Post has shared content
ความ​คุ้มค่า​รถยนต์​ไฟฟ้า​
รถยนต์ไฟฟ้า วิ่ง 43 สตางค์ต่อก.ม.
ถูกกว่า เบ็นซิน 77% ดีเซล 57%
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 8 ปี
ชาร์จไฟบ้านเหมือนโทรศัพท์มือถือ
.
ถ้าไม่นับเรื่องการปล่อยมลพิษ จุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือกว่ารถใช้น้ำมันแบบเก่า คือ การสูญเสียของพลังงานมีน้อยกว่า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่ำกว่า การดูแลรักษาน้อยกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่า
.
รถอีวีขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ รถเดินได้เงียบมากเพราะไม่มีเครื่องยนต์ มีอุปกรณ์ที่ช่วยในการขับเคลื่อนน้อยชิ้นมาก ไม่มีความจำเป็นต้องดูแลรักษามาก ประสิทธิภาพการทำงานดีกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเก่าอย่างชัดเจน
.
แต่มีสิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า คือ ระยะทางที่วิ่งได้เมื่อชาร์จไฟเต็มที่ ระยะเวลาในการชาร์จไฟแต่ละครั้ง การหาสถานที่ชาร์จไฟ
.
ระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้มากกว่า 300 กิโลเมตร ถือว่าเป็นที่ยอมรับทั่วไป และในปัจจุบันมีแบตเตอรี่ที่รองรับระยะทางนี้ในราคาที่ไม่แพง คนจำนวนมากสามารถหาซื้อได้ ราคารถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่ต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันแบบเก่า
.
ผู้ที่เคยใช้รถยนต์ไฟฟ้าเกือบทุกคน ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการชาร์จไฟ เพราะทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน การชาร์จไฟก็ไม่แตกต่างจากการชาร์จไฟโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนคุ้นเคย
.
จุดเด่นที่สุดของรถอีวี คือ การประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศล้วนใช้ข้อมูลนี้เป็นจุดขายสำคัญ หากเปรียบเทียบโดยใช้พื้นฐานราคาพลังงานในประเทศไทย พอจะคำนวณได้ตามนี้....
.
ราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 8-11-2017 คือ แก๊ซโซฮอล 95 = 28.25 บาทต่อลิตร และดีเซล = 26.39 บาทต่อลิตร
.
รถใช้น้ำมันเบ็นซินที่ประหยัดมากๆ สามารถวิ่งได้ไกล 23.8 ก.ม. โดยใช้น้ำมัน 1 ลิตร เฉลี่ยแล้วตกเป็นค่าใช้จ่าย 1.87 บาท ต่อกิโลเมตร
.
รถใช้น้ำมันดีเซล ที่ประหยัดมากๆ สามารถวิ่งได้ไกล 26.3 ก.ม. โดยใช้น้ำมัน 1 ลิตร เฉลี่ยแล้วตกเป็นค่าใช้จ่าย 1.00 บาท ต่อกิโลเมตร
.
ในกรณีของรถยนต์ไฟฟ้า อย่างเทสล่า โมเดล 3 มีแบตเตอรี่ขนาด 50 kwh สามารถวิ่งได้ไกล 352 ก.ม. หากคิดค่าไฟที่ 3 บาท ต่อหน่วย จะคิดเป็นค่าใช้จ่าย 0.43 บาท ต่อกิโลเมตร
.
สรุปได้ว่าผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีต้นทุนค่าพลังงานที่ถูกกว่า เบ็นซิน 77% และถูกกว่าดีเซล 57%
.
แบตเตอรี่ก็มีอายุการใช้งานนานมาก มีการรับประกันจากผู้ผลิตไว้นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
.
หากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพและต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าคันเดิมต่อไป ก็สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ชุดใหม่ได้ ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นหรือ 8 ปีข้างหน้า ราคาแบตเตอรี่คงลดต่ำลงไปมาก และมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นด้วย
.
https://www.facebook.com/turakij4.0/
.
https://www.tesla.com/charging
Photo

