Post is pinned.Post has shared content
พระครูวิสุทธิสิริชัย(หลวงพ่อออน อมโร) วัดสว่างบูรพา จังหวัดบุรีรัมย์ พระเกจิชื่อดังอันดับหนึ่งของอำเภอลำปลายมาศประวัติ พระครูวิสุทธิสิริชัยหรือหลวงพ่อออน อมโร สกุลเดิมว่า แคนตะ ท่านเกิดในวัน 5 ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12 ปีมะโรง วันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2447 บิดาชื่อนายนน แคนตะ มารดาชื่อนางโม้ แคนตะ และย้ายมาอยู่ที่บ้านสระคูณ ตำบลโคกสะอาด(ปัจจุบันเป็นตำบลโคกล่าม) อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ในราวปีพุทธศักราช 2481 อุปสมบท พระครูวิสุทธิสิริชัยหรือหลวงพ่อออน อมโร ท่านได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 24 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2468 ณ วัดปลาขาว อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม โดยมีพระครูวาปีสมณคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากที่ท่านได้อุปสมบทแล้วท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ตามวัดต่างๆในจังหวัด มหาสารคามและได้เป็นเจ้าอาวาสวัดโพนทอง ตำบลหนองคู อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม และท่านได้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาสเนื่องจากท่านต้องย้ายที่จำพรรษามาอยู่กับ บิดามารดาที่บ้านสระคูณ ซึ่งในครั้งนั้นได้มาจำพรรษาต่อที่วัดชัยศรี ตำบลโคกสะอาด(ปัจจุบันเป็นตำบลโคกล่าม) อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ และได้รับแต่งตั้งให้ท่านขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดชัยศรีในคราวต่อมา ขณะที่ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดชัยศรีนั้นท่านได้พาชาวบ้านพัฒนาถาวรวัตถุ ต่างๆในวัดให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้น เป็นที่ประพฤติปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ สามเณร ตลอดจนชาวบ้านทั้งใกล้และไกล หลังจากที่ท่านได้พัฒนาถาวรวัตถุต่างๆที่วัดชัยศรีจนเกิดความเจริญรุ่งเรือง แล้ว หลวงพ่อออน อมโร ท่านก็ได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดสว่างบูรพา หมู่บ้านโคกล่าม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ไม่ไกลกันนัก หลังจากที่ท่านย้ายมาจำพรรษาที่วัดสว่างบูรพานั้นท่านก็ยังเดินทางไป มาระหว่างวันชัยศรีกับวัดสว่างบูรพาอยู่เป็นประจำ การศึกษา - จบการศึกษาชั้นสามัญประถมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนประชาบาล อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม - จบนักธรรมตรี สำนักเรียนเจริญราษฎร์บำรุง จังหวัดนครราชสีมา พุทธศักราช 2486 - จบนักธรรมโท สำนักเรียนวัดชัยศรี จังหวัดบุรีรัมย์ พุทธศักราช 2497 - จบนักธรรมเอก สำนักเรียนวัดชัยศรี จังหวัดบุรีรัมย์ พุทธศักราช 2499 การปกครอง - เป็นเจ้าอาวาสวัดโพนทอง ตำบลหนองคู อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ราวปีพุทธศักราช 2468-2481 - เป็นเจ้าอาวาสวัดชัยศรี ตำบลโคกสะอาด(ปัจจุบันเป็นตำบลโคกล่าม) อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พุทธศักราช 2481 - ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลโคกสะอาด(ปัจจุบันเป็นตำบลโคกล่าม) อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ปีพุทธศักราช 2493 - ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อปีพุทธศักราช 2499 - เป็นเจ้าอาวาสวัดสว่างบูรพา อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พุทธศักราช 