Profile

Cover photo
ใบบัว วงษ์โสภา
Works at โรงเรียนบ้านเชียงเครือคำสร้างบ่อ
Attends Ubon Ratchathani University
13 followers|24,700 views
AboutPostsPhotosVideos

Stream

 
 
เขียวหวานปลากับมะเขือยาว มันช่างเข้ากันได้แบบลงตัว
แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาอินทรีย์
ส่วนประกอบพริกแกงเขียวหวาน
ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนคาว
ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา
พริกไทยขาว 5 เม็ด
พริกขี้หนูสวนสีเขียว 30-50 เม็ด
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนชา
ตะไคร้ซอย 1 ช้อนคาว
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/2 ช้อนชา
รากผักชีหั่น 1 ช้อนชา
กระเทียม 9 กลีบ
หอมแดงซอย 3 หัว
กะปิ 1 ช้อนชา
วิธีทำน้ำพริกแกง
โขลกลูกผักชี, ยี่หร่า, และพริกไทยเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยพักไว้
โขลกพริกขี้หนูสีเขียวกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด
ใส่ข่าหั่น, ตะไคร้ซอย, ผิวมะกรูดหั่น, รากผักชี หั่น แล้วโขลกรวมกันให้ละเอียด
ใส่กระเทียมสับ, หอมแดงซอย โขลกรวมกันให้ละเอียด
ใส่เครื่องเทศที่โขลกไว้ และกะปิ โขลกให้เข้ากันดี ตัดใส่ถ้วยพักไว้
ส่วนประกอบอื่น ๆ
เนื้อปลาอินทรีย์ หรือ เนื้อปลารายบดละเอียด 200 กรัม
มะเขือยาว หรือ มะเขือพวง, มะเขือเปราะ 300 กรัม
หัวกะทิ (250 มล.) 1 ถ้วยตวง
หางกะทิ (250 มล.) 1 ถ้วยตวง
น้ำปลา 1-2 ช้อนคาว
น้ำตาลปีบ 1 ช้อนคาว
น้ำมันพืช 1 ช้อนคาว
ใบมะกรูดฉีก 2-3 ใบ
กระชายซอยเป็นเส้น 100 กรัม
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 2 เม็ด
ใบโหระพา - มากน้อยตามชอบ
หมายเหตุ - บ่งบ๊งเลือกใช้เนื้อปลาอินทรีย์ ปลาทะเลที่กลิ่นคาวไม่แรง
ถ้าเป็นเนื้อปลากราย บ่งบ๊งรู้สึกว่ามีกลิ่นคาวแรง
คุณสมบัติของเนื้อปลาอินทรีย์บดสับจะมีความยืดหยุ่น เวลารับประทาน
จะรู้สึกได้ถึงเนื้อสัมผัส เนื้อปลาจะยวบ ๆ ความเหนียวอธิบายไม่ถูก
แต่อร่อยมาก ๆ
สิ่งที่ต้องเตรียม
เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟ พอน้ำเดือด ปั้นเนื้อปลาอินทรีย์บดให้เป็นก้อนกลม ๆ
นำลงต้ม พอเนื้อปลาลอยขึ้นมาให้เอากระชอนช้อนขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ
นำส่วนผสมน้ำพริกแกงใส่ในครก โขลกเครื่องแกงให้ละเอียด พักไว้
มะเขือ – ล้างทำความสะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้น แล้วล้างผ่านน้ำอีกรอบเพื่อชะล้างยางออก ทำให้สีไม่หมอง
ใบโหระพา – ล้างทำความสะอาด แล้วเด็ดเป็นใบ ๆ พักไว้
พริกชี้ฟ้าแดง / เหลือง – ล้างทำความสะอาดแล้วหั่นแฉลบ ๆ พักไว้
วิธีทำ
ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำพริกแกงผัดกับน้ำมันให้หอม
ใส่หัวกะทิลงผัดให้แตกมัน
ใส่ลูกชิ้นปลาที่พักไว้ลงผัดให้พอสุก เติมหางกะทิแล้วรอให้เดือด
ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำตาลปีบ, ใส่มะเขือต้มต่อสักครู่จนมะเขือสุกดี
ก่อนดับไฟฉีกใบมะกรูดใส่ไป ใส่พริกชี้ฟ้า
ใส่ใบโหระพา ต้องใส่ตอนที่แกงยังร้อนและเดือด
ถ้าใส่ไปตอนปิดไฟแล้วจะทำให้ผักสีหมองคล้ำ ไม่สวย
ใส่ใบโหระพาแล้วคนผสมน้ำแกงให้เข้ากันดี แล้วดับไฟ
มะเขือยาวหน้าตาหมองคล้ำไปหน่อย เนื่องด้วยบ่งบ๊งหลงลืมคะ
ตอนหั่นแล้วหลงลืมการล้างผ่านน้ำเพื่อล้างยางมะเขือออกให้หมด
มะเขือทุกชนิดที่หั่นแล้วและล้างผ่านน้ำ เมื่อใส่ลงต้มแล้วสีผิวจะสวย
ได้มะเขือสีเขียว ผิวไม่ดำและหมองคล้ำ แต่น้ำแกงต้องเดือดด้วยนะคะ
บ่งบ๊งชอบทำแกงทรงเครื่องแบบนี้กับกระทะใบใหญ่
จากนั้นก็ผ่องถ่ายใส่หม้อใบใหม่ เพื่อความสวยงาม
เครื่องแกงหม้อนี้บ่งบ๊งมีตัวช่วย "คนอร์สูตรสำเร็จแกงเขียวหวาน"
เพื่อน ๆ ชิมแล้วยกให้สองนิ้วโป้งมือ แถมด้วยสองนิ้วโป้งเท้าด้วย
เพื่อนบอกว่าแกงหอมเครื่องเทศมาก รสชาติกลมกล่อม ฝุด ๆ
ใส่หม้อสวย เตรียมยกไปงานเลี้ยงบ้านคุณเพื่อน
ตักแกงใส่ชาม พร้อมเสริฟ
เมื่อใดที่มีแกงเขียวหวาน สิ่งที่จะขาดไม่ได้ในสำรับ ขนมจีน นั่นเอง
เป็นอย่างไรบ้างคะ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาอินทรีย์ของบ่งบ๊ง
หน้าตาดูดี น่ารัปประทานไม๊คะน้องพี่ชาวก้นครัว มีหาเสียงด้วย อิอิ
เที่ยงนี้รับประทานแกงเขียวหวานกันนะคะ
อมยิ้ม17 ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมกระทู้บ่งบ๊งนะคะ
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
 
