Post has attachment
เที่ยวแบบไหนที่คุณชอบที่สุด
No votes yet
-
votes visible to Public
Poll option image
0%
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
Poll option image
0%
ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
Poll option image
0%
ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

Post has attachment
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ CreativeMove (ครีเอทีฟมูฟ) ส่งเสริมให้เยาวชนออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยว โดยเน้นใส่ใจธรรมชาติ และวัฒนธรรมชุมชน เพื่ออนุรักษ์รากเหง้าของแต่ละท้องถิ่น
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ CreativeMove (ครีเอทีฟมูฟ) ส่งเสริมให้เยาวชนออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยว โดยเน้นใส่ใจธรรมชาติ และวัฒนธรรมชุมชน เพื่ออนุรักษ์รากเหง้าของแต่ละท้องถิ่น

การเพ้นท์ผ้าบาติก ด้วยสีจากธรรมชาติ เป็นหนึ่งเอกลักษณ์ของหมู่บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทีม Vanillawalk (วานิลลาวอล์ค) นำเสนอในรูปแบบคลิปวิดีโอ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว มาเยี่ยมชม และลงมือเพ้นท์ผ้าบาติกด้วยตัวเอง

ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดโครงการ Green Rangers (กรีนเรนเจอร์) ประจำปี 2558 จุดเด่น คือการนำเสนอเอกลักษณ์ของชุมชน ผ่านการสร้างสรรค์คลิปวีดีโอ เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ หันมาท่องเที่ยวแบบใส่ใจธรรมชาติ ควบคู่กับการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น

โครงการ Green Rangers (กรีน เรนเจอร์) เกิดจากความร่วมมือของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ CreativeMove และองค์กรพันธมิตร จัดประกวดการออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมชุมชน

ปีนี้มีผู้เข้าร่วมประกวด 160 ทีม โดยแต่ละทีมนำเสนอโปรแกรมการท่องเที่ยวในชุมชมที่ตนเองสนใจ เช่น กลุ่มท่องเที่ยวบ้านนาเชี่ยว จังหวัดตราด ชุมชนเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา โรงเรียนบ้านหอมสมุนไพร จังหวัดเชียงใหม่ และอุโมงค์โฮมสเตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม
Photo

Post has attachment

Post has attachment
เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่าง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โดยจุดประสงค์ของการ เดินทาง และการเลือกแหล่งท่องเที่ยว เป็นไปตาม กระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Green Tourism โดย มีปัจจัยที่ทำให้เกิดการเดินทาง คือ 3 S แบบดั้งเดิม คือ SUN-SAND-SEA จะลดความสำคัญลง ปัจจัย ใหม่ที่มี ีผล ต่อการตัดสินใจเดินทางและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว เป็นปัจจัย ที่มี ความ เกี่ยวเนื่องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและ การพัฒนา ที่ยั่งยืน คือ Security ความปลอดภัย ที่รวม ถึงภัย ธรรมชาติ และความ ปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน Sanitation ความสะอาดปราศจากโรค และ มลพิษ ทั้งอากาศ น้ำดื่ม และสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ และSatisfactionความพึงพอ ใจ ในประสบการณ์

การท่องเที่ยวเมืองไทยเรานี้ถือได้ว่าเป็นสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน (Paradise of tropical fruits) ทีเดียว เรามีผลไม้มากกว่า 200 ชนิด สลับกันออกตลอดปี เมื่อชนิดนั้นกำลังจะวายหรือหมดฤดู ก็มีชนิดใหม่ออกมาแทน เรามีทุเรียน เป็นผลไม้ที่ได้ฉายาว่า ราชินีแห่งผลไม้ ( Queen of Fruits) ผลไม้ยังให้คุณค่าเป็นทั้งอาหารเสริมและสมุนไพรต่อมนุษย์เราด้วย อีกทั้งปัจจุบันเกษตรกรไทยมีความสามารถพิเศษ รู้จักรู้ใจต้นไม้ วางแผนการขายอย่างดี สามารถบำรุงให้ผลไม้ออกนอกฤดู ผลิตออกสู่ตลาดกันตลอดปี มีมะม่วงสุก มีข้าวเหนียวมะม่วงกินตลอดปีด้วย หากคุณมีเวลาว่าง ลองนั่งนับดูสิคะว่า คุณรู้จักผลไม้ไทยกันกี่ชนิด แต่ละชนิดมีกี่สายพันธุ์ด้วย ตัวอย่าง ข้าว ที่เรากินกันเป็นอาหารหลักง่าย ๆ นี่ก็มีไม่รู้กี่สายพันธุ์แล้วนะ

พืชพรรณผลผลิตจากฟาร์มจากสวนเกษตรทั้งหลายนั้น นับเป็นความสำเร็จของเกษตรกรที่เฝ้าบำรุงรักษาจนเก็บผลจำหน่ายได้ แต่เป็นความน่าสนใจอยากรู้อยากเห็นของนักท่องเที่ยวต่างบ้านต่างเมืองว่า เกษตรกรทั้งหลายทำได้อย่างไร มีกลวิธีเทคนิคอะไรบ้าง อยากเข้าไปเที่ยวชมกันถึงสวน ถึงฟาร์ม ถึงแหล่ง เพื่อเกิดความรู้ใหม่เพิ่มขึ้น ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากที่ไม่เคยรู้มาก่อน ที่พิเศษกว่านั้น หากได้ลองลิ้มชิมผลิตผลเหล่านั้นแล้ว ย่อมเกิดความพอใจ ความสุข ความประทับใจ และซื้อกลับเป็นของฝากทางบ้าน เพื่อนรัก คนนับถือด้วยแล้ว นับเป็นการเดินทางที่มีความทรงจำเลยทีเดียว
Photo

