Profile

Cover photo
อานนท์ แก้วมั่น
Lived in อุบลราชธานี
122 followers|798,542 views
AboutPostsPhotosYouTube

Stream

 
การผลิตหนอนตายหยากอบแห้งและการทำความสะอาดก่อนจัดส่ง        สมัยก่อนที่ผมเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนี้ใหม่ๆ เพราะมีคนแถวบ้านที่เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายหายขาดสนิทชนิดไม่ลุกลามหรือกลับมาเป็นอีก ลุงแกนำเอาหนอนตายหยากมาดองกับเห...
2
Add a comment...
 
 สวัสดีครับ..เพื่อนๆกัลยาณมิตรทุกๆท่าน มีหลายท่านถามกันเข้ามามากว่ารายได้จากการจำหน่ายว่านขันหมากเศรษฐีผมนำไปทำประโยชน์อะไรแก่ สังคมส่วนรวม  ต่อชาติ ต่อศาสนาบ้างหรือเปล่า เรื่องนี้ผมสามารถตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยครับว่าผมทำเต็ม...
1
Add a comment...
 
   สวัสดีครับทุกๆท่าน..ปีนี้ ปลายเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2557 ลูกว่านขันหมากเศรษฐีเริ่มสุกให้เห็นแล้วนะครับ ที่ทางนี้สุกไวกว่าทุกปีอาจจะเนื่องมาจากฝนน้อย ตกทีทิ้งช่วงนานนับเดือนครับ หลายๆท่านที่สั่งจองกันเอาไว้ใจเย็นๆนะครับเพราะกว่...
2
Add a comment...
 
       สวัสดีครับ..บ้านสวนสวรส ฟาร์ม ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกันปลูกไผ่แก้จน เพื่อสร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวทุกๆท่าน..ซึ่งข้อดีของการปลูกไผ่หรือหน่อไม้มีมากมายนับไม่ถ้ว...
4
Aniruth Sroykaew's profile photoอานนท์ แก้วมั่น's profile photo
2 comments
 
ตงลืมแล้งครับ
 ·  Translate
Add a comment...
 
รีบด่วนนะครับสำหรับผู้ที่สนใจอยากหมดหนี้หมดสิน..ต้องการพื้นที่แค่ 1,000 ไร่เท่านั้นนะครับ ติดต่อ 090-9569093 , 089-6889946
 ·  Translate
โครงการปลูกหน่อไม้แก้จน โดย บ้านสวนสวรส ฟาร์ม ที่มาที่ไป            เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ค่าครองชีพที่สูง รายได้ไม่พอกับรายจ่าย สังคมขาดการแบ่งปัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เหมือนสมัยก่อน แต่ละค...
2
Add a comment...
Have him in circles
122 people
ภัทริกา ขยันกิจ's profile photo
วิชัย สามหมอ's profile photo
Goh Hock Sin's profile photo
Da ดาตานี's profile photo
Q-Biiz xc's profile photo
เขัมพร คนน้ารัก's profile photo
อภิสิทธิ์ บุญเสก's profile photo
pratin muaengpo's profile photo
thitikorn chanrond's profile photo
 
 สวนไผ่ " ร่วมใจ" แห่งนี้เกิดขึ้นจากความไม่เห็นด้วยของชาวบ้าน วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา บางคนก็พูดว่า ใครเขามาปลูกไผ่ขายกันเกิดมาไม่เคยเห็น ปลูกแล้วจะโตอยู่เร๊อะขนาดเอาไปฝังไว้ปลายนา2ปีมันยังไม่ขึ้นเลย ปลูกแล้วจะขายให้ใคร ...
1
Add a comment...
 
        สวัสดีครับทุกๆท่าน..เดือนตุลาคมนี้เป็นเดือนแห่งการสร้างบารมี เป็นเดือนแห่งบุญกุศลมากมายหลายอย่าง ผมจึงขอตอบแทนคุณลูกค้าทุกๆท่านที่ให้ความไว้วางใจว่านขันหมากเศรษฐี ของหมอพืชอานนท์คนนี้ครับ...เดือนนี้เป็นเดือนแห่งคุณงาม...
1
Add a comment...
 