                                                  ไข่ม้วน
ส่วนผสม
           
           ไข่ไก่ 3 ฟอง

           ซีอิ๊วขาว หรือโชยุ 1 ช้อนชา

           พริกไทยป่นเล็กน้อย

           น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

           น้ำมันมะกอก (สำหรับทากระทะ)

 วิธีทำ
           
           1. ตอกไข่ ใส่ซีอิ๊วขาว พริกไทย และน้ำผึ้ง ตีผสมให้เข้ากัน (อย่าตีแรงมากเพราะจะทำให้เป็นฟอง)
           
           2. ตั้งกระทะพอร้อน ใช้ไฟอ่อน และทาน้ำมันบาง ๆ (ใช้กระทะสำหรับทำไข่หวาน เป็นกระทะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถ้าไม่มีใช้กระทะเทฟลอนแบบกลมก็ได้) 
           
           3. เทไข่ใส่ประมาณ 1 กระบวย แล้วเอียงกระทะให้ไข่แผ่ทั่วกระทะ พอไข่เริ่มสุกให้ค่อย ๆ พับ โดยไข่ชั้นแรกให้พักไว้มุมกระทะ (ตามรูป) ทาน้ำมันบาง ๆ และเทไข่ชั้นที่ 2 และเริ่มม้วนจากไข่ที่เราม้วนไว้แล้วชั้นแรก ทำไปเรื่อย ๆ จะได้ประมาณ 4-5 ชั้น หากต้องการสีเหลืองเกรียมเล็กน้อย ให้ย่างในกระทะต่อสักพัก ตักขึ้นพร้อมรับประทานค่ะ
           
