Profile

Cover photo
วไลพร คลองเเค
460 views
AboutPostsPhotosVideos

Stream

วไลพร คลองเเค changed her profile photo.

Shared publicly  - 
1
Add a comment...
 
ความหมายของโมเดลองค์กรแห่งการเรียนรู้
องค์กรแห่งการเรียนรู้เป็นแนวคิดในการพัฒนาองค์กร โดยมุ่งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ภาวะผู้นา (Leadership)ในองค์กร และการเรียนรู้ร่วมกันของคนในองค์กร (Team Learning) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะ และร่วมกันพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองสังคมในยุคสังคมฐานความรู้
องค์ประกอบขององค์กรแห่งการเรียนรู้ มีดังนี้
1. Shared Vision การสร้างและสานวิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์องค์กร เป็นความมุ่งหวังขององค์กรที่ทุกคนต้องร่วมกันบูรณาการให้เกิดเป็นรูปธธรรมในอนาคต ลักษณะวิสัยทัศน์องค์กรที่ดี คือ กลุ่มผู้นาต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นนาเข้าสู่กระบวนการพัฒนาวิสัยทัศน์อย่างจริงจัง
วิสัยทัศน์ จะต้องมีรายละเอียดชัดเจน เพียงพอที่จะนาไปเป็นแนวทางปฏิบัติได้ วิสัยทัศน์องค์กรต้องเป็นภาพบวกต่อองค์กรการสร้างทัศนคติร่วมของคนในองค์กร ให้สามารถมองเห็นภาพและมีความต้องการที่จะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน เป็นการมองในระดับความมุ่งหวัง เปรียบเสมือนหางเสือของเรือที่ขับเคลื่อนให้เรือนั้นมุ่งสู่เป้าหมายในทิศทางที่รวดเร็ว ประหยัดและปลอดภัย
2. Team Learning การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม องค์กรมุ่งเน้นให้ทุกคนในทีมมีสานึกร่วมกันว่า เรากาลังทาอะไร และจะทาอะไรต่อไป ทาอย่างไร ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่าของงานการเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกในลักษณะกลุ่ม หรือทีมงาน เป็นเป้าหมายสาคัญที่จะต้องทา ให้เกิดขึ้นเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์กันอย่างสม่าเสมอ ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ การเรียนรู้ชนิดนี้ เน้นการทา งานเพื่อก่อให้เกิด
3. Personal Mastery มุ่งสู่ความเป็นเลิศและรอบรู้ โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้ไปถึงเป้าหมายด้วยการสร้างวิสัยทัศน์ส่วนตน (Personal Vision) เมื่อลงมือกระทา และต้องมุ่งมั่นสร้างสรรค์จึงจาเป็นต้องมี แรงมุ่งมั่นใฝ่ดี (Creative Attention) มีการใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อคิดวิเคราะห์และตัดสินใจ (Commitment to the Truth) ที่ทาให้มีระบบการคิดตัดสินใจที่ดี รวมทั้งใช้การฝึกจิตใต้สานึกในการทางาน ทางานด้วยการดาเนินไปอย่างอัตโนมัติ การเรียนรู้ของบุคลากรจะเป็นจุดเริ่มต้น คนในองค์กรจะต้องให้ความสาคัญกับการเรียนรู้ ฝึกฝน ปฏิบัติ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต(Lifelong Learning) เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ
4. Mental Model มีรูปแบบวิธีการคิดและมุมมองที่เปิดกว้าง ผลลัพธ์ที่จะเกิดจากรูปแบบแนวคิดนี้จะออกมาในรูปของผลลัพธ์ 3 ลักษณะคือ
1) เจตคติ หมายถึง ท่าทีหรือความรู้สึกของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เหตุการณ์ หรือเรื่องราวใดๆ
2) ทัศนคติ หมายถึง แนวความคิดเห็น และ
3) กระบวนทัศน์ หมายถึง กรอบความคิด หรือแนวปฏิบัติที่เราปฏิบัติตามๆ กันไป จนกระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรในที่สุด
รูปแบบความคิด จึงเป็นแบบแผนทางความคิด ความเชื่อ ทัศนคติ จากการสั่งสมประสบการณ์กลายเป็นกรอบความคิดที่ทา ให้บุคคลนั้นๆ มีความสามารถในการทา ความเข้าใจ วินิจฉัย ตัดสิน
ใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐานของวุฒิภาวะ(Emotional Quotient, EQ)
5. System Thinking มีความคิดความเข้าใจเชิงระบบ ทุกคนต้องมีความสามารถในการเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบสาคัญของระบบ นอกจากมองภาพรวมแล้ว ต้องมองรายละเอียดของส่วนประกอบย่อยในภาพนั้นให้ออกด้วย หลักการข้อนี้สามารถแก้ไขปัญหาที่สลับซับซ้อนต่างๆ ภายในองค์กรได้ การคิดเชิงระบบเป็นการที่คนในองค์กรมีความสามารถที่จะเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ โดยมองเห็นภาพความสัมพันธ์กันเป็นระบบได้อย่างเข้าใจและมีเหตุมีผล เป็นลักษณะการมองภาพรวม หรือระบบใหญ่(Total System) ก่อนว่าจะมีเป้าหมายในการทา งานอย่างไร แล้วจึงสามารถมองเห็นระบบย่อย(Subsystem) ทา ให้สามารถนา ไปวางแผนและดา เนินการทา ส่วนย่อยๆ นั้นให้เสร็จทีละส่วน