Post has shared content
เทคโนโลยี​ใน​อนาคต​ที่​จะ​เปลี่ยน​แปลง​โลก​
เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI), หุ่นยนต์, Big data, พลังงานแสงอาทิตย์, ยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle), ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (Self-driving car) รวมไปถึงโดรน กำลังทำให้ทุกประเทศทั่วโลกสะเทือน เพราะการผลิตทรัพยากรบุคคลที่จะต้องดักอนาคตนั้นยากที่จะตามทัน
การศึกษาของคนในชาติจะตอบโจทย์ความต้องการของโลกและประเทศได้หรือไม่ เป็นคำถามที่สำคัญยิ่ง

พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. วาดภาพได้อย่างชัดเจนในคลิปนี้ค่ะ

https://youtu.be/zygbK0TPkA4

Post has shared content
จุดจบนํ้ามันแพง จาก Pearl Harbor สู่ Tesla // โดย BuffettCode โค้ดลับรวยหุ้น ลงทุนแบบบัฟเฟตต์

หนึ่งในการค้นพบที่สำคัญที่สุดในโลกของมนุษยชาติ คือการค้นพบ “นํ้ามัน”
.
นํ้ามันถูกค้นพบขึ้นมาหลายพันปีที่แล้วแต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมอย่างเช่นทุกวันนี้
.
ในอดีตผู้คนใช้นํ้ามันในการทาหลังคาบ้านเพื่อกันฝน,ทาขวานเพื่อกันสนิมหรือใช้เพื่อจุดตะเกียงเท่านั้น
.
ดังนั้นการที่คนจะทำสงครามหรือแก่งแย่งกันเพื่อให้ได้นํ้ามันคงเป็นเรื่องที่น่าตลกในยุคสมัยนั้น
.
คนจะทำสงครามกันเพื่อแย่ง ทาส, แผ่นดิน, ทอง หรือแม้แต่พริกไทย แต่ไม่ใช่นํ้ามันแน่ๆ
.
มนุษย์ไม่เคยใช้นํ้ามันจริงๆจังๆจนมากถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือ Industrial Revolution
.
ในช่วงศตวรรษที่ 18 เริ่มมีคนนำนํ้ามันมากลั่นเป็นสารต่างๆเช่น เคโรซีน พาราฟิน แนฟตาและนํ้ามันหล่อลื่นอื่นๆ ธุรกิจขุดเจาะและกลั่นนํ้ามันเริ่มกระจายไปทั่วโลกและเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
.
จุดสำคัญจริงๆที่ทำให้นํ้ามันมีความสำคัญคือการคิดค้นเครื่องยนต์ (Internal Combustion Engine) ซึ่งใช้เชื้อเพลิงหลักคือนํ้ามัน
.
หลังจากการคิดค้นเครื่องยนต์ นํ้ามันที่เคยมีใช้กันอย่างล้นเหลือก็ถูกใช้จนหมดอย่างรวดเร็ว เกิดกระแสรวยจากการขุดนํ้ามันไปทั่วอเมริกาทำให้คนเริ่มค้นหาบ่อนํ้ามันและตั้งบริษัทขุดเจาะกันอย่างจริงจัง
.
หนึ่งในคนที่รํ่ารวยมาจากนํ้ามันในยุคนั้นคือ John D. Rockfeller ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยควบคุมกำลังการกลั่นนํ้ามันในสหรัฐฯถึง 90%
.
ปริมาณการผลิตนํ้ามันที่ 2,000 บาร์เรลในปี 1859 เพิ่มสูงถึง 126 ล้านบาร์เรลในปี 1906
.
ในปี 1914 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ทรงอำนาจและผู้นำประเทศทั้งหลายเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของนํ้ามันมากขึ้นไปอีก
.
จากเรือที่เคยใช้หัวจักรไอนํ้าเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ที่ใช้นํ้ามันเป็นเชื้อเพลิง รวมไปถึงรถถัง และเครื่องบิน ถ้าไม่มีนํ้ามันเครื่องจักรสงครามเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กดีๆนี่เอง
.
หลังจากนั้นไม่นานถ่านหินที่เคยเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในโลก
.
ก็สูญเสียสถานะความสำคัญให้กับนํ้ามันในช่วงปีศตวรรษที่ 20
.
จากที่ถ่านหินเคยมีสัดส่วนถึง 50% ของการใช้พลังงานในช่วงศตวรรษที่ 19
.
ลดลงมาเหลือแค่ 20% ส่วนนํ้ามันเป็นสัดส่วนถึง 60% ในศตวรรษที่ 20
