Post has attachment
ฝากเพลง ชีวิตเกษตรกร - เพลงที่ถ่ายทอดถึงความภูมิใจในความเป็นเกษตรกรไทย ที่ไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักหนาแค่ไหน แต่พี่น้องเกษตรกรของเราก็ไม่ย่อท้อ ยังมีความหวังและตั้งใจทำการเกษตรให้ดีที่สุด

ขอฝากเพลง "ชีวิตเกษตรกร" เป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรทุกคน

Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Post has attachment

Post has shared content
#โรคพาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมอย่างช้าของสมอง

พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด
แต่การวินิจฉัยโรคและรับการดูแลแต่เนิ่น ๆ
จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถช่วย
ชะลออาการของโรคและทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมองและระบบประสาทที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 2 รองจากโรคอัลไซเมอร์ สถิติผู้ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันทั่วโลกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1 ในผู้ที่อายุเกิน 65 ปี สำหรับในประเทศไทยมีการเก็บรวบรวมสถิติการเกิดโรค จากสภากาชาดไทยพบว่าอุบัติการณ์การเกิดโรคพาร์กินสันอยู่ที่ 425 คน ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งพบมากในประชากรแถบภาคกลางของประเทศ คนไทยสมัยโบราณรู้จักโรคพาร์กินสันมานานแล้วในนามของ ‘โรคสันนิบาตลูกนก’ แต่ก็ไม่ได้มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันคนไทยตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น ผู้ป่วยจึงได้มาพบแพทย์เร็วขึ้นทำให้ได้รับการดูแลแต่เนิ่น ๆ Better Health ฉบับนี้ ได้สัมภาษณ์แพทย์หญิงอรพร สิทธิ์บูรณะ ผู้เชี่ยวชาญโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติศูนย์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าวให้มากขึ้น


“การนำผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
พบแพทย์แต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งที่
แนะนำอย่างยิ่ง เพราะการ
รักษาที่ทันสมัยสามารถ
ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิต
ที่ดีและช่วยเหลือตัวเอง
ได้นานขึ้น”
พญ. อรพร สิทธิ์บูรณะ
พญ. อรพร สิทธิ์บูรณะ คลินิกพาร์กินสัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพ
อาการที่พึงสังเกต

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันมีอาการที่พบได้บ่อย ๆ ได้แก่ การเคลื่อนไหวช้า อาการสั่นของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในท่าพักแต่ดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว และอาการเกร็ง ซึ่งสัมพันธ์กับเซลล์สมองที่ถูกทำลายไปแล้วอย่างน้อยร้อยละ 60 ความผิดปกติที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวเนื่องจากโรคพาร์กินสันเป็นผลจากการตายของเซลล์สมองส่วนก้านสมองส่วนกลาง (Midbrain) ในส่วนสับสแตนเชียไนกราซึ่งมีผลทำให้สารสื่อประสาทโดพามีนซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องของร่างกายลดลง

การตายของเซลล์สมองส่วนก้านสมองส่วนกลาง ศูนย์ประสาทวิทยาและสมอง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพ


การคัดกรองผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ศูนย์ประสาทวิทยา กรุงเทพ



BH-Issue-28--35th.png


การตายของเซลล์สมองในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้มีการดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 4-10 ปี ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีความผิดปกติทางการเคลื่อนไหว ได้แก่ การเสื่อมของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการดมกลิ่นและก้านสมองส่วนเมดัลลาและพอนส์ที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติของลำไส้ การนอนและอารมณ์จิตใจ ดังนั้นผู้ป่วยโรคพาร์กินสันอาจมีการได้กลิ่นลดลง ท้องผูก ความผิดปกติทางด้านอารมณ์ เช่น ย้ำคิดย้ำทำอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หรือร้องตะโกนขยับแขนขาอย่างรุนแรงในขณะหลับร่วมด้วย อาการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดกรองผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

ในระยะเริ่มแรกผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์อาจสังเกตว่ามีการเคลื่อนไหวช้าลง เดินลากขา ไม่แกว่งแขน ตัวแข็งเกร็ง พูดเสียงเบาและช้าลง เขียนหนังสือตัวเล็กลงกว่าเดิม เป็นต้น การวินิจฉัยผู้ป่วยที่เป็นโรคพาร์กินสันยังต้องอาศัยการซักถามประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก การตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการถ่ายภาพเอกซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นเพียงการแยกโรคอื่น ๆ ที่มีอาการแสดงคล้ายโรคพาร์กินสันออกไป ในปัจจุบันมีการตรวจการทำงานของสมองที่เรียกว่า Functional MRI เช่น F-Dopa Pet Scan ซึ่งสามารถตรวจวัดความผิดปกติของสารโดพามีนในสมองของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้แต่เนื่องจากราคาที่แพงมาก และการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญโรคพาร์กินสันก็สามารถให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องได้มากกว่าร้อยละ 90 อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจ Functional MRI ในผู้ป่วยทุกรายยกเว้นกรณีที่อาการไม่ชัดเจน