          หมายเหตุ : ตอนทำแรก ๆ จะขาดบ้างเป็นเรื่องปกติ ต้องอาศัยความชำนาญสักหน่อยค่ะ และตอนม้วนแต่ละชั้นไม่ต้องให้ไข่สุกมาก สังเกตุพอยังมีน้ำไข่อยู่ให้ม้วนเลย เพราะจะทำให้ไข่ติดกัน ไม่แยกชั้น (พอดีทำไปถ่ายรูปไปจะสังเกตุเห็นไข่มีแยกชั้นบ้างค่ะ)
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
 
                                             ปูจ๋า
เนื้อปู 2 ขีด
กระดองปู
กุ้งสด 1 ขีด
เนื้อหมู 2 ขีด
ไข่ไก่
รากผักชี 3-4 ราก
กระเทียม 4-5 กลีบ
พริกไทย ครึ่งช้อนโต๊ะ
ผงรสดี 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนครึ่ง (ช้อนชา ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา

วิธีการทำ

1. ตำพริกไทยกระเทียมและรากผักชีเอาไว้ก่อน

2. ครกที่ใช้ตำพริกไทยไม่ต้องล้างออก เอากุ้งครึ่งนึงลงไปตำให้เหนียว เพราะต้องการให้เนื้อกุ้งเป็นตัวสมานกับเนื้อหมูและเนื้อปู ตะโกไม่ใช้แป้งเพื่อทำให้เหนียวนะครับ

3. นำเนื้อหมู และรากผักชีกระเทียมพริกไทยที่ตำไว้แล้ว ใส่ลงไปในครก

4. ใส่เครื่องปรุงลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

5. นำปูที่เป็นเศษแหลกเล็ก ๆ ลงไปคลุก พร้อมกุ้งหั่นครึ่งนึงที่เหลืออยู่ ส่วนปูชิ้นใหญ่ ๆ เราเก็บไว้ฝังในเนื้อทีหลัง

6. ค่อย ๆ ผสมด้วยทัพพี จนเนื้อเข้ากันดี

7. ตักใส่ลงในกระดอง แบบอวบอูม เนื้อปูเป็นเส้น จนครบทั้งสี่กระดอง

8. เนื้อปูก้อนใหญ่ ๆ ที่แบ่งไว้ส่วนหนึ่ง นำไปฝังไว้ในเนื้อที่ใส่กระดองไว้แล้ว

9. จากนั้นนำไปนึ่ง ไม่นานก็สุกออกมาสวย ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนะครับ

10. นำไข่ไก่มาแยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกัน

11. นำไข่แดงไปราดเนื้อปูจ๋า 2 กระดอง

12. อีก 2 กระดองที่เหลือราดด้วยไข่ขาว

13. แล้วนำลงทอดในกระทะด้วยไฟอ่อนกลาง จนเหลืองน่ารับประทาน ก็จะได้ปูจ๋าสูตรเด็ดแล้วล่ะ

14. รสชาติของ ปูจ๋า หอมพริกไทย รากผักชี มีรสสัมผัสของกุ้ง ปู และเนื้อหมู เมื่อทานคู่กับน้ำจิ้มหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ เผ็ดหน่อย ๆ ผสมกับแตงกวากรอบ ๆ ตัดรสเลี่ยน อร่อยมากมายเลยครับ

เราเพิ่มให้อีกนิดว่า ถ้าใครอยากลองเปลี่ยนรสชาติน้ำจิ้มแบบเดิม ๆ ลองรับประทานปูจ๋ากับน้ำจิ้มบ๊วยดูก็ได้ รับรองว่าอร่อยเด็ดไม่แพ้ใครเลยนะจะบอกให้ ...อูยย! หิวจนน้ำลายสอกันแล้วใช่ไหมล่ะ คงต้องรีบไปเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วลงมือทำกันเลยดีกว่า
 ·  Translate
1
Add a comment...
1
Add a comment...
 
