Post has shared content

Post has shared content
ใครเคยใช้บ้างคนโพสเกิดบ่ทันคริๆๆๆ
Photo

Post has attachment
วิธีรักษาการอุดตันของหลอดเลือด ขับสารพิษออกจากตับ แบบชาวเยอรมันโบราณ

วิธีรักษาของชาวเยอรมันโบราณที่ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ป้องกันการติดเชื้อ ลดคอเลสเตอรอล และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้กับคุณ

วิธีการรักษานี้ชาวเยอรมันโบราณมีใช้มานานหลายศตวรรษ สำหรับรักษาโรคต่าง ๆ รวมทั้ง โรคหลอดเลือด คอเลสเตอรอลสูง ความเมื่อยล้าไข้หวัดและการติดเชื้อ วิธี การรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ที่ทุกข์ทรมานจากภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือต้องการขับสารพิษออกจากตับ

ส่วนผสมที่ต้องการ

รากขิงยาวประมาณ 3-4 ซม. หรือขิงขูด 2 ช้อนโต๊ะ
หัวกระเทียมขนาดใหญ่ 4 หัว
มะนาวสดพร้อมเปลือก 4 ลูก
น้ำ 2 ลิตร

สูตร:

ขั้นตอนแรกล้างมะนาวให้สะอาดแล้วหั่น ปอกเปลือกกระเทียมออก ใส่ขิง กระเทียม และ มะนาวลงในเครื่องปั่นและผสมให้เข้ากันดีจนกว่าจะเป็นเนื้อเดียวกัน

เทส่วนผสมลงในกระทะและใส่น้ำเพิ่มเข้าไป นำส่วนผสมที่ได้ไปต้มและปล่อยให้เย็นลง เมื่อเย็นลงแล้วเก็บใส่ขวด

วิธีใช้ 2 ชั่วโมงก่อนอาหารเช้า คุณต้องดื่มส่วนผสมนี้ 1 แก้วในขณะท้องว่างทุกวัน เพิ่มรสชาติด้วยน้ำผึ้ง ทำการรักษาเป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้หยุดพัก 1สัปดาห์ แล้วทำการรักษาซ้ำอีก 3 สัปดาห์

หลังจาก 3 สัปดาห์แรกของการรักษานี้คุณจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ คุณจะรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้วิธีการรักษาสามารถช่วยลดความหนาแน่นของ หลอดเลือด และ ป้องกันการเกิดนิ่วในไต


✨เพจ แม่บ้าน 
Photo

Post has attachment
".

ลดน้ำหนักขั้นเทพ ไม่เสียสุขภาพ



หากใครที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการลดหน้ำหนักแบบจริงจัง อาจเกิดผลเสียกับร่างกายได้ ถ้าใช้วิธีการลดความอ้วนแบบผิดๆ วิธีที่ดีที่สุดคือต้องเลือกวิธีที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุด สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และส่งผลแบบยั่งยืน

ดื่มน้ำเปล่ามากๆ น้ำไม่มีแคลอรี ทุกวันที่ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ ให้คุณดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้วเต็มๆ ก่อนที่คุณจะดื่มกาแฟหรือรับประทานอาหารเช้า และก่อนอาหารทุกมื้อให้ดื่มน้ำหนึ่งแก้ว หลังทานอาหารเสร็จให้ดื่มอีกหนึ่งแก้วเป็นเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม ไม่อยากทานอาหารเพิ่ม ข้อควรระวังคือ อย่าดื่มน้ำหวาน โดยเฉพาะน้ำหวานที่ผสมโซดา และควรงดเครื่องดื่มจำพวกเบียร์ และแอลกอฮอล์ต่างๆ

หากอยากทานผลไม้ ควรเลือกทานมะเขือเทศ หรือแตงโม ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 90-95% เลือกทานผลไม้สดแทนน้ำผลไม้หรือผลไม้กระป๋อง ซึ่งมีเส้นใยอาหารน้อย และมีน้ำตาลมาก