สอบถามได้นะครับ
 ·  Translate
      หลังจากมีผู้สนใจตลอดทั้งคนไข้หลายร้อยท่านนำต้นว่านขันหมากเศรษฐีไปต้มทาน แล้วโทรมาแจ้งผลการทานได้ผลเป็นที่น่าพอใจอย่างมากครับ ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพร่างกายตลอดทั้งบรรเทารักษาโรคเรื้อรังต่างๆ เคสที่เห็นผลมากๆก็มี เคสมะเร็ง ( ...
2
Add a comment...
 
ด่วนนะครับ..ต้องการพื้นที่ปลูกเพียง 1,000 ไร่เท่านั้น..รายได้เฉลี่ย 1 ไร่ 1 แสนต่อปี ถ้าปลูกกันคนละ 5 ไร่ก็รับกันย่อยๆปีละ 500,000 บาทครับ...ไม่ยากอย่างที่คิดไว้เลยใช่ใหมครับ
2
Add a comment...
People
Have him in circles
122 people
ภัทริกา ขยันกิจ's profile photo
วิชัย สามหมอ's profile photo
Goh Hock Sin's profile photo
Da ดาตานี's profile photo
Q-Biiz xc's profile photo
เขัมพร คนน้ารัก's profile photo
อภิสิทธิ์ บุญเสก's profile photo
pratin muaengpo's profile photo
thitikorn chanrond's profile photo
Work
Occupation
ธุรกิจส่วนตัว...
Skills
การเกษตรเกือบทุกชนิด,การวางแผน,การตลาด,
Basic Information
Gender
Male
Story
Tagline
คนเราเลือกเกิดไม่ได้...แต่เลือกที่จะเป็นได้
Introduction

