอาณาจักรธรรมกาย ผ่านกิจกรรมธุดงค์ธรรมชัยผสมผสาน "การบุญ+การเมือง" จมหู!

พ.ต.ท.พงศ์พรเข้าไป "เปิดขุมนรกเงินทอน" ในสำนักพุทธฯ ก็จ๊ะเอ๋
ข้นคลั่กอยู่ในหม้อต้มใบต้นเชียว

ให้ ปปป.ไปขอหมายค้น ก็พบหลักฐานเป็นแก๊งเงินทอน "วัดครึ่ง-สำนักพุทธฯ ครึ่ง" เอากันน่าทึ่ง ระดับ ๗๕% ของเงินที่จ่ายออกไป

แค่ไม้ ๓ ยังซี้ดซ้าดได้ขนาดนี้...........
ถึงไม้ ๔ สุดท้าย ก็ไม่รู้ว่า "คณะรัฐบาลสงฆ์" จะสวดชยันโต หรือมาติกา-บังสุกุล?

เรื่องไล่ผีสำนักพุทธฯ นี่ ........
จะค่อยๆ เห็นขอบสวรรค์ ถึง พ.ต.ท.พงศ์พรผู้เปิดปากหลุมนรกไม่อยู่แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาล "กลบปากหลุม" ไม่คุ้ยต่อ

เรื่องศาสนา เป็นเรื่องศรัทธาและความเชื่อ ซึ่งชนส่วนหนึ่ง เชื่อและศรัทธา ชนิดไม่ต้องการเหตุและหาผล

ฉะนั้น การจะทำอะไร นอกจากมุ่งความสะอาดเพื่อบังเกิดกับพระศาสนาแล้ว ยังต้องคำนึงด้านจิตใจของชนร่วมสังคมด้วย
ขนาดลิเก จะเข้าพระ-เข้านาง ยังต้องซอยเท้า กรีดกราย ร่ายรำ

แต่นี่ "เข้าพระ-เข้าสงฆ์" ในศาสนา........
ต้องจับให้มั่น-คั้นให้ตาย-คายให้เห็นกาก ไม่อย่างนั้น ด้วยศรัทธาที่ไม่หาเหตุผล มันจะย้อนศร!

สำหรับพระคุณเจ้า "บางวัด" ในรายชื่อวัด ที่รับเงินบำรุงไปแล้ว และแก๊งสำนักพุทธฯ ไปขอเงินทอนนั้น
วัดใหญ่-วัดหลวง มีระดับพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาส อันนี้ ควรต้องสอบชนิด "จัดหนัก-จัดเต็ม" เพราะถือเป็น "ผู้ใหญ่-รู้แล้วทำ"

แต่มีบางวัด อยู่ในประเภท "พระบ้านนอก" เมื่อมีคนสำนักพุทธฯ ไปเสนอเรื่องเงินบำรุงวัดอย่างนั้น-อย่างนี้
จะพูดอะไร-แบบไหน หลวงพ่อ-หลวงพี่-หลวงตา ท่านจ้ะ...จ้ะ ด้วยเชื่อหมดแหละ!

จัดงบไปให้แล้ว ไปขอเงินทอนท่าน ด้วยความเป็นพระซื่อ พระบ้านนอก คนสำนักพุทธฯ พูด
ถึงใจท่านข้อง แต่ท่านก็ไม่กล้าขัดหรอก!

นี่...ตรงนี้ เจ้าหน้าที่ ปปป.หรือฝ่ายไหนผู้สอบสวน ช่วยคำนึงถึงเจตนา "บริสุทธิ์-ไม่บริสุทธิ์" ของพระคุณเจ้าด้วย

สังเกตพฤติกรรม บางวัดไกลๆ ในต่างจังหวัด น่าสงสาร ท่านถูกหลอกเอาเงิน มากกว่าสมคบกัน "โกงไม่เป็นไร ได้เอามาแบ่งกัน"


พูดถึงพระ ............

ตอนนี้ ถ้าไม่พูดถึงอดีตพระที่ชื่อ "พระมหาอภิชาติ" วัดเบญจมบพิตร เจ้าของคลิป สั่งพระทาง ๓ จังหวัดใต้ "จัดหนัก-จัดเต็ม" ต้อนรับ พ.ต.ท.พงศ์พร ที่จะไปตรวจราชการใต้ ดูจะตกยุค!

ตอนนี้เป็น "ไอ้ทิด" ไปแล้ว!

ต่อจากนี้ คงทำหน้าที่ "มือขวา" ให้มหาโชว์ หัวหน้าแก๊งไอ้ย่ามแดงในหมู่สงฆ์ระบอบทักษิณ ได้เต็มสิบนิ้วมือ-นิ้วตีนยิ่งขึ้น

ผมอ่านข่าวแทบทุกแห่ง เห็นใช้ศัพท์สื่อความหมายแล้วปวดตับ.......

"เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท มายังวัดเบญจมบพิตรฯ
เพื่อ "บังคับให้ลาสิกขา"!?