บรรดาลูกอมทั้งหลาย ที่ดูเหมือนไร้พิษสง เป็นหลุมพรางที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง เม็ดเล็กนิดเดียวไม่น่าจะทำให้อ้วนได้ แต่หารู้ไม่ว่าน้ำตาลที่ได้รับจากบรรดาลูกอมเหล่านั้นมากมาย ยกตัวอย่างทอฟฟี่คาราเมล 3 เม็ดให้แคลอรีถึง 115 แคลอรี ทอฟฟี่ช็อกโกแลตไส้ครีม 2-3 เม็ด (ปริมาณ 2 ออนซ์) ให้ 125 แคลอรี ทอฟฟี่นมหรือช็อกโกแลต 1 แท่ง ขนาด 1 ออนซ์ ให้ 145 แคลอรี เวลาเราทานมักจะไม่ทานแค่เม็ดสองเม็ด เราจะอมไปเรื่อยๆ ลูกอมบางชนิดยิ่งเคี้ยวยิ่งมัน เผลอแผล็บเดียวทานหมดห่อไม่รู้ตัว ทำให้ร่างกายสะสมน้ำตาลไว้ในตับและกล้ามเนื้อในรูปของ glycogen โดยสะสมได้ 2,000 กิโลแคลอรี

ทานอาหารเช้า หลังจากตื่นนอนภายในเวลา 1 ชั่วโมง คุณจะลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น หากร่างกายของคุณเริ่มกระบวนการเผาผลาญอาหารได้เร็ว การทานอาหารเช้าเป็นเสมือนการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับร่างกายที่ทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน มื้อเช้าจึงเป็นมื้อสำคัญ อย่ารอจนรู้สึกหิว

ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบอาหารโปรตีน ให้เลือกทานเนื้อขาวดีกว่าเนื้อแดง เนื้อขาวคือ พวกปลา ส่วนเนื้อแดงคือ เนื้อ และหมู ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีไขมันที่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ในที่นี้รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่มาจากเนื้อหมูด้วย เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม เคล็ดลับอีกอย่างคือ ลดเกลือให้น้อยลง เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้

เดินออกกำลังกาย ถ้าคุณอยากลดน้ำหนักครึ่งถึงหนึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ คุณต้องเดินต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 45-60 นาที หรือเคลื่อนไหวโดยใช้เครื่องนับก้าวให้ได้วันละ 12,000-15,000 ก้าว และถ้าคุณเดินเร็วๆ วันละ 1 ชั่วโมงโดยไม่ทานอาหารเพิ่มขึ้นจากเดิม จะทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้ 7 กิโลกรัมภายในเวลา 3 เดือน และลดโอกาสเป็นโรคอ้วนได้ร้อยละ 24

ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้าม ถ้าคุณจะกำจัดไขมันออกจากร่างกายสัก 1 ปอนด์ คุณต้องออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานให้ได้ 3,500 แคลอรี การออกกำลังกายประเภทเล่นเวต ยกน้ำหนัก ขึ้นลงบันได (กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ขึ้นบันได 1 นาทีเผาผลาญพลังงาน 1.5 แคลอรี) จะทำให้เกิดมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า และดึงไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงานได้มากกว่า การออกกำลังกายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จะทำให้ไขมันแตกตัวแม้ในช่วงพักผ่อน (ที่จริงในแต่ละวัน ร่างกายของคนเราก็เผาผลาญพลังงานกว่า 200-300 แคลอรีในช่วงที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยอยู่แล้ว)"

Photo

Post has attachment
".

รักษาสุขภาพแบบจีนแข็งแรงแบบไทย

วันนี้มีเคล็ดลับสุขภาพดีแบบจีนมาฝากกันค่ะ ซึ่งทางการแพทย์จีนบอกว่าถ้าเรารักษาสมดุลของหยินและหยางในตัวของเราได้ จะทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีผิวพรรณก็จะสดใส การรักษาสมดุลของหยินและหยางนั้นสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ตื่นนอนเลยล่ะค่ะ