ผม นายอานนท์  แก้วมั่น บ้านเกิดเมืองนอนอยู่ที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ผมเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ต้องดิ้นรนต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด ขนาดที่ว่าต้องหาเห็ด หากบเขียด ไปแลกเสื้อผ้าและข้าวสาร ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ขยันกันนะครับ แต่พวกเราเป็นครอบครัวใหญ่ มีที่นาแค่ 10ไร่ ต้องเลี้ยงกัน 12 ชีวิต นาที่ทำก็ไม่ค่อยได้ผลผลิตเท่าที่ควร ชีวิตผมเองต้องดิ้นรนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก อยู่อนุบาลก็เข้าป่าเก็บเห็ดเป็นแล้ว พออยู่ ป.1 ก็เริ่มรับจ้างตักน้ำใส่โอ่งพอได้ตังค์กับเขาบ้าง สมัยเด็กๆถ้าหน้าทำนาต้องดำนาก่อน 1งานถึงจะไปโรงเรียนได้ หน้าเกี่ยวข้าวก็ต้องเกี่ยวเสร็จ 1งานถึงจะได้ไปโรงเรียน หน้าแล้งแม่จะพาปลูกผักสวนครัวทุกชนิดไว้กิน ไว้ขาย ต้องตักน้ำรดให้เสร็จก่อนไปโรงเรียน ผมต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 ทุกวัน มาอ่านหนังสือ 30 นาที แล้วรีบกุลีกุจอไปนึ่งข้าวเหนียวไว้ให้ยายใส่บาตรตอนเช้า เสร็จแล้วจึงทำงานอย่างอื่นให้เสร็จถึงจะได้ไปโรงเรียนกับเพื่อนเขา ชีวิตผมแทบไม่ได้วิ่งเล่นอย่างคนอื่นๆ จนผมอดคิดไม่ได้ว่า “ ยังมีคนที่จนและต้องดิ้นรนกว่าผมอีกไหม “ เพราะมันลำบากเหลือเกิน ชีวิตผมไม่เคยได้ตังค์ไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนๆจนจบม.3 เพราะบ้านอยู่ติดโรงเรียน ข้าวเที่ยงเดินกลับมากินที่บ้าน มีอยู่ครั้งหนึ่งผมอยู่ป.1เห็นเพื่อนเขาซื้อขนม ซื้อไอติม มากิน ผมอยากกินอย่างเพื่อนๆเขาแต่ไม่มีตังค์ กลับบ้านวันนั้นผมแอบขโมยตังค์น้ามาได้ 5 บาท ผมเอามาซื้อลูกอมกิน มันอร่อยอย่างไม่เคยมีในชีวิตมาก่อน ผมแอบขโมยรวมกันทั้งหมด 17 บาท ก็โดนยายจับได้ โดนเฆี่ยนจนหลังลาย ยายบอกเงินทองมันหายาก กว่าจะได้มาแต่ละบาท ต้องเหงื่อตก ยางออกถึงจะได้ นับแต่วันนั้นมาผมเลิกนิสัยการขโมยจนถึงทุกวันนี้ ที่บ้านจะไม่ค่อยบอกสอนกัน ยายบอกว่าอะไรที่ดีก็จงทำแต่สิ่งนั้น และทำให้ดู " ค่าของคน อยู่ที่การกระทำ..ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว " ทุกคนพาทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงชีพ ยายพาเดินไปเก็บเห็ด เก็บหน่อไม้ หากบ หาเขียด เดินกันเป็น 10 กิโลตั้งแต่ผมจำความได้ ผมมีโอกาสซื้อชุดนักเรียนเป็นของตัวเองชุดแรกตอนอยู่ม.3 ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง หลังจากใส่ชุดที่โรงเรียนแจกให้ตั้งแต่อนุบาลเป็นต้นมา สิ่งที่ผมติดตาและติดตัวมาจนถึงเดี๋ยวนี้คือ” การลงมือทำเท่านั้น  ผมถึงจะได้ผลลัพธ์ที่อยากได้ “ ผมจบม.3ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.36 อันดับ 2 ของรุ่น ผมชนะเลิศประกวดวิทยาศาสตร์ทุกปีตั้งแต่ป.4 จนถึงม.3

                หลังจบม.ต้นจึงมาเรียนต่อม.ปลายที่อำเภอ เดินไป-กลับ 4.5กิโล ช่วงนี้ชีวิตผมดีขึ้น ผมได้ทุนเรียนจนจบม.ปลาย แต่สิ่งที่ผมภูมิใจในตัวเองมากที่สุดผมได้เป็นผู้นำคนตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน ทั้งประธานนักเรียน ประธานสี กรรมการต่างๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมชอบ การที่ผมได้ทำอะไรเพื่อส่วนรวม การได้เห็นทุกคนยิ้ม ทุกคนมีความสุข ถึงจะมีแรงเสียดทานอยู่บ้างแต่ผมก็มีความสุข เพราะผมเชื่อว่า “ ผมไม่สามารถทำให้คนทุกคนชอบได้ เพราะคนเราต่างจิตต่างใจ แต่ถ้าคนส่วนรวมเขาว่าดี มีประโยชน์ ผมพร้อมจะทำ “ แต่ยิ่งกว่านั้นอีกผมได้รับคัดเลือกจากนักเรียน 600กว่าๆเป็นลูกกตัญญูดีเด่นทุกๆปีตลอด 3 ปีในม.ปลาย เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมทำให้แม่ภูมิใจนอกจากการเรียน การช่วยเหลือผู้คน มันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แม่และยายบ่ม เพาะ ไว้ในตัวผมตลอดมา