.
สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นอีกครั้งที่นํ้ามันกลายเป็นส่วนสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายการแพ้หรือชนะของสงคราม
.
ญี่ปุ่นถูกควํ่าบาตรการซื้อขายนํ้ามันกับสหรัฐฯในสมัยประธานาธิปดี Roosevelt
.
หากไม่มีนํ้ามันกองทัพญี่ปุ่นจะอ่อนแอลงไม่สามารถทำสงครามยืดเยื้อได้
.
ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจโจมตีสหรัฐด้วยยุทธวิธี “คามิคาเซ่” เกิดเป็นเหตุการณ์ Pearl Harbor
.
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1960 OPEC ได้ถือกำเนิดขึ้นจากการรวมตัวกันของประเทศผู้ส่งออกนํ้ามันดิบ
.
โดยในตอนแรกมี 5 ประเทศคือ Venezuala, Iran, Iraq, Saudi Arabia และ Kuwait
.
ปัจจุบัน OPEC มีสมาชิก 14 ประเทศ เป็นเจ้าของ 44% ของการผลิตนํ้ามันของโลก และ 70% ของแหล่งนํ้ามันดิบสำรองของโลก
.
ทำไมต้องรวมกันเป็น OPEC? จุดประสงค์บอกว่ารวมกันเพื่อเจรจากันในกลุ่มและสร้างเสถียรภาพให้กับราคานํ้ามันและให้ผลตอบแทนต่อการลงทุนที่ดีต่อประเทศในกลุ่มสมาชิก
.
พูดเป็นภาษาชาวบ้านคือการปรึกษากันเพื่อผลิตนํ้ามันออกมาในอัตราส่วนที่เหมาะสม ให้ได้ราคาดีๆ เพราะถ้ามีประเทศไหนประเทศหนึ่งที่มีนํ้ามันบ้าคลั่งผลิตออกมาเยอะๆในเวลาหนึ่งก็จะทำให้นํ้ามันราคาลงและไม่เป็นผลดีต่อผู้ค้านํ้ามันทั้งหมด
.
ดังนั้นฮั้วกันไว้ก็จะเป็นการดีต่อทุกฝ่ายราคานํ้ามันจะได้สูงๆขึ้นไปเรื่อยๆ ดีกับทุกประเทศ (ที่มีนํ้ามันนะ)
.
แต่สุดท้ายแล้ว OPEC ก็ทะเลาะกันเองเช่นตอนสงคราม Iraq บุก Kuwait ในปี 1990
.
ส่งราคานํ้ามันจาก $21 ดอลลาร์/บาร์เรล ไปสูงถึง $48 ดอลลาร์/บาร์เรล
.
ราคานํ้ามันที่ขึ้นขนาดนี้เดือดร้อนถึงใครมากสุด? เดือนร้อนถึงพี่สหรัฐฯนี่เอง
.
เพราะแม้สหรัฐฯจะเป็นประเทศที่ผลิตนํ้ามันได้มากแต่ก็เป็นประเทศที่บริโภคนํ้ามันมากเช่นกัน
.
ในช่วงปี 1990-2000 กว่า 30% ของการใช้นํ้ามันของโลกอยู่ที่สหรัฐฯ
.
ดังนั้นนํ้ามันจึงสำคัญมากๆ เราจะเห็นว่าสหรัฐฯชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามประเทศตะวันออกกลางเสมอ
.
ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องนํ้ามันนี่แหละครับ
.
ตอนที่ราคานํ้ามันขึ้นสูงๆอีกครั้งก็ตอนเศรษฐกิจจีนโตแรงๆ
.
คนเริ่มกลัวนํ้ามันหมดโลกจากการลดลงของ Reserve
.
ตะวันออกกลางก็ยังทะเลาะกันไม่เลิก
.
เลยส่งนํ้ามันให้ขึ้นไปจุดสูงสุดที่ $147 ในปี 2008
.
หลังจากนั้นเกิด Sub Prime Crisis ก็ลดลงมา
.
พอเศรษฐกิจเริ่มฟื้นราคานํ้ามันก็กลับมาขึ้นใหม่อีกครั้งแต่รอบนี้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป
.
เมื่อสหรัฐฯสามารถคิดค้นวิธีใหม่ที่จะกลั่นนํ้ามันออกมาจากหิน(Shale Oil)ได้
.
ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องพึ่งนํ้ามันจากตะวันออกกลางลดลง
.
แต่ต้นทุนในการผลิตยังถือว่าสูงมากที่ 75-80 ดอลลาร์/บาร์เรล
.
ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ราคานํ้ามันสูงสหรัฐฯสามารถกลั่นนํ้ามันมาใช้ด้วยวิธีนี้ได้
.
ซึ่งสุดท้ายก็ทำจริง ในช่วงปี 2011-2013 กำลังการผลิตนํ้ามันของสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 50%
...
ฝั่ง OPEC เองก็ไม่ยอมลดกำลังการผลิตด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากสูญเสีย Market share ในการขายนํ้ามันให้กับสหรัฐฯ