 
   ,,,,, เมนูวันนี้ หอยลายผัดน้ำพริกเผา
,,,เครื่องปรุง
* 1 หอยลาย 1 กิโลกรัม
* 2 ใบโหระพา
* 3 กระเทียม
* 4 พริกขี้หนู
* 5 พริกชี้ฟ้าแดงไสลด์เป็นเส้นๆ
* 6 น้ำพริกเผา
* 7 ซอสหอยนางรม ซีอิ้วขาวเห็ดหอม รสดี พริกไทย น้ำตาล
,,, วิธีทำ
1. นำหอยมาล้างน้ำ แล้วนำหอยลายไปนึ่่งประมาณ 5 นาที ให้พอสุก แล้วเด็ดฝาออกให้เหลือแค่ข้างเดียว
2. เตรียมใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง และเครื่องปรุง (นำซีอิ้วขาวเห็ดหอม ซอสหอยนางรม รสดี พริกไทย น้ำตาลเล็กน้อย มาผสมกัน แล้วเติมน้ำนิดหน่อย ผสมให้เข้ากัน)
3. ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำพริก กระเทียม ลงไปผัดจนหอม
4. ใส่น้ำพริกเผาตามลงไป ผัดต่อจนมีกลิ่นหอม
5. ใส่เครื่องปรุงรส
6. ใส่หอยลายลงไป ผัดให้เข้ากัน
7. ปิดท้ายด้วยใบโหระพา และพริกชี้ฟ้าแดง ผัดให้เข้ากันปิดไฟ ตักเสริฟนะครับผม
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
 
                                        ขนมปังเปีย
ส่วนผสม

1. แป้งขนมปัง 500 กรัม
2. ยีส 12 กรัม
3. น้ำ 185 กรัม
4. เกลือ 1/2 ชต.
5. น้ำตาล 5 กรัม
6. นมถั่วเหลืองเจ 185 กรัม
7. มาการีน 60 กรัม
8. ไอซิ่ง 50 กรัม
9. ถั่วต่างๆ 200 กรัม 
(อัลม่อน อัลมอนด์สไลด์ อัลมอนด์แท่งๆ มอลนัท เม็ดฟักทอง เม็ดมะม่วง พิตาชิโอ้)

วิธีทำ

1. อุ่นเตาที่ 175 องศาเซลเซียส
2. ใส่ยีสลงในชามผสมที่ใหญ่กว่าส่วนผสมทั้งหมดรวมกันประมาณ 3 เท่า
3. อุ่นน้ำและนมถั่วเหลืองเจให้มีอุณหภูมิประมาณ 37 องศา
4. ใส่น้ำและนมถั่วเหลืองลงในยีส คนให้เข้ากัน
5. ใส่เกลือ น้ำตาล แป้ง คนให้เข้ากัน
6. ใส่เนยมาการีนอันดับสุดท้าย คนให้เข้ากันก่อนที่จะคลุมด้วยผ้าหรือแรป ทิ้งไว้จนขึ้นฟู 30-40 นาที
7. นำออกมานวดนิดหน่อยให้อากาศออก ไล่อากาศ
8. ขึ้นรูปตามต้องการ ถ้าถักเปียแบ่งแป้งเป็น 2 ส่วน (1 ส่วนจะได้ขนมปังถักเปีย 1 ชิ้น)
9. นำแป้ง 1 ส่วนที่แบ่งออกมา แบ่งอีกเป็น 3 ส่วนและคลึงก้อนแป้งให้ยาวประมาณ 1 ไม้บรรทัด และเริ่มถักเปีย ทำซ้ำอย่างนี้ทั้ง 2 ก้อนแป้ง
10. พักทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที (ใช้ผ้าคลุม)
11. นำเข้าเตาอบ 175 องศา ประมาณ 25-35 นาที แล้วแต่ขนาดของขนมปัง
12. เมื่อสุกผิวหน้าเหลืองทอง นำออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงจนเย็น
13. โรยหน้าด้วยถั่วต่างๆ และไอซิ่งที่ผสมน้ำให้เหนียวพอที่จะราดหน้าขนมปังได้เป็นเส้นๆ
14. เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท ขนมปังจะไม่แข็งเวลานำมารับประทาน
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
 