หลังจบมีคนฝากงานให้ผมทำ แต่ผมก็ทำได้ไม่กี่เดือน ไม่ใช่ว่าผมขี้เกียจนะครับ แต่ในใจของผมคืองานที่ผมทำผมต้องหาได้เอง ผมดิ้นรนเข้ากรุงเทพฯด้วยเงินทั้งบ้านที่มีอยู่ 600บาท ผมสมัครงานและผ่านการสอบสัมภาษณ์1ใน15คนจากคนสมัครงาน150คน งานที่ผมทำไม่ใช่ว่าดีนะครับเป็นงานในโรงงานย้อมผ้า ผมต้องทนอยู่กับสารเคมี ทุกวัน ๆ ผมเริ่มทำงานหนัก ทำโอทีวันละ 16 ชม. เพื่อส่งเงินให้ทางบ้าน ผมเริ่มคิดว่าศักยภาพในตัวผมน่าจะมีมากกว่านี้ ผมเริ่มไต่เต้าจากพนักงานย้อม ขึ้นมาเป็นเตรียมผ้า จนถึงเสมียน ผมอยู่ที่นี่ 6ปีกว่าๆ และในที่นี่ผมได้รู้จักงานเครือข่ายเป็นครั้งแรกคือ แอมเวย์ ผมเริ่มศึกษาและเข้าอบรมอยู่ตลอดเวลา จนแอมเวย์กระชากยักษ์แห่งความทะเยอทะยานที่หลับใหลในตัวผมให้ตื่นขึ้นผมมีรายได้จากการสาธิตยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เดือนหนึ่งสองหมื่นกว่าบาท ในที่สุดผมตัดสินใจลาออกจากงาน พร้อมกับประกาศให้ทุกคนทราบว่า”นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมจะไม่เป็นลูกจ้างใคร ผมต้องรวยด้วยตัวของผมเอง” ผมออกมาทำแอมเวย์ได้เพียง 3 เดือนแค่นั้น จุดหักเหของชีวิตก็เกิดขึ้นอีก ทุกอย่างมันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด รายได้ของผมตกต่ำ เพราะออกมาแล้วไม่รู้จักใคร ชีวิตช่วงนั้นท้อแท้อย่างหนัก คิดอะไรก็ไม่ออก เงินในกระเป๋าก็ไม่มี ความคิดหนึ่งเกิดขึ้นคืออยากฆ่าตัวตาย แต่พอคิดมาคิดไป ตายแล้วได้อะไร เรายังทดแทนพระคุณแม่ พ่อ และยาย ยังไม่หมด เลยคิดอยากบวช รีบลงมาบ้านมาบวชที่วัดป่าปุญญวาส นึกว่าชีวิตพระจะสบายๆเหมือนที่เห็น แต่ที่นั่นผมตื่นนอนตี 1 ลุกมาเดินจงกรม นั่งสมาธิ กลางคืนนอน 4ทุ่มครึ่ง กลางวันก็ปฏิบัติอีก ไม่สบายอย่างที่คนภายนอกเขาเข้าใจ หลายคนบอกว่า ใครอยากสบายให้ไปบวช ฉันเช้าแล้วเอน ฉันเพลแล้วนอน ค่ำมาพักผ่อน ดูโทรทัศน์ ดึกๆฟัดมาม่า ที่จริงแล้วพระที่ดีๆก็มีถมไปและสำหรับผมชีวิตทรหดแบบนั้นมันธรรมดา ทำให้ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมมีความสุขที่สุด ผมบวชอยู่ 2 พรรษา ก่อนสึกผมมีโอกาสธุดงค์ไปกราบองค์พระธาตุพนม ที่จังหวัดนครพนม แรกๆมีไปด้วยกัน 5 รูปเดินไป พอเข้าวันที่ 3 พระรูปอื่นๆขอนั่งรถไปแทน ทุกรูปบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ไหว เจ็บเท้า เพราะต้องเดินเท้าเปล่า ตัวผมเองก็ถูกหว่านล้อมให้ขึ้นรถไปด้วยกัน แต่ผมเป็นคนที่ตัดสินใจทำอะไรแล้ว ผมต้องทำให้สำเร็จ จะไม่ถอยหลังกลับเป็นอันขาด หลังจากแยกทางกันไป ผมต้องเดินคนเดียว นอนคนเดียว กลัวผีก็กลัว เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว บางคืนล้มป่วยเดินไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อยและท้อ ผมจะมองที่เป้าหมายที่ผมจะไปให้ถึงคือพระธาตุพนม ผมเชื่อเสมอว่า “ ทุกความพยายามอาจจะไม่ก่อให้เกิดความสำเร็จ แต่ทุกๆความสำเร็จล้วนเกิดจากความพยายาม “ทำให้ผมมีแรงเดินทั้งกลางวัน และกลางคืน ผมใช้เวลาเดินทั้งสิ้น 7 วันกับอีก 6 คืน ก็ถึงจุดหมายดังที่ผมตั้งใจ ผมมีความสุขมาก ด้วยระยะทางจากสิรินธรไปถึงนครพนมร่วม 350 กิโลเมตร ครูบาอาจารย์องค์อื่นๆท่านต้องใช้เวลา 14-20 วัน จึงไปถึง แต่ด้วยความพยายามผมลุถึงเป้าหมายเร็วกว่าที่คิด

