Profile cover photo
Profile photo
ห้องติวกฎหมาย
14 followers
14 followers
About
ห้องติวกฎหมาย's posts

ข้อ ๔
------
บริษัท เมียวดีสยาม จำกัด ซึ่งจดทะเบียนก่อตั้งสภาพบุคคลตามกฎหมายพม่า สำนักงานแห่งใหญ่ที่แท้จริงตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ผู้ถือหุ้นทั้งหมดมีอยู่ ๑๐ คน ซึ่งผู้ถือหุ้นไทยมีจำนวน ๙ คน และผู้ถือหุ้นพม่ามีจำนวน ๒ คน ส่วนทุนของบริษัทจำนวนร้อยละ ๙๐ เป็นของผู้ถือหุ้นไทย และอีกร้อยละ ๑๐ เป็นของผู้ถือหุ้นพม่า โดยมีนายสมชายซึ่งมีสัญชาติไทยเป็นกรรมการผู้จัดการ
          โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ถามว่า บริษัท เมียวดีสยาม จำกัด มีสัญชาติไทยหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?

ข้อ ๓
------
นายแอคเว่เกิดในประเทศฝรั่งเศสใน พ.ศ.๒๕๑๒ จากนายจองและนางแมรี่คนสัญชาติฝรั่งเศส  เขาได้ถือหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลฝรั่งเศส และเอกสารนี้ยอมรับว่า เขามีสัญชาติฝรั่งเศส
เขาได้เดินทางเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศลาวตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๔  นายแอคเว่ได้สมรสตามกฎหมายกับนางสกุณาซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยใน พ.ศ.๒๕๔๕  และบุคคลทั้งสองไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ตั้งแต่สมรส จนถึงปัจจุบัน
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐ เขาไปเดินป่าในเขาใหญ่ และหายไป ไม่มีใครพบเขาอีกเลยหลังจากนั้น
           โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า หากนางสกุณาร้องขอให้ศาลไทยสั่งให้นายแอคเว่เป็นผู้ไม่อยู่ในระหว่างที่ยังไม่อาจสั่งให้สาบสูญ ศาลไทยจะต้องใช้กฎหมายไทยกำหนดความเป็นผู้ไม่อยู่ของของนายแอคเว่ได้หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?

สืบเนื่องจากข้อเท็จจริงในข้อที่ ๑
          โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ศาลไทยใช้กฎหมายใดบ้างในการพิจารณาคดีพิพาทระหว่างนางสาวดวงตะวันและผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตามข้อเท็จจริง ?

Post has shared content
ข้อสอบปลายภาควิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล หลักสูตรปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๐
ข้อ ๑
นางแพง เกิดที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีใน พ.ศ.๒๔๘๗ จากบิดาและมารดาซึ่งมีเชื้อชาติไทยและสัญชาติไทยโดยการเกิด  เธอจึงมีสัญชาติไทยโดยการเกิด ทั้งนี้  ในราว พ.ศ.๒๕๐๕ เธอได้รับการจัดทำทะเบียนบ้านประเภท ท.ร.๑๔ อยู่ที่อำเภอวารินชำราบ และถือบัตรประชาชนตาม พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ศ.๒๕๒๖
ส่วนนายมุ่ยเป็นคนเชื้อสายเวียดนามซึ่งเกิดที่เมืองไซ่ง่อน ประเทศเวียดนาม เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ และในราว พ.ศ.๒๔๙๐ เมื่อมีปัญหาความไม่สงบในประเทศเวียดนาม เขาและครอบครัวจึงได้อพยพผ่านประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ที่จังหวัดนครพนม ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายมุ่ยมีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศเวียดนาม แต่กลับปรากฏว่า เขาได้รับการจัดทำทะเบียนบ้านตามกฎหมายไทยประเภท ท.ร.๑๓ อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพราะเขาได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว ในปัจจุบัน นายมุ่ยถือบัตรประจำตัวตามกฎหมายทะเบียนราษฎรที่มีชื่อว่า “ญวนอพยพ”
ใน พ.ศ.๒๕๐๑ นางแพงและนายมุ่ยได้เป็นสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุคคลทั้งสองมีบุตรด้วยกัน ๑ คน กล่าวคือ นางสาวดวงตะวันซึ่งเกิดที่อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔
ใน พ.ศ.๒๕๒๓ จังหวัดนครพนมโต้แย้งว่า นางสาวดวงตะวันไม่มีสัญชาติไทยโดยผลของ ประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ เธอจึงฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นต่อศาล เพื่อขอให้ศาลยืนยันว่า นางสาวดวงตะวันผู้เป็นโจทก์มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด
จึงเกิดคดีพิพาททางปกครองระหว่างนางสาวดวงตะวันและผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
ในที่สุด ศาลฎีกาได้ชี้หลักกฎหมายว่า ประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ มีผลต่อบุตรของบุคคลที่เกิดในไทยจากบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นต่างด้าวเข้าเมืองในลักษณะไม่ถาวร หรือมิใช่บุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากมารดาต่างด้าวเข้าเมืองในลักษณะไม่ถาวรโดยไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น ศาลจึงเห็นว่า นางสาวดวงตะวันไม่ตกอยู่ภายใต้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ เพราะเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากมารดาไทยโดยไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนายมุ่ยก็เป็นเพียงบิดาที่มิชอบด้วยกฎหมายของนางสาวดวงตะวัน ศาลจึงยืนยันที่สุดว่า นางสาวดวงตะวันเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด
           โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า นางสาวดวงตะวันมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐใดบ้าง ? เพราะเหตุใด ?