อย่าว่าโง้น-งี้เลย ไม่ถูกต้อง และเป็นคำก่อให้เกิด "ปมถาม-ปมแย้ง" มากทีเดียว

พระนั้น..........
"บังคับให้สึก" ไม่ได้
ต่อให้จับถอดผ้าเหลือง ให้นุ่งกางเกง ถ้าใจพระรูปนั้น ไม่ยินยอม ไม่เปล่งวาจา "ลาสิกขา" ต่อหน้าพยาน

ท่านก็ยังเป็นพระ!

เพราะการ "เป็นพระ-ไม่เป็น" ไม่ได้อยู่ที่หัวโล้น-ห่มเหลือง
หากแต่ "อยู่ที่ใจ" เมื่อบวชแล้ว ตราบใดที่ยังเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ด้วยศีล ๒๒๗
ถึงอยู่ในสภาพนุ่งกางเกง-สวมเสื้อ อยู่บ้าน-อยู่คุก อยู่ไหนๆ ก็ตาม
ก็ถือว่า ยังไม่ขาดจากความเป็นพระสงฆ์!

อย่างเช่น "พระพิมลธรรม" วัดมหาธาตุ ถูกจอมพลสฤษดิ์จับสึกในข้อหาคอมมิวนิสต์ เมื่อปี ๒๕๐๕

ท่านไม่เปล่งวาจา "ลาสิกขา" ตำรวจจับถอดผ้าเหลือง เอาท่านไปขังคุกตะราง
ขังก็ขังไป จับนุ่งกางเกงก็นุ่งไป แต่ตลอดอยู่ในคุก ท่านดำรงวิถีพระผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ ๒๒๗ ข้อ เหมือนเดิม

๒๕๐๙ ศาลยกฟ้อง

ออกจากคุก ท่านก็นุ่งสบง-ครองจีวร กลับไปจำพรรษาที่วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ เหมือนเดิม

ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ "พระพิมลธรรม" คืน

ต่อมา ได้รับโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระพุฒาจารย์" เมื่อปี ๒๕๒๘

นี่คือข้อสังเกต.......

การเป็นพระ-ไม่เป็นพระ ในความหมาย ถ้าจะสึก พระรูปนั้น ต้องยินยอมพร้อมใจ กล่าวคำลาสิกขา โดยมีพยานรับรู้

กรณีพระมหาอภิชาติ ตามภาพและเอกสารใบสุทธิหลักฐาน ไม่ใช่ถูกบังคับให้ลาสิกขา พูดง่ายๆ ไม่ใช่การ "จับสึก"

หากแต่ พระมหาอภิชาติทำความผิดด้านความมั่นคง ยุแยกให้คนเกลียดชังกันทางศาสนา ตกเป็นผู้ต้องหาตามกฎหมาย

พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา ๒๙ บอกว่า........

"พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือพระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้"

นี่จะเห็นว่า ขั้นแรก.......

"พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้"

ก็แค่มีอำนาจตาม พ.ร.บ.สงฆ์ให้จัดการให้พระนั้นสึกได้ แต่ก็จะไป "บังคับให้สึก" โดยตรงไม่ได้

"พระ" นอกจากถูกตามกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ยังต้องถูกตามพระธรรมวินัยด้วย

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องให้พระมหาอภิชาติไปกล่าวคำลาสิกขา คือ "ขอสึก" เอง จากพระต่อหน้าพยาน

ตามหลักฐานที่ปรากฏ........

"พระมหาอภิชาติ" ไปกล่าวคำลาสิกขา ต่อคณะสงฆ์วัดเบญจมบพิตรฯ เรียบร้อยแล้ว

และท่านเจ้าอาวาส "ลงบันทึก" พระมหาอภิชาติลาสิกขาแล้ว ในใบสุทธิ คือ "บัตรประชาชนพระ" เมื่อวันที่ ๑๙ ก.ย.๖๐

แต่ที่ดีใจ ขณะนี้ สื่อเกือบทุกแขนงใช้ศัพท์ในการสึกของพระถูกต้อง

เมื่อก่อน จะใช้คำว่า "ลาสิกขาบท"
ซึ่งไม่ถูกต้อง พระสึก ต้องใช้คำว่า "ลาสิกขา" เพราะเมื่อบวชเป็นพระ พระนั้น ต้องยึดปฏิบัติ "ขั้นสูง" ๓ อย่าง ที่เรียกไตรสิกขา

- อธิศีลสิกขา ความประพฤติทาง กาย-วาจา-ใจ ขั้นสูง

- อธิจิตตสิกขา ปฏิบัติ ฝึกอบรม "สมาธิ" ขั้นสูง

- อธิปัญญาสิกขา ปฏิบัติฝึกปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งตามเป็นจริง ขั้นสูง

นี่...การเป็นพระ-เป็นสมณะ เป็นตรงนี้

เมื่อไม่ต้องการดำรงสภาพพระแล้ว ก็กล่าวลาสิกขา คือลาจากเพศสมณะ ด้วยการบอกลากับผู้อื่นและพยานด้วยคำว่า

“สิกขัง ปัจจักขามิ คิหีติ มัง ธาเรถะ"

ขอท่านทั้งหลายจงจำข้าพเจ้าไว้ ว่าเป็นคฤหัสถ์แล้ว”!