หลังตื่นนอนร่างกายยังมีไอร้อนอยู่ การอาบน้ำจึงต้องเริ่มต้นด้วยน้ำอุ่นก่อนเสมอ แล้วค่อยราดน้ำเย็นตามลงไป ถ้าเริ่มต้นวันด้วยการอาบน้ำเย็นจัดทันที ระบบไหลเวียนโลหิตอาจติดขัดจนหน้ามืดไปเลยก็ได้
ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติประมาณ 1-2 แก้วหลังตื่นนอนแต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็น โดยเฉพาะน้ำผลไม้แช่เย็นและนมเย็น ถือว่าเป็นของแสลง ต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
ห้ามงดอาหารเช้า อาหารเช้าที่จะเหมาะสมควรเป็นข้าวต้มอุ่นๆ โจ๊ก หรือข้าวราดแกงจืดอุ่นๆ ก็ได้
ถ้าจะทานปาท่องโก๋เป็นอาหารเช้า ควรดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ตามไปด้วย เพราะของทอดอย่างปาท่องโก๋มีไขมันสูง จะทำให้ธาตุหยางปั่นป่วนจึงต้องดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ ที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญคู่กันไป
สำหรับคนที่ไม่มีเวลาทานอาหารเช้า อย่างน้อยควรทานโยเกิร์ต เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีน และกรดอะมิโนที่จำเป็น
ธาตุหยินเป็นธาตุเย็น ส่วนธาตุหยางเป็นธาตุร้อน ถ้าอยากรักษาสมดุลของหยินกับหยาง เราจึงต้องทานอาหารร้อนเย็นให้ได้สัดส่วนกัน อาหารหยินได้แก่ กล้วย ส้ม สาลี่ อ้อย แตงโม สับปะรด องุ่น มะพร้าว มะละกอ ถั่วเขียว ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง เต้าหู้ ชา แตงกวา มะเขือเทศ และอาหารที่ต้ม นึ่ง ตุ่น ส่วนอาหารหยาง ได้แก่ที่ให้ความร้อน เช่น ลำไย ทุเรียน อาหารรสเผ็ด เปรี้ยว หวาน และของทอดทั้งหลาย"
จากใส่ใจสุขภาพ
Photo

Post has shared content
แชร์เก็บไว้เลย!! รวม 5 สูตรสมุนไพร ช่วยรักษาโรคเก๊าท์ และล้างกรดยูริก บอกเลยเจ๋งสุดๆ!!!


โรคเก๊าท์เป็นโรคข้ออักเสบ ที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีกรดยูริกสูงมากในเลือด สะสมมาเป็นระยะเวลานาน จนกรดยูริกนั้นตกตระกอนอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย อาจใช้เวลานานถถึง 10 ปี กว่าจะแสดงอาการข้ออักเสบ ปวดแดงร้อนที่ข้อ ถ้ากรดยูริกสะสมตามผิวหนังจะทำให้มีปุ่มนูนขึ้นตามผิวหนัง แต่ถ้ากรดยูริกไปตกตระกอนที่ไต จะทำให้เกิดนิ่วในไต และไตเสื่อมได้ในที่สุด

กรดยูริกคืออะไร

กรดยูริก เกิดจากร่างกายสร้างขึ้นเอง ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ และอีก20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เกิดจากการที่เรารับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูงมากจนเกินไป ซึ่งสารพิวรีนจะพบในสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ พืชผักบางชนิด และอาหารทะเลบางอย่าง โดยปกติร่างกายสามารถขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้ แต่บางคนร่างกายไม่สามารถขับกรดยูริกออกได้หมด ทำให้มีกรดยูริกสะสมอยู่ตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณข้อและกระดูก ผนังหลอดเลือด และไต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดโรคเก๊าท์

อาการของโรคเก๊าท์

ในระยะแรกจะมีอาการปวดแดงร้อนเฉียบพลัน 24 ชั่วโมงแรกจะปวดมากที่สุด จะไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า อยู่ดีๆก็ปวดขึ้นมาเลย โดยเฉพาะที่นิ้วโป้งเท้า และตรงข้อเท้าเข่า หลังจาก 24 ชั่วโมงผ่านไปอาการตจะเริ่มดีขึ้น และจะหายสนิทภายใน 5-7 วัน ในระยะแรกจะมีอาการอักเสบแค่บริเวณเดียว หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้โรคค่อยๆ ลามไปจุดอื่นทั่วร่างกาย มีอาการจะปวด บวม นานขึ้น และรุนแรงขึ้น


ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคเก๊าท์

ผู้ที่มีกรดยูริกสูงเป็นระยะเวลานานโดยไม่รู้ตัว หรือ มีกรรมพันธุ์เป็นโรคนี้ บวกกับมีพฤติกรรมชอบกินอาหารที่มีสารพิวรีนสูงเป็นประจำ ซึ่งสารพิวรีน เป็นสารตั้งต้นที่ก่อให้เกิดกรดยูริก โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น คนที่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักเกินมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้