2504 - ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ พุทธศักราช 2511 สมณศักดิ์ - หลวงพ่อออน อมโร ได้รับสัญญาบัตรพัดยศเป็นพระครูที่พระครูวิสุทธิสิริชัย เมื่อปีพุทธศักราช 2506 พระครูวิสุทธิสิริชัยหรือหลวงพ่อออน อมโร ท่านได้ร่วมเดินกับ หลวงพ่อลี วัดอิสานทะเมนชัย ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตอนนั้นหลวงพ่อลีท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ อำเภอลำปลายมาศ เพื่อไปกราบมนัสการหลวงปู่ดุลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะถึงช่วงเข้าพรรษาเป็นประจำทุกปี ตลอดอายุการครองเพศบรรพชิตของท่านนั้นทำให้วัดที่ท่านได้จำพรรษาอยู่เกิด ความเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกล จนถึงวาระสุดท้ายของท่าน หลวงพ่อออน อมโร ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2534 และคณะศิษยานุศิษย์ของท่านได้จัดงานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 2 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2535 รวมอายุ 88 ปี พรรษา 68 เหรียญหลวง พ่อออน อมโร รุ่นแรก จัดสร้างเมื่อปี๒๕๑๗ มีด้วยกันสองเนื้อ คือเนื้ออัลปาก้าและ เนื้อทองแดง ด้านหน้าเป็นลายเกลียวเชือก หน้าตรงครึ่งองค์ เขียนตัวอักษรคำว่า พระครูวิสุทธิสิริชัย(ออน อมโร) ส่วนด้านหลังจะมียันต์ห้าและเม็ดไข่ปลาล้อมรอบ ระบุตัวอักษรคำว่า วัดสว่างบูรพา อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ๙ ส.ค. ๑๗ ปัจจุบันพบเจอน้อยมากคนในพื้นที่หวงแหนยิ่งนักภาพถ่ายขาวดำหลวงพ่อ ออน อมโร ด้านหลังมีตะกรุด2-3ดอก บรรจุเกศาหลวงพ่อออน พร้อมเลี่ยมพลาสติกมาแต่เดิม ซึ่งในปัจจุบันได้รับความนิยมไม่แพ้วัตถุมงคลรุ่นอื่นๆของท่าน หลวงปู่ออน ท่านเป็นพระเกจิรูปหนึ่งที่อยู่ห่างไกลความเจริญแต่มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงทั่วทุกภาค ท่านใช้ชีวิตอยู่อย่างสมถะ ตามแบบเฉพาะของพระป่าบ้านๆ ท่านเป็นพระเกจิที่ปฏิบัติดี ปฎิบัติชอบ เป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อม ถ่อมตน มีศีลจริยธรรมอันงดงาม และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังแห่งความเมตตา แต่คงแฝงด้วยความเข้มขลังดังผู้มีวิชา สำเร็จซึ่งอภิญญามากล้น วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและแจกทำให้ชื่อเสียงของท่านแผ่กว้างขจรไกล บ้างก็บอกว่าพุทธคุณโดดเด่นทางด้านเมตตา ค้าขาย และคงกระพันชาตรี จนเรียกได้ว่าครอบจักรวาล พระเกจิแห่งอีสาน พระป่าบ้านๆที่หลายคนเสาะแสวงหาวัตถุมงคลไว้บูชาอาราธนาติดตัว เพราะความเชื่อในที่มาแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และ อยู่ยงคงกระพัน ท่านเป็นพระเกจิที่ได้รับการกล่าวขานว่า พระเกจิจอมขมังเวทย์แห่งลุ่มน้ำลำมาศ วัตถุมงคลของท่านที่สร้างออกมาจ่ายแจกนอกจากจะได้รับการปลุกเสกในพิธี และดับเทียนชัยแล้ว ก่อนจะมอบให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญไปใช้หลวงพ่อออนยังนำวัตถุมงคลทั้งหมด ลงเหล็กจาร ทั้งด้านหน้าและหลังเหรียญ กรีดอักขระหยั่งลึกลงถึงผิวเหรียญอีกชั้นพร้อมบริกรรมคาถาเป่าเสกโดยใช้พระคาถา**อยู่ยง คงเหนียว**และนี่คือพระเกจิผู้เรืองวิทยาคม เป็นอีกหนึ่งในความภูมิใจของชาวอำเภอลำปลายมาศอย่างแท้จริง 


Photo

Post has shared content
ประวัติหลวงพ่อคำมูล จันทูปโม วัดบ้านค้อ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