ครั้งเดียว เผื่อยังตัดใจไม่ขาด ท่านให้กล่าวถึง ๓ ครั้ง พระผู้เป็นประธาน ก็จะถามย้ำทุกครั้งว่า แน่ใจนะ..สึกแน่นะ
เมื่อกล่าวตอบว่าแน่ ครั้งที่ ๓ ท่านจึงจะกระตุกสังฆาฏิจากบ่า เป็นอัน "ลาสมณเพศ" สู่ภาวะฆราวาสแต่นั้น

พระมหาอภิชาติเป็นไปตามขั้นตอนนี้ และที่แก๊งซุกศาสนาพาเสื่อมโวยๆ ว่า จับพระสึกกลางพรรษานั้น

"วาทะโจร" โดยแท้!

ขณะนี้ "อยู่ในพรรษา" มีพุทธบัญญัติว่า ตลอด ๓ เดือน พระภิกษุทุกรูป จะต้องไม่เที่ยวจาริกไปยังสถานที่ต่างๆ เว้นแต่มีกิจจำเป็นจริงๆ พระมหาอภิชาติจำพรรษาวัดเบญจมบพิตรฯ แต่แล่นไปปลุกปั่นผู้คนอยู่สงขลาโน่น

"พรรษาขาด" ไปแล้ว

การปลุกปั่นให้คนต่างศาสนาทะเลาะกัน "เป็นกิจจำเป็น" ที่ต้องเที่ยวจาริกไปอย่างนั้นหรือ?

พอเข้าใจกันแล้วกระมัง........

ที่ขอฝาก อย่า "มองพระ-มองศาสนา" ในภาพรวม โดยสรุปจาก "กาฝากโล้น" บางตนเลย.

เปลว สีเงิน
Photo

Post has shared content

Post has attachment

Post has shared content

Post has shared content
จับสึกน้อยไปครับ ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ป้องปรามพวกโล้นชั่ว ที่คอยจ้องทำลายศาสนาและเป็นภัยคุกคามความมั่นคง ปกป้องพวกเดียวกัน แยกดีชั่วไม่เป็น #โล้นระยำ
.....................................................................
#พระมหาไพลวัลย์ โวย !! ประณามจับสึกพระมหาอภิชาติ ปลุกพุทธ-มุสลิมทำสงครามศาสนา

พระมหาไพลวัลย์ ผู้สนับสนุนกลุ่มเสื้อแดง โพสข้อความผ่านเฟสบุ๊คระบุว่า ถึงอาตมาจะไม่เห็นด้วยกับแนวทางและวิธีการคิดของพระมหาอภิชาติ ที่มีต่อประเด็นความขัดแย้งทางศาสนา แต่กับพฤติกรรมอันจะกล่าวว่าเลวทรามยังน้อยไป ของเจ้าหน้าที่รัฐในครั้งนี้ ที่กระทำการหักหาญน้ำใจชาวพุทธอย่างถึงที่สุด ด้วยการควบคุมตัวและบีบบังคับให้พระมหาอภิชาติต้องลาสิกขาสละสมณเพศ ในระหว่างที่ยังอยู่จำพรรษา โดยมิได้กระทำอย่างเปิดเผย และโปร่งใส หรือให้โอกาสท่านได้ต่อสู้และชี้แจง ตามกระบวนความยุติธรรม อย่างที่ท่านควรจะได้รับ

อาตมาจึงขอประกาศแสดงความประณาม ด้วยความรู้สึกสลดสังเวชและเวทนา ต่อเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อำนาจหน้าที่อย่างเกินเลยและป่าเถื่อน ต่อท่านพระมหาอภิชาติ จนมีผลทำให้ท่านต้องสละสมณเพศในคราวนี้

ขอให้ผลของกรรมที่พวกท่านได้ก่อขึ้น จงส่งผลย้อนสนองถึงพวกท่านทุกคนในเร็ววัน ดังพระศาสโนวาทของพระศาสดาที่ว่า ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา ตสฺส ทายาทา ภวิสฺสติ นั่นแล

ที่มา : https://www.vihoknews.com/
Photo

Post has shared content

Post has attachment
PhotoPhotoPhoto
21/9/60
3 Photos - View album

Post has shared content
"ท่านมีสิบนิ้ว อาตมามีสิบนิ้ว
ท่านมีสองตีน อาตมามีสองตีนจำไว้"
จำได้แม่นว่าเมื่อวานสองตีนของหมาอภิชาติ
ก้าวเดินออกจากดงขมิ้น กลายเป็นนายอภิชาติ
เพราะปากหมา

Photo

Post has attachment
Wait while more posts are being loaded