6. Organization Transformation ระบบขององค์การต้องมีการวางรากฐานไว้เพื่อสร้างองค์การ
แห่งการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบที่สาคัญ ได้แก่ วิสัยทัศน์ (Vision) ซึ่งเป็นเสมือนเข็มทิศนาองค์การไปยังเป้าหมายที่พึงประสงค์ กลยุทธ์ (Strategy) เป็นวิธีการที่จะทาให้ไปถึงยังเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ โครงสร้างองค์การ (Structure)เป็นปัจจัยสนับสนุนให้มีการทาหน้าที่ในทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสม และที่สาคัญคือวัฒนธรรมองค์การ (Organization Culture)ซึ่งเป็นความเชื่อหรือค่านิยมของคนในองค์การที่ต้องเอื้อต่อการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ เช่น ค่านิยมการทางานเป็นทีมการบริหารจัดการตนเอง การมอบอานาจ กระจายอานาจ เป็นต้น
7. Knowledge Management ระบบย่อยด้านความรู้ของการเรียนรู้ขององค์การนี้ จะบริหารจัดการความรู้ต่าง ๆ ขององค์การ ซึ่งประกอบไปด้วย การแสวงหาความรู้ การสร้างความรู้ การเก็บรักษาความรู้ การวิเคราะห์และการทา Data Mining การถ่ายโอนและการเผยแพร่ความรู้ การนาไปประยุกต์ใช้และการทาให้ข้อมูลมีความเที่ยงตรง
8. Technology Application การมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยถือเป็นสิ่งอานวยความสะดวกที่ช่วยให้การสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยประเภทของเทคโนโลยีที่ช่วยในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้มี 2 ประเภทคือ เทคโนโลยีสาหรับการจัดการความรู้ (Manage Knowledge) คือการใช้เพื่อการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนความรู้แก่กัน ประเภทที่สองคือเทคโนโลยีที่ใช้ในการเพิ่มพูนความรู้ (Enhance Learning) คือการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในการสร้างการเรียนรู้แก่ผู้เรียนได้อย่างสะดวกมากขึ้น เช่น Computer-Based Training, E-Learning, Web-Based Learning
9. Learning Dynamic การเรียนรู้ถือเป็นระบบหลักที่เป็นแกนสาคัญของการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ซึ่งสามารถจาแนกการเรียนรู้ได้ 3 ระดับคือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์การ ซึ่งในแต่ละระดับของการเรียนรู้นั้นต้องเริ่มที่ทักษะของตัวบุคลากรแต่ละคนซึ่งต้องมี 5 ประการเพื่อสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ความคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking) แบบแผนความคิด (Mental Model) ความรอบรู้แห่งตน (Personal Mastery)การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) และการสนทนาสื่อสารกัน (Dialogue) โดยวิธีในการเรียนรู้ที่มีความสาคัญในการสร้างการเรียนรู้ในบริบทขององค์การแห่งการเรียนรู้มี 3 ประเภทคือการเรียนรู้เพื่อการปรับตัว (Adaptive Learning)คือการเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีตเพื่อการปรับปรุงในอนาคต การเรียนรู้โดยการกระทา (Action Learning) คือการเรียนรู้ที่นาเอาสถานการณ์หรือสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นฐานของการเรียนรู้ และสุดท้ายคือระบบการเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขององค์การ(Anticipatory Learning) คือการเรียนรู้ที่มุ่งสนองตอบความสาเร็จของเป้าหมายองค์การ เช่น วิสัยทัศน์ (Vision)
ในการขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้ไปสู่ความสาเร็จ บุคลากรทุกคนในองค์กรล้วนมีความสาคัญเท่าเทียมกัน ทั้งผู้นา (Leader) และ ทีมงาน (Team) นอกจากมีภาระงานตามขอบข่ายที่ตนเองรับผิดชอบแล้ว ต้องทางานสอดคล้องประสานกันอย่างลงตัว รวมทั้ง ต้องมีวิสัยทัศน์องค์กรร่วมกัน (Vision) มีปัญญารอบรู้ในภาระงาน (Intelligence) มีความสามารถในการปฏิบัติงาน (Competency) มีความจริงใจทั้งต่อคนและต่อองค์กร (Honesty) มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ (Integrity) มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ (Accountability) มีความเด็ดขาด แน่วแน่ (Dec
 ·  Translate
1
Add a comment...
Basic Information
Gender
Female