และๆ OPEC ก็รู้ว่าถ้านํ้ามันราคาถูก พวกที่ผลิตนํ้ามันจาก Shale Oil (หลักๆก็มาจากสหรัฐฯเนี่ยแหละ) จะต้องเจ๊งแน่ๆเพราะต้นทุนสูงมาก
.
ดังนั้น Move นี้ของ OPEC คือการพยายามฆ่า Shale Oil ให้ตายด้วยการยอมปล่อยให้ราคานํ้ามันถูกลงซักระยะนึง
.
พอตายหมดแล้วค่อยขึ้นราคาใหม่ ชีวิตมันจะง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
.
คำตอบก็คือไม่น่าใช่
.
อย่างที่เรารู้กันว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานเยอะมาก
.
หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า
.
ประมาณ 45% ของนํ้ามันทั้งหมดในโลกถูกใช้ไปกับรถยนต์ และรถยนต์กำลังจะเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าแทนแล้ว
.
เศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีนวางแผนที่จะเห็นการเติบโตในอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งหมดมาจากรถยนต์ไฟฟ้า
.
อินเดียวางแผนที่จะขายแต่เฉพาะรถไฟฟ้าเท่านั้นภายในปี 2030
.
แม้แต่เยอรมันเองที่ผลิตรถยนต์ใช้นํ้ามันเยอะๆก็ยังวางแผนที่จะแบนรถยนต์นํ้ามันให้ได้ภายในปี 2030 เช่นกัน
.
ผู้เชี่ยวชาญได้ประเมินไว้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตจากจำนวน 1.2 ล้านคันเป็น 450 ล้านคันในปี 2035
.
IEA (International Energy Agency) มีการประมาณการไว้ว่าในอีก 25 ปีข้างหน้าหากเกิดการใช้งานรถไฟฟ้าในระดับนี้จริง
.
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงระบบขนส่งสาธารณะไปใช้ระบบของ UBER หรือรถยนต์อัตโนมัติอย่าง Google และ Tesla ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงขึ้น จะต้องทำให้ความต้องการนํ้ามันลดลงจากประมาณ 104 ล้านบาร์เรลต่อวันเหลืออยู่ที่ 87 ล้านบาร์เรล/วัน
.
นอกจากนั้นถ้าคนและอุตสาหกรรมเริ่มหันไปใช้พลังงานทดแทนอย่างแผง Solar ที่มีประสิทธิภาพสูงและราคาถูกลงเรื่อยๆ
.
หรือเทคโนโลยี Bio Fuel ที่ก็เริ่มมีการผลิตที่สูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
.
ด้วย 2 ปัจจัยนี้ IEA ได้ประมาณการต้องการจะยิ่งลดลงไปอีกเหลือแค่ 74 ล้านบาร์เรล/วัน
.
ความต้องการใช้นํ้ามันจะลดจาก 104 ล้านบาร์เรลเหลือแค่ 74 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงประมาณ 28%
.
อย่างไรก็ตามประมาณการใช้นํ้ามันที่ IEA ประเมินไว้เป็นของปี 2040
.
ตอนนี้ราคานํ้ามันอยู่ที่ประมาณ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล
.
ผมคงไม่มีความรู้มากพอที่จะคำนวณได้ว่าราคาในอนาคตจะเป็นเท่าไหร่
.
แต่พอจะบอกได้ว่าบริษัทนํ้ามันใหญ่ๆคงต้องปรับตัวพอสมควร
.
และการที่ราคานํ้ามันจะขึ้นแรงๆแบบในปี 2008 นั้นคงมีโอกาสน้อยมาก
.
บทความของ Bloomberg ได้ให้ข้อมูลไว้ว่าสมัยที่โรงไฟฟ้าสหรัฐฯเปลี่ยนไปใช้แก๊สแทนถ่านหิน
.
ตอนนั้นทำให้บริษัทถ่านหินล้มละลายไปถึง 50 บริษัท รอบนี้จะล้มไปกี่บริษัทก็อยู่ที่ว่าจะปรับตัวกันมั้ย?
.
และต้องปรับเร็วแค่ไหนไม่มีใครบอกได้
.
แต่สิ่งที่ทุกคนรู้ๆอยู่แล้วก็คือ บริษัทที่เป็นผู้นำรถไฟฟ้าอย่าง Tesla พัฒนาไปเร็วมากๆ
.
ถ้าบริษัทนํ้ามันจะปรับตัวก็คงต้องปรับให้เร็วกว่าพัฒนาการของ Tesla และ Elon Musk ล่ะมั้ง? (ถ้าปรับตามเค้าทันนะ ^^;)