วันนี้เราจึงรวม 5 สูตรสมุนไพร ช่วยรักษาโรคเก๊าท์ และล้างกรดยูริก และอาหารที่ควรงด อาหารที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก ปลาดุก ปลาซาร์ดีน ปลาไส้ตัน กุ้ง ไข่ปลา น้ำต้มกระดูก น้ำสกัดเนื้อ ซุปก้อน กะปิ ชะอม กระถิน สะเดา

สมุนไพรสูตร 1 : ใบรางจืด 5 ใบ + ใบเตย 5 ใบ ต้มน้ำ 2 ลิตร ดื่มทุกวัน จะช่วยลดการเป็นเก๊าท์ – รูมาตอยด์ (สูตรนี้ลดหินปูนได้ดีที่สุด)

สมุนไพรสูตร 2 : มะละกอดิบ 1 ลูก เอาเมล็ดออก (แต่ไม่ปลอกเปลือก) ล้างให้สะอาด หั่นเป็นทอนๆ ต้มน้ำ 3 ลิตร ดื่มทุกวันอาการปวดลดลงจนหาย

สมุนไพรสูตร 3 : ยอดมะรุมสดๆ 3 ยอด ต้มน้ำ 2 ลิตร ต้มน้ำดื่มทุกวัน ลดอาการเก๊าท์ได้

สมุนไพรสูตร 4 : ใบยอ 4 ใบ + มะตูมแห้ง 1 แว่นย่างไฟให้เหลือง นำมาต้มกับน้ำ 3 ขวด เคี่ยวให้เหลือ 2 ขวด ดื่มกินต่างน้ำทุกวันจนกว่าจะหาย

สมุนไพรสุตร 5 : น้ำมะกรูด ผสมน้ำผึ้งนิดเดียว แล้วเอาน้ำอุ่นเติมใส่ไม่ต้องมาก หรือน้ำเย็น ผสมแล้วนำมาดื่ม ใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง ดื่มทุกวันช่วยได้ครับ

ขอบคุณ ที่มา

siamvariety.com
Photo

Post has shared content
แชร์เก็บไว้เลย ! 15 คุณประโยชน์เจ๋งๆ ของยาสีฟันที่มีมากกว่าช่วยให้ฟันสะอาด

หากพูดถึงยาสีฟัน ทุกคนก็นึกถึงการใช้ควบคู่กับแปรงฟัน เพื่อทำความสะอาดฟัน ช่วยให้ฟันแข็งแรงด้วยฟลูออไรด์และสมุนไพรต่างๆ ที่ผสมอยู่ในยาสีฟัน แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า ประโยชน์ของยาสีฟันมีมากกว่าช่วยให้ฟันสะอาด ดูแลสุขภาพช่องปากเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อีกมากมาย จนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว…ลองมาดูกันนะคะว่า 15 คุณประโยชน์ของยาสีฟัน ใช้ทำอะไรได้บ้าง




1 ทำความสะอาดเล็บ เพราะพื้นผิวของเล็บกับฟันมีคุณสมบัติที่เหมือนกัน ต้องการแคลเซียม ฟลูออไรด์บำรุงเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการให้เล็บสะอาด แข็งแรง แวววาว สามารถใช้ยาสีฟันมาขัดถูทำความสะอาดเล็บได้เช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งประโยชน์ของยาสีฟันเลยก็ว่าได้

2 ทำความสะอาดเลนส์แว่นตาให้ใสแจ๋วได้ หากแว่นตาที่คุณใช้อยู่มีคราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกเกาะ… ใช้การเช็ดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เลนส์ใสขึ้นมาได้ ให้ลองใช้ยาสีฟัน (ชนิดไม่มีเม็ดบีดส์) ค่อยๆถูบนกระจกแว่น หรือเลนส์เบาๆ แล้วล้างน้ำ เช็ดให้แห้ง ง่ายๆ แค่นี้คุณจะได้แว่นตาที่ใส สะอาด เหมือนใหม่เลยละค่ะ

3 ทำความสะอาดหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือแทปเล็ตได้ เพียงนำยาสีฟัน (ชนิดไม่มีเม็ดบีดส์) แต้มเพียงเล็กน้อย บางๆ จากนั้นนำผ้าชุบน้ำเล็กน้อย เช็ด ถู หน้าจอเบาๆ ให้ทั่ว ตามด้วยผ้าแห้งสะอาดอีกครั้ง เพียงเท่านี้คุณก็จะมีหน้าจอที่ใสแจ๋ว สะอาดน่าใช้แล้ว หรือหากจะนำไปเช็ดหน้าจอทีวีด้วยก็ได้นะคะ

