Post has attachment
...................ความเป็นมา................


บุคคลออทิสติก เมื่ออายุมากขึ้นจะดำเนินชีวิตอย่างไร?


เป็นคำถามที่กระเด็นหลุดไปจากการกระเสือกกระสนเอาชีวิตให้รอดไปในแต่ละวันสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นออทิสติก      

แต่นั่นแหล่ะเจ้าคำถามนี้มันไม่เคยหายไป กลับก่อตะกอนเป็นก้อนใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ตามอายุของลูก และตามความชราภาพของผู้ปกครอง .........


คำถามนี้จึงก่อให้เกิดการร่วมมือกันของแม่ที่มีลูกที่เรียนจบจากโรงเรียนร่วม หรือ สถาบันฟื้นฟูต่างๆให้ช่วยกันคิด หารือกันอย่างจริงจัง จนได้คำตอบที่ยิ่งใหญ่กว่าคำถามหลายเท่านัก  


เริ่มต้นด้วย การเอารูปแบบในการดำเนินชีวิตที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ  พักอาศัยกับครอบครัว และ ไปทำกิจกรรมนอกบ้านช่วงกลางวัน  เหมือนดังเช่นคนปกติทั่วไปที่เค้าออกไปทำงานกัน  

อันที่จริงลูกๆที่เรียนเก่ง มีความสามารถก็น่าจะไปทำงานได้ก็มี แต่จากข้อมูลลับ เล่าต่อกันมาว่า  ลูกเราทำงานได้อย่างเป็นทุกข์ในการเข้าร่วมสังคม หรือ สังคมที่ทำงานพากันเป็นทุกข์แต่ลูกเราเป็นสุขอยู่คนเดียว 

     ความคิดนี้จึงนำไปสู่การร่วมกันสร้างสถานที่ทำงานให้เหมาะกับ ลูกออทิสติกวัยทำงานของพวกเรา สถานที่ทำงานที่สนับสนุนให้ค้าได้ทำงานตามศักยภาพที่เค้ามี อย่างมีความสุขและปลอดภัย 

     นี่เป็นร่างความคิดที่สรุปได้เมื่อกลางปี 2547  ต่อมาในระหว่างที่ค้นหา ระบบที่จะใช้ในสถานที่ทำงานมีอะไรบ้าง  เราจึงได้คนพบประเด็นคำถามสำคัญ ...............

แม่ๆกลุ่มฮักมักจะถูก คุณครู แพทย์ และนักบำบัด หยิกหยอกว่า รักและปกป้องลูกๆมากเกินไป .... ซึ่งก็น่าจะจริงเมื่อสมัยที่ลูกยังเล็ก  พอเค้าตัวโตขึ้น ขนาดยกแม่ทั้งตัวได้สบายๆ  ทำบัตรประชาชนกันหมดแล้ว  หลายๆคนก็ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว  ..... เมื่อลูกอายุขนาดนี้ไม่อยากปกป้องลูกแล้ว ..... แต่ก็ต้องทำเพราะได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่เค้าก็ยังคงไม่เหมาะกับสังคมทำงาน ภายนอกอยู่ดี....


เค้าร่างของสถานที่ทำงานสำหรับลูกออทิสติกจึงเกิดขึ้น จากการช่วยกันคิด จากคำแนะนำของที่ปรึกษา และการเดินทางไปดูต้นแบบทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ.....ผ่านการวิเคราะห์ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ และ ล้มเหลว ที่มีขึ้น  ก็สรุปได้ว่า

1.ผู้รับผิดชอบโครงการ เป็น กลุ่มพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ลาออกจากความเป็นผู้ปกครองยากกว่า ครู นักวิชาการ  แพทย์ หรือ นักบำบัด  ลาออกได้ .....เมื่อลาออกไม่ได้ ก็จะ อุตสาหะดำเนินงานและแก้ไขปรับปรุงให้คงอยู่

2. เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร และ ดำเนินการไม่ให้ขาดทุน เพื่อ ความอยู่รอดและเติบโตได้ในสังคมทุนนิยม

3.ใช้แนวคิดการศึกษาบำบัดในการจัดกิจกรรมและฝึกอบรมบุคลากรในองค์กร


         การเสาะหาและจัดเตรียมการทั้งหมดรวมเวลาถึง 3 ปี กลุ่มฮักจึงได้มีโครงการทดลองการทำงาน "ศูนย์กิจกรรม" ขึ้นเมื่อต้นปี พศ.2551จนถึงปลายปี ชื่อโครงการว่า First Step Project

กลุ่มฮักจึงขอเช่าห้องประชุม พระยาจรัลฯ ของมูลนิธิอนุบาลบ้านรัก สุขุมวิท 40 ทดลองจัดกิจกรรมตามแนวคิดของกลุ่ม โดยขอใช้สถานที่เฉพาะวันเสาร์ ทั้งวัน ตลอดปี พศ.2551 จำนวนทั้งสิ้น 42 วัน

โดยตั้งเป้าหมาย ให้มีสมาชิกที่เป็นบุคคลพิเศษและผู้ปกครอง  มาร่วมกิจกรรมจำนวน 15 สมาชิก ( สมาชิก 15 ผู้ปกครอง 15 ) รวมเป็น 30 คน

โดยมีวัตถุประสงค์จะให้ผู้ปกครองให้ช่วยกันพิจารณาศึกษาแนวคิดการศึกษาบำบัดที่ใช้สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆในโครงการ  อีกทั้งทดลองดำเนินกิจการให้อยู่รอดในเชิงการลงทุนและดำเนินการบริหารด้วยผู้ปกครองด้วยกันเอง

เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้ว
ผลสำเร็จมากที่สุดคือ
แนวคิดการศึกษาบำบัดในการสร้างสรรค์กิจกรรมนั้นประสบความสำเร็จ  
สมาชิกมีการพัฒนาศักยภาพขึ้นตามลำดับ
และ
ที่สำคัญคือทำกิจกรรมในทุกวันเสาร์ด้วยความสุข
สมาชิกทุกคนต่างรอคอยที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกันในทุกวันเสาร์
Photo
Wait while more posts are being loaded