https://www.finnomena.com/cashcycle/pearl-harbor-to-tesla/?ex_id=15
Photo

Post has shared content
มณฑลชิงไห่ประกาศใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ผลิตไฟฟ้าให้ประชากร 5.6 ล้านคนได้นาน 7 วัน

Post has attachment
"คุณค่า"

ขงเบ้งไม่เคยถามเล่าปี่ว่าทำไม่ลูกเกาทัณฑ์ของเรามีน้อย?
กวนอูไม่เคยถามเล่าปี่ว่าทำไมทหารของเรามีน้อย?
เตียวหุยไม่เคยถามเล่าปี่ว่าเมื่อข้าศึกมาประชิดพวกเราควรทำอย่างไร?

ด้วยเหตุนี้จึงมี
เรือฟางยิงเกาทัณฑ์ ฝ่าห้าด่านสังหารหกขุนพล ศึกสะพานเตียงปันเกี้ยว
หากทุกสิ่งเตรียมไว้ให้คุณอย่างพร้อมเพรียง คุณค่าของคุณจะอยู่ตรงไหนของประวัติศาสตร์!

"เพื่อนร่วมทาง"

พระถังซัมจั๋งพบกับซุนหงอคง ม้ามังกร ตือโป๊ยก่าย และซัวเจ๋ง ตอนเดินทางไปอันเชิญพระไตรปิฎกยังชมพูทวีป
อย่ารอให้คนร่วมทางมาพร้อมแล้วค่อยออกเดินทาง
เพราะบุคคลเหล่านี้คุณจะได้พบเจอพวกเขาระหว่างทาง
หากคุณไม่เริ่มต้นก้าวเดิน คุณจะได้พบเจอกับผู้คนเหล่านี้ได้อย่างไร?
ลงมือทำเถอะ จะประวิงเวลาไปใย!

"คู่ต่อสู้"

สิงโตพบเจอกับหมาบ้าตัวหนึ่ง มันรีบหลบหมาบ้าตัวนั้น
ลูกสิงโตเห็นพ่อสิงโตทำเช้นนั้น มันรู้สึกผิดหวังในตัวพ่อสิงโตมาก
"พ่อครับ พ่อกล้าต่อกรกับเสือและซีต้า แต่วันนี้พ่อกลับหลบหมาบ้าธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง ผมละขายหน้าแทนพ่อจริงๆ"
พ่อสิงโตจึงเอ่ยกับลูกว่า "ลูกเอ๋ย กัดกับหมาบ้าชนะ มันน่าภูมิใจนักหรือ?"
ลูกสิงโตส่ายหัว
"หากโดนหมาบ้ากัดเสียหายไหม?"
ลูกสิงโตพยักหน้า
"ในเมื่อมันไม่คุ้มค่า เราจะเผชิญหน้ากับหมาบ้าให้เปลืองแรงเปลืองใจไปทำไมล่ะ?"

อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ไม่ใช่ใครๆ ก็คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ของเรา
ยิ้มแล้วเดินจากไปดีกว่าปล่อยให้มันกัดเอา
เพราะคนที่พร้อมจะกัดกับหมาบ้ามีอยู่ถมเถไป!

Cr : นิรนาม
Photo

Post has shared content
ไม่น่าเชื่อ!! ไทรอยด์เป็นพิษ หาย ภายใน 2-3 อาทิตย์

ไทรอยด์เป็นพิษ หรือโรคคอพอกเป็นพิษ ต่อมไทรอยด์ ซึ่งอยู่ที่ลำคอด้านหน้าต่ำกว่าลูกกระเดือกเล็กน้อย ทำหน้าที่สร้างและหลั่งฮอร์โมนไธรอยด์ออกสู่กระแสเลือด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ โดยเฉพาะหัวใจและประสาท โรคคอพอกเป็นพิษ เป็นการเสียสมดุลของฮอร์โมนไธรอยด์ โดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่เกี่ยวข้องกับอาหารทะเลแต่มีปัจจัยบางอย่างที่เกี่ยวข้องดังนี้
1.เพศหญิง โรคนี้เกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 4-8 เท่า
2.กรรมพันธุ์ บางครอบครัวเป็นกันทั้งมารดา และลูกสาว
3.ความเครียดทางจิตใจ พบว่าทำให้เกิดอาการคอพอกเป็นพิษได้
ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ อาจสร้างฮอร์โมนออกมามากเกินไป ต่อมจะมีขนาดโตขึ้นจนมองเห็นได้ชัดเจน ถ้าคลำดูจะมีลักษณะหยุ่นไม่แข็ง อาจฟังได้ยินเสียงฟู่ ๆ เนื่องจากมีเลือดไปเลี้ยงต่อมมากกว่าปกติ

สมุนไพรที่จะช่วยรักษา ไทรอยด์เป็นพิษได้นั่นคือ น้ำใบย่านาง มาดูวิธีการทำกันเลย....

สมุนไพรที่จะช่วยรักษาได้คือ “น้ำใบย่านาง” ให้คั้นใบย่านางต้มกินแทนน้ำเปล่า ปัจจุบันมีหัวน้ำใบย่านางสกัดขายตามร้านขายของเพื่อสุขภาพทั่วไป นำไปผสมน้ำดื่มได้เลย รสชาติไม่แตกต่างจากน้ำเปล่าและยังมีกลิ่นหอมชื่นใจอีกด้วย

นอกจากนั้นให้ปรับนิสัยการกิน หันมากินอาหารฤทธิ์เย็นแทน เช่นงดเนื้อสัตว์ แต่ยังกินปลาได้เช่นปลานึ่งทาเกลือเพื่อเสริมไอโอดีน กินผักผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม สัปปะรด แอปเปิลฯลฯ กินข้าวกับผักลวกปลานึ่ง โดยให้เน้นผักฤทธิ์เย็น (เสิร์จกูเกิลหาชื่อของผัก-ผลไม้ฤทธิ์เย็นได้เลย)

ไม่น่าเชื่อ!! ไทรอยด์เป็นพิษ ดื่มสิ่งนี้แล้ว หาย ภายใน 2-3 อาทิตย์
ผู้มีประสบการณ์ป่วยเป็นไทรอยด์ เล่าว่า ทำตามคำแนะนำนี้ ค่าไทรอยด์ลดลง 50% ภายใน 2 สัปดาห์ และหายเป็นปรกติภายใน 3-4 เดือน แต่ต้องกินน้ำย่านางไปตลอดเพื่อรักษาสมดุลในร่างกายรักษาได้ด้วยธรรมชาติบำบัด