หลังจากสึกมาผมก็เริ่มทำงานที่ผมถนัดคือ งานเครือข่าย งานขาย เพราะผมรู้ดีว่าคนที่มีตังค์ต้องผ่านงานขายมาทั้งนั้น โดยเฉพาะงานที่จะช่วยผ่อนแรงเราได้คืองานเครือข่ายขายตรง เพราะคนเรามีเวลาแค่ 24 ชม.เท่ากันแต่ข้อจำกัดคือเราไม่สามารถทำงานตลอดเวลาได้ แต่งานเครือข่ายอาศัยแค่คนละ 1ชม.ถ้ามี 100 คนเราสามารถทำงานได้วันละตั้ง100ชม.ได้เวลาทำงานเยอะกว่าทั่วไปอีก แต่ด้วยเหตุที่ผมทุนน้อย ผมมีแค่หลักร้อย หลักพัน ผมก็ได้แต่ใช้ความขยัน ความมานะ บากบั่น แต่พอทำไปสักพัก บริษัทก็ปิดตัวลง ผ่านมา 3 ปี ผมผ่านมาเกือบ 10 บริษัท จนผมเองเริ่มคิดว่างานเครือข่ายขายตรง ใช่หรือเปล่า ใช่งานที่จะนำพาผมสู่ความสำเร็จหรือไม่...   หลังจากทบทวนชีวิตอยู่หลายวันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา " ความสำเร็จในชีวิตที่ตนโหยหามันคืออะไร " มันใช่สิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขกาย สุขใจ ไม่ผิดต่อผู้อื่น ต่อสังคมใช่ไหม...เรายิ้มได้เมื่อเห็นคนรอบข้าง ญาติพี่น้อง เพื่อนผอง มีความสุขแล้วเราจะไปหาความสุขที่ไหนอีก...คิดได้แบบนี้ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนเลย...ที่เคยแบกโลกทั้งโลกไว้ พอวางลงเท่านั้นละเบาสบายจริงๆ...นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ผมได้นำประสบการณ์ วิชาความรู้ มาช่วยเหลือตัวเอง ญาติพี่น้อง สังคมรอบข้าง...โดยเฉพาะด้านการเกษตร ทั้งเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชสวน พืชไร่ พืชเศรษฐกิจ สมุนไพร จนได้รับฉายาติดปากชาวบ้านว่า " หมอพืชอานนท์ " นี่คือจุดกำเนิดของผม
Bragging rights
ความจนไม่ใช่กรรมพันธุ์...คิดเอาว่าจะเอาแบบไหน
Places
Map of the places this user has livedMap of the places this user has livedMap of the places this user has lived
Previously
อุบลราชธานี