รู้เร็ว กับ การดูแลที่ดีกว่า

จากหลักฐานงานวิจัยหลายชิ้นจากต่างประเทศยืนยันว่าการดูแลผู้ป่วยโรคพาร์กินสันตั้งแต่เริ่มต้นทั้งในแง่การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติและอาการอื่น ๆ ที่ร่วมด้วยดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ด้วยการปรับยา การแนะนำเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง การนำผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน หรือบุคคลที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรคพาร์กินสันมาปรึกษาแพทย์แต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลายทั้งการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดเมื่อโรคดำเนินไปสู่ระยะท้าย ซึ่งจะช่วยประคับประคองให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุด

ในระยะเริ่มต้นและระยะกลางของโรคยังเป็นการรักษาด้วยการใช้ยาเป็นหลัก เนื่องจากโรคพาร์กินสันเป็นโรคที่มีความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองหลายระบบได้แก่ โดพามีน โคลีน อะดรีนาลีน ซีโรโทนิน และอื่น ๆ ดังนั้นยาที่ใช้ในปัจจุบันจึงถูกคิดค้นให้ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทต่าง ๆ เหล่านี้


“ในอนาคต การศึกษาจะเน้นไปที่
การคัดกรองผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
ที่เริ่มมีความผิดปกติในสมอง
แต่ยังไม่เริ่มมีอาการของการ
เคลื่อนไหวผิดปกติ”
อาการของการ เคลื่อนไหวผิดปกติ ศูนย์ประสาทวิทยาและสมอง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพ

ยาพาร์กินสันที่ใช้บ่อย ๆ ในทางคลินิก ได้แก่ยาที่เป็นสารตั้งต้นของสารโดพามีนยาที่ออกฤทธิ์ที่ตัวรับโดพามีน หรือยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายสารโดพามีนในสมอง เมื่อการตายของเซลล์สมองเพิ่มขึ้นตามการดำเนินของโรคจนถึงระยะท้าย ผู้ป่วยจะมีปัญหาอย่างมากในการดำเนินชีวิตด้วยตนเองและต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลใกล้ชิด จากปัญหาผลข้างเคียงของการใช้ยามาเป็นเวลานานได้แก่ อาการของโรคไม่ค่อยตอบสนองต่อยาหรือมีการเคลื่อนไหวยุกยิกผิดปกติ แพทย์อาจต้องพิจารณาการรักษาอื่น ๆ ตามความเหมาะสมให้กับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การผ่าตัดฝังตัวกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) หรือการให้ยากระตุ้นตัวรับโดพามีนอย่างต่อเนื่องทางใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Apomorphine Pump) หรือการให้สารโดพามีนอย่างต่อเนื่องทางลำไส้เล็ก (Intrajejunal Duodopa Infusion)

อนาคตกับการรักษาโรคพาร์กินสัน

แม้ในปัจจุบัน การรักษาโรคพาร์กินสันยังเป็นการรักษาผู้ป่วยเพื่อประคับประคองอาการไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การค้นคว้าวิจัยยังดำเนินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด แพทย์หญิงอรพรบอกว่ามีงานวิจัยที่มุ่งเน้นในการผลิตยาใหม่ ๆ ที่ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทชนิดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยา ลดผลข้างเคียงของยาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

การบริหารยาในรูปแบบใหม่ ๆ อาทิเช่น ยาแปะ ยาฝังใต้ผิวหนังในอนาคต การศึกษาจะเน้นไปที่การคัดกรองผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่เริ่มมีความผิดปกติในสมองแต่ยังไม่เริ่มมีอาการของการเคลื่อนไหวผิดปกติ ด้วยความหวังที่จะใช้ยาใหม่หรือวิธีการที่จะชะลอการดำเนินของโรคจนถึงการรักษาโรคให้หายขาด มีการศึกษาอื่น ๆ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการวิจัยเช่น การรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (stem cell therapy) และพันธุกรรมบำบัด (gene therapy) ด้วยการให้ไวรัสซึ่งเป็นตัวพายีนส์ที่สร้างโปรตีนนิวโรโทรปิกแฟกเตอร์ที่จะส่งเสริมเซลล์สมองให้เติบโต และคงอยู่ได้ซึ่งเป็นความหวังในการรักษาผู้ป่วยต่อไป