***ในทางแพทย์แผนโบราณตำราจีนและไทย กล่าวว่าไทรอยด์เป็นพิษเกิดจากการกินที่ไม่สมดุล กินอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนมากกว่าฤทธิ์เย็น หรือหยินหยางไม่สมดุล จึงทำให้ภายในร่างกายร้อนเกิน จนกระทั่งการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปรกติ

วิธีธรรมชาติบำบัดที่จะช่วยรักษาไทรอยด์ที่ผสมทั้งแผนจีนแผนไทยคือ “การแกว่งแขน” หรือการออกกำลังกายโดยการแกว่งแขนเป็นประจำวันละ 20 นาทีเป็นอย่างต่ำ
Photo

Post has attachment
"จริงดิ! ดื่มน้ำเย็นหลังอาหารระวังมะเร็งลำไส้เล่นงาน

น้ำเย็นเรามักจะเคยชินกับการดื่มน้ำเย็นๆหลังรับประทานอาหาร แต่ทราบไหมว่าน้ำเย็นๆ ที่ดื่มตามลงไปทันทีหลังรับประทานอาหารนั้นอาจก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้ อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นล้วนแต่ต้องผ่านการปรุงด้วยน้ำมันเป็นส่วนใหญ่

และอาหารบางอย่างก็มีไขมันสูงอยู่แล้ว หลังจากที่เรารับประทานอาหารแล้วดื่มน้ำเย็นๆตามลงไปทันทีนั้น ความเย็นจะไปทำให้ไขมันจับตัวเป็นก้อนอยู่ในกระเพาะ และลำไส้ไขมันที่จับตัวเหล่านี้เมื่อเจอกับกรดในกระเพาะอาหารจะกลายเป็นสภาพกึ่งของแข็งของเหลวที่เหนียวและข้น จากนั้นจะไหลเข้าสู่ลำไส้ก่อนอาหารที่มีสภาพเป็นของแข็งชนิดอื่น และจะถูกดูดซึมเข้าสู่ลำไส้แต่ที่สำคัญลำไส้จะไม่สามารถดูดซึมไขมันชนิดนี้ได้ทั้งหมด

ดังนั้นผนังลำไส้ของเราจะเต็มไปด้วยคราบไขมันที่เหลือเมื่อเกิดการสะสมเช่นนี้เป็นประจำนานๆเข้า ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่นำมาซึ่งโรคมะเร็งลำไส้ในที่สุดได้

ส่งต่อเรื่องนี้ซิ !! เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ของคุณ
Photo

Post has attachment
หนึ่งพยัคฆ์ คำราม ตามตะปบ

หนึ่งคนหลบ เกาะไม้เลื้อย ริมผาหิน

ที่ด้านล่าง พญางู รอกลืนกิน

ลมหายใจ ก็โรยริน ไร้เรี่ยวแรง

เถาไม้เลื้อย ที่รับร่าง กลางภัยร้าย

หนูกระหาย ร่าง ขาว-ดำ ช่างกำแหง

ลงฟันแทะ เถาไม้เลื้อย กันเต็มแรง

คนก็แกว่ง อยู่กลางภัย พยัคฆ์-งู 

ด้วยไม่รู้ ทางใดใด จะให้รอด

ได้แต่กอด เถาวัลย์ไว้ ให้อดสู

พลันได้เห็น รวงผึ้งอ่อน เอื้อมชิมดู

จึงได้รู้ รสแสนหวาน อันโอชา

ปริศนาธรรม ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สาธุ

พยัคฆ์คือ อดีตกรรม ตามไล่ล่า

เถาวัลย์คือ กายา สังขารขันธ์

พญางู คือสุดทาง แห่งชีวัน

หนู ขาว-ดำ สองตัวนั้น คือ วัน-คืน

จิตของคน คือชายหนุ่ม ผู้นั้นเล่า

ชีพคนเรา ภัยล้อมรอบ ไร้ใครฝืน

เปรียบน้ำผึ้ง คือพระธรรม ที่ยั่งยืน

ใครได้ลิ้ม ชิมกลืน จักชื่นบาน

Photo

Post has attachment

Post has shared content
Wait while more posts are being loaded