4 ลบรอยขีดข่วนบนซีดีที่เป็นรอยได้ เป็นอีกหนึ่งประโยชน์ของยาสีฟันที่ใช้บ่อยๆ คือหากแผ่นซีดีมีรอยขีดข่วนมากๆ จนทำให้เครื่องเล่นไม่สามารถอ่านแผ่นได้ ให้ลองนำยาสีฟัน (ชนิดไม่มีเม็ดบีดส์) แต้มลงบนพื้นผิวของแผ่นซีดี แล้วถูเบาๆ จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดทำความสะอาด คุณจะสังเกตได้ว่ารอยที่อยู่บนแผ่นซีดีจะหายไป หรือน้อยลง ทำให้แผ่นซีดีที่ต้องทิ้ง หรือต้องหาซื้อใหม่กลับมาใช้ได้อีกครั้ง ประหยัดเงินได้มากเลยทีเดียว ยิ่งแผ่นซีดีการ์ตูนของเด็กๆ ยิ่งมีรอยเยอะขีดข่วนเยอะ แต่ตอนนี้…ยาสีฟันรับมือได้สบายค่ะ

5 ลบรอยขีดข่วนบนรองเท้าหนังได้ สำหรับรองเท้าหนังคู่โปรดที่อาจเกิดรอยครูดจากการเดิน การเสียดสีกับวัสดุอื่นๆ จนทำให้เป็นรอยไม่น่าดู ให้ลองนำยาสีฟัน (ชนิดไม่มีเม็ดบีดส์) ทาบางๆ ทิ้งไว้สักพัก แล้วใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดทำความสะอาด จะเห็นว่ารอยครูด หรือรอยขีดข่วนนั้นดูจางลง หรือหายไป…เพียงแค่พริบตาคุณก็จะได้รองเท้าหนังแสนสวยกลับมาเหมือนเดิมค่ะ

6 ทำความสะอาดเครื่องเงิน เครื่องประดับ ของใช้ที่มีพื้นผิววาวๆได้ หากคุณมีเครื่องเงิน หรือสายนาฬิกาที่เป็นเงิน หรือวัสดุวาวๆ ที่ดูหมอง เก่า ไม่สดใส หรือจะเป็นสุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่มีคราบน้ำ คราบสบู่เกาะอยู่ จนทำให้ดูหมอง สกปรก ไม่สวยงาม ให้ลองนำยาสีฟัน (ชนิดไม่มีเม็ดบีดส์) ไปแต้มทิ้งไว้บางๆจนยาสีฟันแห้ง จากนั้นนำผ้าแห้งไปเช็ดทำความสะอาด เท่านี้คุณก็จะได้เครื่องเงิน หรือของใช้ที่แวววับ สวยงาม เหมือนใหม่อีกครั้งเลยละค่ะ

7 กำจัดรอยเปื้อนบนผ้าหรือพรมได้ เคยไหมค่ะที่คราบเปื้อนอย่างเช่น รอยปากกาขีดบนเสื้อขาว เสื้อสี หรือคราบชา กาแฟ ที่หกใส่เสื้อจนทำให้เป็นคราบ เป็นด่างอยู่บนเสื้อ ให้ลองเอายาสีฟันแต้มบนคราบ หยดน้ำเล็กน้อยให้ยาสีผันซึมเข้าเนื้อผ้า จากนั้นใช้แปรงสีฟันเก่าหรือแปรงขนอ่อนค่อยๆ ขัดจนคราบออกหมด แล้วค่อยนำไปซักตามปกติ แค่นี้ปัญหาคราบรอยเปื้อนก็ไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัวอีกต่อไป ว่ามั้ยละคะ