หลวงพ่อคำมูล จันทูปโม อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านค้อ จังหวัดบุรีรัมย์ องค์ท่านเป็นคนศรีสะเกษ ได้เดินทางธุดงค์มาปักกรดที่ชายป่าบ้านค้อเนื่องด้วยสมัยนั้นป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์จึงเป็นที่ใคร่ต่อการบำเพ็ญสมณธรรมเป็นอย่างมาก ประกอบกับชาวบ้านมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อทราบข่าวว่ามีพระธุดงค์มาบำเพ็ญธรรมใกล้หมู่บ้านจึงพากันไปนมัสการด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อชาวบ้านได้เห็นกริยาอันสงบ เรียบร้อยแต่เต็มไปด้วยความองอาจในธรรมของหลวงพ่อคำมูล จึงพากันนิมนต์ให้หลวงพ่ออยู่เป็นหลักโปรดชาวบ้านเนื่องจากบ้านค้อสมัยนั้นยังไม่มีวัดมีเพียงที่พักสงฆ์เท่านั้น ด้วยความเมตตาองค์ท่านจึงรับนิมนต์และอยู่พัฒนาที่พักสงฆ์ให้กลายเป็นวัดตามลำดับ ส่วนชื่อเสียงของหลวงพ่อนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากในวันวางศิลาฤกษ์เพื่อสร้างพระอุโบสถ วัยรุ่นที่มาร่วมงานมีเรื่องชกต่อยกันและที่ร้ายแรงไปกว่านั้นอีกฝ่ายชักปืนออกมายิงฝ่ายตรงข้ามแล้วหนีไป แต่ฝ่ายที่ถูกยิงนั้นไม่เป็นอะไรมีเพียงแผลถลอกเล็กน้อยเท่านั้นสร้างความแปลกใจให้กับผู้มาร่วมงานที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมากพอสอบถามคนที่ถูกยิงในตัวขณะนั้นมีเพียงกระเป๋าเงินกับเหรียญที่ระลึกวางศิลาฤกษ์ที่พึ่งได้รับจากหลวงพ่อเท่านั้น ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเป็นเพราะพุทธคุณที่หลวงพ่ออธิษฐานจิตปลุกเสกไว้ในเหรียญรุ่นนี้เเน่นอน มีชาวบ้านไปถามหลวงพ่อว่าที่คนถูกยิง ยิงไม่เข้าเป็นเพราะบารมีหลวงพ่อจริงหรือไม่ หลวงพ่อเคยให้คติไว้ว่าเรื่องเหรียญใครจะว่าดีหรือไม่ดีก็ตาม โดยส่วนตัว องค์ท่านลงให้เต็มที่ ส่วนคนที่ถูกยิงแล้วไม่เป็นไร ถ้ายังไม่ถึงคราวตายก็ไม่ตาย แต่ถึงอย่างเราก็ตามชาวบ้านต่างก็ปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะพุทธคุณของเหรียญ จึงทำให้เหรียญรุ่นนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นก็มีบรรดาเซียนพระในพื้นที่ไปขออนุญาตสร้างเหรียญ ก็ถูกองค์ท่านดุและไล่กลับทุกคน เพราะท่านไม่อนุญาต องค์ท่านเคยปรารถว่าเหรียญที่สร้างออกมานั้น องค์ท่านจะพิจารณาสร้างเองตามโอกาสสำคัญเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปตามที่องค์ท่านกล่าว เพราะทำเนียบรุ่นขององค์ท่านที่สร้างมีเพียง 2 รุ่นเท่านั้น
รุ่น1ที่ระลึกในวันวางศิลาฤกษ์(เหรียญประสบการณ์)
รุ่นนี้สร้าง2000เหรียญ เนื้อทองแดงรมดำเนื้อเดียว ด้านหน้าเป็นรูปองค์ท่าน ด้านล่างเขียนว่าหลวงพ่อคำมูล ส่วนด้านหลังเขียนว่าที่ระลึกงานวางศิลาฤกษ์
รุ่น2 ที่ระลึกงานปิดทองฝังลูกนิมิต (รุ่นสุดท้าย)เป็นรุ่นที่หลวงพ่อปลุกเสกเดี่ยว2วาระใหญ่ จำนวน2000เหรียญเนื้อทองผิวไฟ ทองแดงมันปู มสองแดงรมดำ แต่ละเนื้อไม่ทราบจำนวน รวมทุกเนื้อ2000เหรียญครั้งแรกปลุกเสกตลอดไตรมาส ครั้งที่2ปลุกเสกวันเสาร์5 เป็นรุ่นที่ศิษยานุศิษย์รอคอยเพราะถัดจาดรุ่น2เกือบ5ปี ด้านหน้าเป็นรุ่นเหมือน ด้านล่างเขียนว่าเจ้าอธิการคำมูล จันทูปโม ด้านหลังเป็นยันต์เสาร์5 ข้างบนเขียนว่าที่ระลึกงานปิดทอง ฝังลูกนิมิต
และหลังจากนั้นอีก2ปีองค์ท่านก็มรณภาพ
คำสอนขององค์ท่านที่สำคัญ
"จิตคือผู้ฮู้ ฮู้ดีฮู้ซัว ฮู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ฮู้เเต่บ่ยึด"
"บาปไผ๋ บุญมัน"
"เป็นลูกพระพุทธเจ้า อย่าสิย่านตาย คนย่านนั้นละคือคนกำลังสิตาย ตายจากทางมรรคผล ตายจากทางนิพพาน"
"ศีล5กะพอ บ่ต้องเอาหลายดอกศีล ได๋ศีล5กะได๋ทุกศีล เพราะศีล5เป็นปฐม เป็นพานทองรองรับนิพพาน"ฯลฯ
Photo
Wait while more posts are being loaded