เป็นบทเพลงที่ส่งทุกท่านเข้านอนครับอากาศเย็นแล้วน๊ะ ดูแลตัวเองด้วย ขอไห้ทุกท่านนอนหลับฝันดี คุณพระคุ้มครอง ฝันร้ายไห้เป็นดี ฝันดีก็ขอไห้เป็นความเป็นจริง โดยเร็วเทอญ  ราตรีสวัสดิ์ครับวันพรุ่งนี้คุยกันไหม่ครับ
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
น่าทาน
 ·  Translate
 
ปลาเก๋าลวกจิ้ม สูตรทำง่ายใน 15 นาที

          ใครชอบกินเมนูปลาลวกจิ้มมาทางนี้เลยจ้า กระปุกดอทคอมหยิบยกสูตรปลาเก๋าลวกจิ้มจาก คุณ Fearbong สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาฝาก ซึ่งสูตรนี้มีทีเด็ดที่วิธีทำแสนจะง่าย ใช้เวลาทำเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้นเองนะจ๊ะ เหมาะกับคนที่อยากทำอาหารง่าย ๆ กินเองแต่ไม่ค่อยจะมีเวลานัก แบบนี้ต้องจัดไปเลยค่า

ส่วนผสม
           
          เนื้อปลาเก๋า

          น้ำสำหรับลวกปลา

          เกลือป่น เล็กน้อย

          ขึ้นช่าย หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

          กระเทียม โขลกพอหยาบ

          น้ำมันพืชสำหรับเจียวกระเทียม

          พริก

          กระเทียม

          หอมแดง

          เต้าเจี้ยว

          น้ำมะนาว

          น้ำตาล

วิธีทำ

         หั่นเนื้อปลาเก๋าเป็นชิ้น ๆ

           ต้มน้ำให้เดือด เติมเกลือลงไปเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้ปลาเหม็นคาว) จากนั้นนำปลาเก๋าลงไปลวกในน้ำเดือดพอสุก

         ตักเนื้อปลาขึ้นสะเด็ดน้ำ
      ตักเนื้อปลาใส่จาน เตรียมไว้

  นำกระเทียมที่โขลกไว้ไปเจียวกับน้ำมันจนเหลืองกรอบ



          นำกระเทียมเจียวและขึ้นช่ายไปโรยลงบนเนื้อปลาเก๋าลวกที่เตรียมไว้



          สับพริก กระเทียม และหอมแดงที่ล้างสะอาดแล้วพอหยาบ ใส่ถ้วย

          เติมเต้าเจี้ยวลงไป ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว และน้ำตาลทราย

          คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ แต่งด้วยใบขึ้นฉ่ายเล็กน้อย เสิร์ฟพร้อมปลาเก๋าลวกจิ้มที่เตรียมไว้

        โอ้ล่ะพ่อ ! ปลาเก๋าลวกจิ้ม แค่เห็นภาพก็น้ำลายไหลพรวด ๆ ใครจะไปรู้ว่าทำง่าย ๆ ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง หิวเลยสิคะแบบนี้
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
 
       ELA CHEGARÁ !    ♥   ESPERE PARA VER ...!                                   SHE COME! ♥ WAIT TO SEE ...!
A Primavera chegará, mesmo que ninguém mais saiba seu Nome, nem
acredite no Calendário, nem possua Jardim para recebê-la.

Cecília Meireles
 ·  Translate
1
Add a comment...
Education
  • Ubon Ratchathani University
    ครู, 2000 - present
Work
Employment
  • โรงเรียนบ้านเชียงเครือคำสร้างบ่อ
    ครู, 2000 - present
Basic Information
Gender
Female