8 ขจัดกลิ่นคาวติดมือ หากคุณแม่บ้านที่ต้องทำงานโน่นนี่ หรือทำอาหารจนมีกลิ่นคาว กลิ่นไม่พึงประสงค์ติดมือมาด้วย ล้างอย่างไรก็ยังมีกลิ่นเหมือนเดิม แล้วการที่จะหาน้ำมะนาวมาล้างก็ดูจะยุ่งยาก หรืออาจไม่มีในช่วงเวลานั้น ให้ลองเอายาสีฟันบีบใส่มือเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ถู จะช่วยกำจัดกลิ่นคาว กลิ่นเหม็นต่างๆ ออกไปได้ อีกทั้งได้กลิ่นหอมจากยาสีฟันตามรสต่างๆ ที่ผสมอยู่ในยาสีฟันอีกด้วย นอกจากลมหายใจหอมสดชื่นแล้ว ยังมีมือหอมชื่นใจอีกด้วย

9 กำจัดกลิ่นขวดนมเด็ก หากคุณแม่ที่มีปัญหาขวดนมของลูกน้อยมีกลิ่นบูดๆ กลิ่นนมติดอยู่ที่ขวด ถึงแม้จะล้างด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดขวดนมแล้ว นำไปลวกในน้ำร้อนแล้ว ก็ยังมีกลิ่นนมติดอยู่ ให้ลองเอายาสีฟันละลายในน้ำพอประมาณ จากนั้นนำขวดนมลงแช่ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นค่อยล้างออกให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง รับรองว่าจะได้ขวดนมกลิ่นหอมสดชื่น ช่วยให้ลูกน้อยดื่มนมด้วยความสดชื่น อารมณ์ดีอย่างแน่นอน เห็นแล้วใช่ไหมค่ะว่า ประโยชน์ของยาสีฟัน ไม่ต่างจากน้ำยาทำความสะอาดขวดนมเลย

10 กำจัดคราบสีเทียน ฝีมือแสนซนของเด็กๆ สำหรับเด็กๆ น้องๆ หนูๆ ที่หัดขีดเขียนใหม่จนเพลิน อาจนำสีเทียนไปขีดเขียนบนผนัง โต๊ะ หรือข้าวของอื่นๆ ทำให้ยากต่อการลบออกได้ ให้คุณพ่อ คุณแม่ลองเอายาสีฟันแต้มบางๆ พร้อมผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาด จะเห็นว่าสีเทียนจะค่อยๆ หลุดติดกับผ้า พื้นผิวนั้นก็กลับมาสะอาดเหมือนเดิม

11 แทนเจลแต่งทรงผม ยาสีฟันชนิดเจลที่มีส่วนผสมของโพลีเมอร์ที่สามารถละลายน้ำได้ เป็นส่วนผสมเดียวกับเจลแต่งผมทั่วไป สำหรับหนุ่มๆ ที่เดินทางแล้วลืมเจลแต่งทรงผม หรือในยามรีบเร่ง สามารถนำมาใช้แต่งทรง จัดทรงผมได้ ช่วยให้ผมอยู่ทรงได้ดีไม่แพ้เจลแต่งทรงผมหลายๆ ยี่ห้อเลยคะ แถมมีกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย

12 ช่วยให้สิวยุบ สำหรับคนที่มีสิวอักเสบ หรือสิวขึ้นมาไม่ยอมยุบเสียที ให้ลองเอายาสีฟันแต้มสิวบางๆ ทิ้งไว้ทั้งคืน ตื่นขึ้นมาให้ลองสังเกตว่าสิวอักเสบ หรือหัวสิวยุบลง หายเร็วขึ้นจริงหรือไม่…เพราะเป็นวิธีที่ใครหลายๆ คนใช้แล้วได้ผล ใช้เป็นวิธีประจำ กำจัดสิวเลยก็ว่าได้

13 บรรเทาอาการปวด แสบร้อนจากไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก อาจเป็นวิธีที่ใครหลายๆ คนใช้อยู่แล้ว เพราะเห็นผู้ใหญ่ทำให้ตั้งแต่เด็ก เวลาถูกน้ำร้อนลวก หรือไฟไหม้โดยที่ไม่ได้มีแผลเปิด มีแค่อาการบวมแดง ดังนั้นความเย็นของยาสีฟันจึงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวด แสบร้อน บริเวณแผลได้

14 บรรเทาอาการปวด บวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย ในกรณีที่ไม่ได้พกพายาหม่อง หรือหายาหม่องไม่ทัน ให้ลองเอายาสีฟันทาบริเวณที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ไม่ว่าจะเป็น ยุง มด ผึ้งที่ไม่ได้ฝังเหล็กใน หรือแมลงทั่วๆไป ที่ไม่มีพิษอันตรายร้ายแรง ยาสีฟันจะช่วยบรรเทาอาการคันและลดอาการบวมแดงได้