Post has attachment
กใจและกายบนเรือนยอดไม้

ที่สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ตรัง

ที่นี่เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่มีสะพานให้ชมต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้กันแบบใกล้ชิด เรียกสะพานนี้ว่า “สะพานศึกษาเรือนยอดไม้”
สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) อยู่ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว มีพื้นที่ประมาณ 2,600 ไร่ พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบ มีป่าพรุและทุ่งหญ้า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย ที่ไฝ่เรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” 1 ใน 5 แห่งของภาคใต้ จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบทั้งหมด 31 แห่ง ทั่วประเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ

ส่วนพฤกษศาสตร์นี้ อยู่บน ถ.ตรัง-ปะเหลียน ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว ห่างจากตัวจังหวัดตรังแค่ประมาณ 13 กิโลเมตร ที่นี่เคยเป็นบริเวณตั้งค่ายพักแรมของกองพลในปกครองของเจ้าพระยานครน้อย ซึ่งยกทัพปราบกบฏวันหมาดหลีในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเมื่อกบฏรู้ว่าใครจะมาปราบก็เผ่นหนีเพราะเกรงในฝีมือตั้งแต่ยังไม่ได้รบกัน จนมาถึงปี พ.ศ. 2536 นายกชาวตรังคนแรก นายชวน หลีกภัย ได้ดำริให้ตั้งสวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้บนที่ดิน 2600 ไร่นี้

สวนป่าแห่งนี้ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยต้นไม้ที่ดูใหญ่จนเกินจริง ทั้งกอเฟิร์นข้าหลวงยักษ์ และต้นระกำที่ใหญ่อย่างกับเราหลุดเข้าป่ายุคไดโนเสาร์ เมื่อเดินเข้าสู่ประตูของป่าแล้ว ก็จะพบกับทางเลือกซ้ายขวาซึ่งจะนำเราไปสู่จุดหมายเดียวกันคือทางขึ้นหอคอยเรือนยอด แต่เราแนะนำให้คุณเลี้ยวไปทางซ้าย ซึ่งจะได้เดินไกลกว่านิดหน่อย แต่จะได้เจอกับการผจญภัยที่ให้ความสนุกสนานได้มากกว่ากันแยะ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ทำป้ายข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ และระบบนิเวศน์แทบจะทุกสิบเมตรที่เราเดินผ่าน ซึ่งเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นภาคใต้ที่หายาก และแบ่งเป็นสัดส่วนแยกตามประเภทของพันธุ์ไม้ โดยทางสวนพฤกษศาสตร์ได้จัดเส้นทางในการศึกษาธรรมชาติบริเวณโดยรอบ ที่สำคัญคือ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้” ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ ซึ่งมีทางเดินชมเรือนยอดไม้ที่ยาวและสูงที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย มีหอสูง 3 ระดับ คือ 10, 15 และ 18 ตลอดทางเดิน 175 เมตร ก่อนจะขึ้นไปก็ควรจะได้รู้ก่อนว่า ทางเดินบนยอดไม้เหล่านี้รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 800 กิโลกรัม ดังนั้นจึงควรเดินบนสะพานครั้งละไม่เกิน 5 คน

แต่ละช่วงจะได้สัมผัสธรรมชาติที่แตกต่างกันไป เราจะได้เห็นเรือนยอดของต้นไม้และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ จำพวก นก กระรอก พวกลิงพวกค่าง หรือแม้แต่ดอก ผล ของต้นไม้ก็มีให้ดูอย่ารอรีอีกเลยเชิญก้าวเท้าขึ้นสู่เส้นทางการสัมผัสธรรมชาติเรือนยอดไม้กันดีกว่า ระดับแรกความสูงอยู่ประมาณ 10 เมตร อาจจะเห็นเรือนยอดของไม้ต้นที่ไม่สูงมากนัก เดินต่อไปถึงช่วงระดับที่สองที่สูงขึ้นอีกหน่อย ช่วงนี้อาจจะเห็นนกบินไปบินมา หรือเห็นตัวกระรอก กระโดดจากกิ่งไม้ต้นโน้นมาต้นนี้ เราก้าวเท้าไปเรื่อยๆ ถึงระดับที่สามที่มีความสูงที่สุด ถึงช่วงนี้ทุกคนจะร้อง ว้าว! พร้อมกับสูดอากาศเข้าเต็มปอด และมองไปรอบๆ จะเห็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์กลางเมืองตรังก็ว่าได้ และที่ไม่ควรพลาด! ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกคู่กับยอดไม้และสะพาน แล้วก็ได้เวลาเดินไปตามช่วงสะพานที่เชื่อมต่อกับหอคอยที่ลดระดับลงเรื่อยๆ ช่วงสะพานที่ 4 ช่วงสะพานที่ 5 และเดินลงสู่พื้นดิน เดินหน้าต่อสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ตลอดเส้นทางจะได้สัมผัสกับพืชพรรณไม้พื้นล่างจำพวกหวาย เถาวัลย์ อาทิ ระกำ หลุมพี ยี่โถปีนัง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เผลอแป๊บเดียวการเดินทางก็สิ้นสุดทาง

ที่สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) แห่งนี้ ยังเป็นสวนพรรณไม้แห่งความรักที่มีคู่บ่าวสาวหรือคู่รักมาปลูกต้นไม้ทุกปีในวันวาเลนไทน์
Photo
Wait while more posts are being loaded