ข้อสอบปลายภาควิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล หลักสูตรปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๐
ข้อ ๑
นางแพง เกิดที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีใน พ.ศ.๒๔๘๗ จากบิดาและมารดาซึ่งมีเชื้อชาติไทยและสัญชาติไทยโดยการเกิด  เธอจึงมีสัญชาติไทยโดยการเกิด ทั้งนี้  ในราว พ.ศ.๒๕๐๕ เธอได้รับการจัดทำทะเบียนบ้านประเภท ท.ร.๑๔ อยู่ที่อำเภอวารินชำราบ และถือบัตรประชาชนตาม พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ศ.๒๕๒๖
ส่วนนายมุ่ยเป็นคนเชื้อสายเวียดนามซึ่งเกิดที่เมืองไซ่ง่อน ประเทศเวียดนาม เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ และในราว พ.ศ.๒๔๙๐ เมื่อมีปัญหาความไม่สงบในประเทศเวียดนาม เขาและครอบครัวจึงได้อพยพผ่านประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ที่จังหวัดนครพนม ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายมุ่ยมีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศเวียดนาม แต่กลับปรากฏว่า เขาได้รับการจัดทำทะเบียนบ้านตามกฎหมายไทยประเภท ท.ร.๑๓ อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เพราะเขาได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว ในปัจจุบัน นายมุ่ยถือบัตรประจำตัวตามกฎหมายทะเบียนราษฎรที่มีชื่อว่า “ญวนอพยพ”
ใน พ.ศ.๒๕๐๑ นางแพงและนายมุ่ยได้เป็นสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุคคลทั้งสองมีบุตรด้วยกัน ๑ คน กล่าวคือ นางสาวดวงตะวันซึ่งเกิดที่อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔
ใน พ.ศ.๒๕๒๓ จังหวัดนครพนมโต้แย้งว่า นางสาวดวงตะวันไม่มีสัญชาติไทยโดยผลของ ประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ เธอจึงฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นต่อศาล เพื่อขอให้ศาลยืนยันว่า นางสาวดวงตะวันผู้เป็นโจทก์มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด
จึงเกิดคดีพิพาททางปกครองระหว่างนางสาวดวงตะวันและผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
ในที่สุด ศาลฎีกาได้ชี้หลักกฎหมายว่า ประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ มีผลต่อบุตรของบุคคลที่เกิดในไทยจากบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นต่างด้าวเข้าเมืองในลักษณะไม่ถาวร หรือมิใช่บุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากมารดาต่างด้าวเข้าเมืองในลักษณะไม่ถาวรโดยไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น ศาลจึงเห็นว่า นางสาวดวงตะวันไม่ตกอยู่ภายใต้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ เพราะเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากมารดาไทยโดยไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนายมุ่ยก็เป็นเพียงบิดาที่มิชอบด้วยกฎหมายของนางสาวดวงตะวัน ศาลจึงยืนยันที่สุดว่า นางสาวดวงตะวันเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด
           โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า นางสาวดวงตะวันมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐใดบ้าง ? เพราะเหตุใด ?
Wait while more posts are being loaded