15 ทำความสะอาดรอยไหม้ หรือคราบบนผิวเตารีด เคยไหมที่แผ่นเหล็กบนหน้าเตารีดมีคราบสกปรก หรือมีรอยไหม้เกาะติดบนเตารีด ทำให้การรีดผ้าไม่สะดวก ยิ่งรีดยิ่งหนืด มีเศษสกปรกเกาะติดบนผ้าที่รีด หากเป็นอย่างนั้นนอกจากเทียนไข หรือขี้ผึ้งแล้ว ยาสีฟัน (ชนิดไม่มีเม็ดบีดส์) ก็เป็นอีกทางเลือกที่นำมาทาบนแผ่นเตารีด จากนั้นค่อยเช็ดออก คุณก็จะได้หน้าเตารีดที่สะอาด เรียบรื่น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการรีดผ้าอีกต่อไป ประโยชน์ของยาสีฟันแบบน่าทึ่ง น่าลองจริงๆ เลยใช่ไหมค่ะ

พอทราบประโยชน์ของยาสีฟันแล้วถึงกับอึ้ง…ไม่น่าเชื่อว่า ยาสีฟันหลอดเดียว จะมีประโยชน์คุ้มเกินคุ้ม…ทั้งแปรงฟัน ทั้งทำความสะอาดสิ่งของอเนกประสงค์ได้ บรรเทาอาการปวดต่างๆ ช่วยให้สิวยุบได้…เห็นทีต้องซื้อยาสีฟันมาหลายๆ หลอดแล้วละคะ ก็แหม…ใช้ประโยชน์ได้มากมายขนาดนี้ เห็นทีหลอดเดียวคงไม่พอ…เห็นด้วยมั้ยค่ะ


ขอบคุณ


ที่มา...http://sukkaphap-d.com
Photo

Post has shared content
ดูไว้นะ!! กับ 5 อาหารต้องห้าม ที่ผู้หญิงควรรู้ เมื่อเป็น “ไข้ทับระดู” ไม่งั้นคุณอาจตายไม่รู้ตัว แล้วจะหาว่าไม่เตือน!!? (แชร์ด่วน)


เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนน่าจะรู้จักกันดีสำหรับโรคนี้ นั่นคือ? โรคไข้ทับระดู? วันนี้เราเอาข้อมูลความรู้ที่สำคัญที่ผู้หญิงทุกคนต้องรู้ไว้นั่นคือ อาหารต้องห้าม สำหรับคนที่เป็นไข้ทับระดูห้ามกินกันเลยเด็ดขาด ไม่งั้นอาจตายได้!!!

1. น้ำเย็น และ น้ำแข็ง

อันนี้คิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะเอามาเตือนกันอีกครั้ง เพราะสาวๆ บางคนติดน้ำเย็นมากๆ แม้จะรู้ตัวว่าเป็นประจำเดือนก็ยังไม่เลิกกิน แต่ความจริงควรงดไปก่อนนะคะ เพราะจะทำให้ประจำเดือนหยุดไหล หรืออาจทำให้เกิดอาการช็อกได้

2. น้ำมะพร้าว

เวลาที่ปวดท้องหรือไม่สบาย เราจำเป็นต้องกินยาเพื่อให้อาการเบาเทาลงบ้าง แต่ถ้าหากว่าดื่มน้ำมะพร้าวเข้าไปจะทำให้ยาที่กินไปไม่ได้ผล เพราะน้ำมะพร้าวมีสรรพคุณที่สามารถล้างฤทธิ์ยาได้ ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะ

3. แตงกวา

จริงอยู่ที่แตงกวามีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าคุณป่วย ไข้ทับระดู แตงกวาก็จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป หนำซ้ำยังจะทใำห้อาการหนักขึ้นไปอีก บางรายถึงขั้นช็อคต้องหามส่งโรงพยาบาลกันเลย งดไว้ก่อนดีกว่า หายแล้วค่อยกิน

4. ลำไย และ ขนุน

ถือเป็นอาหารที่ไม่ค่อยจะถูกกับอาการไข้ทับระดูสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อคุณกินลำไยหรือขนุนเข้าไป จะไปเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายให้ร้อนมากขึ้นกว่าเดิม แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะหายล่ะคะ