สุดท้าย แพทย์หญิงอรพรฝากถึงผู้อ่านไว้ว่า “ประเทศไทยเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุแล้ว ลูกหลานควรใส่ใจดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวเพื่อให้บุคคลอันเป็นที่รักของท่านได้มีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ สามารถดูแลตัวเองได้เพื่อลดผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยและครอบครัว”
เกิดอะไรขึ้นในสมองของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

โรคที่เกิดจากการเสื่อมของสมอง ศูนย์ประสาทวิทยและสมอง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพ

โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของสมอง เนื่องจากเซลล์สมองบริเวณส่วนลึกเบซอลแกงเกลีย และก้านสมองมิดเบรนในส่วนสับสแตนเชียไนกรามีความผิดปกติอย่างช้า ๆ ซึ่งเซลล์เหล่านี้มีส่วนในการสร้างสารสื่อประสาทที่ชื่อว่าโดปามีนซึ่งช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจึงมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวผิดปกติซึ่งเป็นอาการที่สำคัญของโรค

อาการที่น่าสงสัยของโรคพาร์กินสัน


อาการที่น่าสงสัยของโรคพาร์กินสัน ศูนย์โรคพาร์กินสัน บำรุงราษฎร์ กรุงเทพ

โรคพาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมของสมองที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงอย่างช้า ๆ การวินิจฉัยโรคแต่เนิ่น ๆ และได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นระยะเวลายาวนานขึ้น ลองสังเกตตัวเองและคนในครอบครัวว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่

• สั่น
• การเคลื่อนไหวช้า
• กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง
• การทรงตัวไม่ดี เสียงค่อยและเบาลง
• สีหน้าไร้อารมณ์
• หลังค่อม ตัวงุ้มลง
• ความสามารถในการได้กลิ่นลดลง
• ท้องผูก
• ตะโกนร้อง หรือมีการขยับแขนขาอย่างรุนแรงในขณะหลับ
• เขียนตัวหนังสือเล็กลง

หากพบว่ามีอาการข้างต้นร่วมกันหลายประการ ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือทานอเลอไทด์ก่อนนอนสนใจทักถามหรือโทร0961121179
PhotoPhotoPhoto
22/4/59
3 Photos - View album