5. อบเชย

อันนี้ต้องระวัง นอกจากจะทำให้ร่างกายร้อนกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้ประจำเดือนออกมามากกว่าปกติอีกด้วย


ขอบคุณ ที่มา

siamvariety.com
Photo

Post has attachment
มันเทศ มีสารอาหารซึ่งประกอบไปด้วย
วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 ซึ่งมีผลโดยตรงกับการช่วยลดน้ำหนัก
ทั้งยังมีวิตามินเอที่สูงมาก ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตา และการมองเห็นได้เป็นอย่างดี
มีวิตามินซีที่ช่วยเรื่องของผิวพรรณ สุขภาพฟัน และเนื้อเยื่อ ทำให้ร่างกายแข็งแรง
มีสารอาหารที่ส่งผลให้ตับอ่อนแข็งแรง
มีสาร Antioxident หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอความแก่
มีแร่ธาตุสังกะสี โพแทสเซียม แมงกานีส เป็นสารอาหารที่ป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
ช่วยป้องกันโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็งได้
มีเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์สูงมาก เหมือนแอปเปิ้ล เมื่อรับประทานเข้าไป จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จึงเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนให้กับสตรี เพราะในมันเทศนั้นเป็นแหล่งของวิตามินบี 6 ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น และส่วนนี้ที่เป็นส่วนที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในการช่วยลดน้ำหนัก
มันเทศพันธุ์ที่มีเนื้อสีต่างกันก็มีสารบางชนิดต่างกันด้วย อย่างเนื้อสีเหลืองส้มมีเบตาแคโรทีนสูงมาก จึงช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ส่วนมันเทศเนื้อสีม่วงจะมีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน
แม้แต่ใบมันเทศก็มีคุณค่าและประโยชน์เกินกว่าที่คิด ในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน ใบมันเทศมีโปรตีน ไขมัน ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 2 ไนอะซิน สูงกว่าในหัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีเบตาแคโรทีนสูงกว่าในหัวหลายเท่า จากผลการวิเคราะห์โดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ใบมันเทศมีเบตาแคโรทีน 862.64 ไมโครกรัม ขณะที่ในหัวมีเพียง 175 ไมโครกรัม ศูนย์วิจัยพืชผักแห่งเอเชียจึงจัดลำดับให้ใบมันเทศ อยู่ในกลุ่มของพืชผักที่อุดมสมบูรณ์ทางสารอาหาร และยกย่องให้เป็นราชินีแห่งผัก เลยทีเดียว


✨เพจ แม่บ้าน ❤️

Photo

Post has attachment
ดื่มน้ำมะนาวตอนเช้า ช่วยลดน้ำหนักได้นะ!
สิ่งใกล้ตัวมากในชีวิตประจำวันของเรา หาได้ง่าย และถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดน้ำหนักอีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือ มะนาว ค่ะ เราอาจจะรู้แล้วว่า มะนาว จะให้รสชาติที่เปรี้ยว ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบ แต่! ในน้ำมะนาวนั้น มีประโยชน์มากเลยนะ

สิ่งหนึ่งที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้จากน้ำมะนาวคือการดื่มเพื่อลดน้ำหนัก และขั้นตอนก็ง่ายมากเลยล่ะ
ดื่มตอนเช้า ช่วยในเรื่องการ Detox

บีบมะนาวซัก 1 ลูก ผสมกับน้ำเปล่า รับรองช่วงเช้าสบายเลยค่ะ

ใช้จิบระหว่างวัน

ผสมน้ำมะนาวไว้จิบระหว่าง ก็จะช่วยให้กระตุ้นสมอง ลดอาหารอยากอาหารได้

ก่อนนอน

ดื่มน้ำมะนาวก่อนนอนอีกซัก 1 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายได้เก็บวิตามินที่จำเป็นไปฟื้นฟูร่างกาย กระตุ้นการเผาผลาญ และทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

นอกจากจะช่วยในเรื่องน้ำหนักแล้ว การดื่มน้ำมะนาวยังช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส มีวิตามินซีสูง และช่วยลดหน้าท้องด้วยนะ รู้แบบนี้แล้ว อย่ารอช้า มาเริ่มต้นวันด้วยน้ำมะนาวซักแก้วดีกว่าค่ะ

ขอบคุณเพจผู้หญิงนะค่ะ
ภาพประกอบจาก : istock
Photo
Wait while more posts are being loaded