Post has attachment

Post has shared content
กำนันนิดเป็นต้อเนื้อและอบตนิดเป็นต้อกระจกรับประทานดีคอนแทคแล้วสุขภาพดวงตา มองเห็นดีชัดดีและตาสู้แสงโดนลมไม่เจ็บตา @@@@@@ดีคอนแทค@@@@ เป็นการใช้สูตรทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดที่ได้การรับรอง Omnidirectional ;ด้วยการนำเอาซานโทฟิวและไกลท็อกชาทินมารวมกน พร้อมสารอาหารอีกหลายชนิด สูตรนี้จะเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมกับสารอาหารที่ช่วบเสริมกับอาหาร ตัวอื่นๆปัจจุบัน แคปซูล Air - Mingนี้เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมให้กับด้วงตาของคุณ สนใจ#สั่งสินค้า0961121179 มีลูกค้าถามมาว่ากินแล้วเป็นงัย. ตอบ...ครับดีคอนแทคเป็นอาหารเสริมในการทานเพื่อบำรุงซ้อมแซมและดูแลดวงตา ลูกค้าที่ทานมากกว่า80-90%ดีขึ้นเป็นเพราะดีคอนแทคไปกระตุ้นในส่วนจอประสาและจอเรติน่า ของตาทำให้อาการที่เป็นกันมาดีขึ้นได้..ถ้าท่านจะดีขึ้นแน่นอน...โดยเฉพาะอาการตาพล่ามัวเบลอประมาณ2-3กล่องจะรู้สึกดี้ขึ้น..แต่สำหรับตัวต้อต้องใช้เวลา..สนใจทักถามาหรือโทรสอบถามรายระเอียดที่.. โรคต่อเนื้อ(pterygium)เป็นโรคที่ต่อเนื่องมาจากโรคต่อลม แต่เยื่อปุตาลามเข้ามาถึงบริเวณกระจกตาดำ(cornea) เป็นลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อสีขาวออกแดง บริเวณกระจกตาค้านหัวตาหรือหางตา เกิดการถูกสิ่งระคายเคืองมาเป็นเวลานานหลายปีทำให้อาการเคืองตาและตาแดงบริเวณต่อเนื้อเมื่อถูกสิ่งระคายเคืองไม่ทำให้ตามัวหรือบอด โรคต่อเนื้อเกิดจากการกินเนื้อและหลังลอกต่อเนื้อห้ามกินเนื้อสัตว์ เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างแรงเช่นกันอย่างที่กล่าวถึงโรคต้อเนื้อไปแล้วว่าเกิดจากการเสื่อมสภาพของเยื่อปุบริเวณตาดำ จากการสัมผัสสิ่งระคายเคืองแม้จะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อแต่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์แต่อย่างใด ที่สำคัญการกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์หลังลอกต้อเนื้อก็ไม่ได้ทำให้แผลเกิดอาการอักเสบหรือเกิดต้อเนื้อขี้นใหม่อย่างที่เข้าใจกันสามารถกินได้ตามปกติ@@ท่านต้องการตัวช่วบมั้ย????ปัญหาหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อคุณได้ลองทานผลิตภัณฑ์ดีคอนแทค D Contact เหมาะสำหรับผู้มีอาการของดวงตาดังนี้ -ท่านที่มีสภาพตาสั้นเทียม,สายตายาว,สายตาเอียงผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์เป็นระยะเวลานาน-ท่านที่มีจอสายตาแปรปรวนสถานการณ์ที่เกิดจากโรคเบาหวาน-ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน-ผู้ที่ขับรถยนต์หรือผู้ปฏิบัติงาน ผู้ที่ทำหน้าที่ผลัดกลางคืนเป็นระยะเวลานาน(อย่างเช่น ขับรถ Taxi คนขับรถขนของ)-ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟางที่มีควาทโอนเอียงที่น้ำนัยน์ตาจะไหลเมื่อเหลือบเห็นแสงจ้า วุ้นในตาซึ้งเป็นเหตุให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง -ผู้เป็นเยื่อปุตาอักเสบ-ผู้ที่เป็นต้อกระจกตา ต้อหิน ต่อเนื้อ ต้อลม-ผู้มีความดันโลหิตสูงมากๆ ท่านพี่มีอุปสรรคจอประสาทตา@@@@@@@ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์บำรุงดวงตา ดีคอนแทคสามารถป้องกันและแก้ปัญหาตามัว มองไม่ชัดและต้อทุกประเภทของคุณได้อย่างชัดเจน???เห็นผลเร็ว???รับประกันความพอใจ100%เลขทะเบียน อย.24-1-205551-0060 ขนาดบรรจุ 1กล่อง30แคปซูล สนใจสินค้าล้อตใหม่ที่สุดของบริษัท เน้นของแท้ ของคุณภาพ เห็นผลลัพธ์ @@มีคำถามจากลูกคัา@@ !!สาเหตุของโรคต่อเนื้อ!!?? ต่อเนื้อและต่อลมเป็นโรคคล้ายคลึงกันเกิดจากสาเหตุเดียวกันคือเกิดเนื่องมาจากแสงอัลตราไวโอเวตทำให้เยื่อปุตาบริเวณนั้นเสื่อมลงโรคนี้ จึงมักเกิดกับคนกลางแจ้ง @@คำถามเป็นต้อเนื้อกินกี่กล่องถึงจะหาย@@คำตอบ**ในสองกล่องแรก เห็นผลในระดับหนึ่งคือตาสู้แสงได้ ต้อเนื้อ หยุดการขยายตัว และจะรู้สึกตาเบาๆ สบายตา เพราะสารดีคอนแทคจะขับล้างสารพิษในตาและยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ประสาทตาไปพร้อมๆกันแต่ระยะการหายขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน ดีคอนแทคเป็นอาหารเสริมในการทานเพื่อบำรุงซ้อมแซมและดูแลดวงตา ลูกค้าที่ทานมากกว่า80-90%ดีขึ้น เป็นเพราะดีคอนแทคไปกระตุ้นในส่วนจอประสาทตาและจอเรติน่าของตาทำให้อาการที่เป็นกับมาดีขึ้นได้ถ้าทานอาการจะดีขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะอาการตาพล่ามัวเบลอประมาณ2-3กล่องจะรู้สึกดีขึ้นแต่สำหรับตัวต้อต้องใช้เวลา @ โทร0961121179 Line ;to. to. 9750
Photo
Photo
20/4/59
2 Photos - View album
Wait while more posts are being loaded