Profile

Cover photo
การิน ปริศนาคดีอาถรรพ์
17 followers|10,642 views
AboutPostsPhotosVideos

Stream

 
หรือพวกแกไม่ตาย
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
หลงใหลความมืดนี้เข้าไป ถึงวันนั้นเมื่อไร ฉันจะกลืนกินพวกแก หึๆๆ 
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
คุ้นกันนักสิน่ะ เลข 13 เนี่ย หึหึหึ
ความเชื่อที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่า "วันศุกร์ที่ 13 " เป็นวันแห่งอาถรรพ์ ใครจะทำกิจการใด ๆ ลงทุนพบปะเจรจาสิ่งใด ก็มักจะเกิดเรื่องร้าย ๆ ตลอด...

           เฉกเช่นวันนี้ วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังวลของหลายฝ่าย ว่าการแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 68 หรือไม่ ทั้งนี้ถือว่า... เรื่องดังกล่าวจะเป็น "การชี้ชะตาประเทศไทย" เลยทีเดียว ทำให้หลายคนที่เชื่ออาถรรพ์ ศุกร์ 13 จึงพากันเกรงกลัวว่า การตัดสินคดียิ่งใหญ่ในวันอาถรรพ์เช่นนี้ อาจจะนำพาความหายนะมาให้กับประเทศก็เป็นได้...

          ส่วนความเป็นมาของคำว่า "อาถรรพ์ ศุกร์ 13" นั้น เป็นความเชื่อมาจากฝรั่ง โดยเฉพาะชาวคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ที่เห็นว่า เลข 13 เป็นเลขแห่งความโชคร้าย ถึงจะลงมือทำการสิ่งใดก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากวันดังกล่าว เป็นวันที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน หลังจากที่รับประทานอาหารมื้อสุดท้ายร่วมกับสาวกทั้ง 12 คน

          ศุกร์ 13 จะเป็นอาถรรพ์หรือเปล่าไม่รู้ แต่ฝรั่งต่างเชื่อเรื่องนี้อย่างมาก บางคนก็จิตตกวิกลจริต หวาดผวาจนขึ้นสมอง กลายเป็น "โรคกลัววันศุกร์ที่ 13" หรือโรคที่มีชื่อเรียกยาว ๆ ว่า "พาราสเคฟดิคาเทรียโฟเบีย" (paraskevidekatriaphobia) หรือโรค "ฟริกกาทริสไคเดคาโฟเบีย" (friggatriskaidekaphobia)
 ·  Translate
2
1
มานพ กุ่มพรม's profile photo
Add a comment...
 
ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ มันก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น เห็นแก่ตัวแต่เกรงกลัวบาปและถามหน่อยชีวิตที่ไม่มีบาปจะมีไปทำไม บาปสิที่ทำให้ชีวิตไร้ค่านี้มีสีสันต์ หึ...หึ ปากว่าแต่เกรงกลัวบาปแต่ใจมันก็ทำแล้วจะกระเดือกคำอย่างนั้นออกมาทำไม ไร้ค่า ไร้ค่า ฮ่าๆๆ แสงสว่าง รอยยิ้ม สีขาว ชิ! ของห่วยแตก มนุษย์นะอ้างแต่ว่าตัวเองดี เก่ง และรอบรู้ทุกอย่าง ที่จริงมันก็ทรามก็ทุกคนนั้นแหละ ฮ่าๆ งี่เง่าสิ้นดี ไร้สาระ ไม่เข้าท่า โง่ 
มนุษย์น่ะ ไม่ว่าเมื่อไรก็ฉวยโอกาสที่ดีที่สุดเพื่อความสุขตัวเองตลอดเวลา
ชีวิตที่ไม่มีบาป มันมีคุณค่าอะไรงั้นเหรอ ทั้งๆที่โลกใบนี้ก็ไม่มีใครที่ไม่เคยทำบาปเลยแท้ๆ แต่ทุกคนก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เพราะเรียนรู้ต่อบาปเหล่านั้นไม่ใช่เหรอ มันไม่สำคัญหรอกว่าต้องใช้วิธีไหนหรือสารภาพบาปให้ใครฟัง แล้วจะลบล้างความรู้สึกผิดในใจไปได้ แต่....
วิธีที่สำนึกบาปต่อตนเอง "มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่จะต้องเลือกเอง" และถ้าจะให้ผมที่จะมีชีวิตอยู่มันจะทำไมเหรอ? แม้การอยู่ของผมมันยังจะต้องเผชิญบาปอีกมากมาย ถึงอย่างนั้น... ผมก็จะไม่ออนวอนขอความเมตตาหรือขอให้ใครพูดว่า "อภัยให้" หรอกนะ แม้สุดท้ายบาปที่ผมทำมาทั้งชีวิตจะทับถมกันรวมกันเป็นภูเขาแต่ผมก็จะเผชิญหน้ากับบาปทั้งหมดนั้นด้วยตัวผมเอง นี่คือ

ศักดิ์ศรีในฐานะคนบาป

ที่ไม่ยอมผลักบาปของตนให้ใครแบกรับแทนไงล่ะ
 ·  Translate
3
Add a comment...
 
นอกคอกเหรอ?? หึ ก็แค่คำที่พวกแบ่งชนชั้นมันใช้ นอกคอก นอกคอก ถ้าไม่มีคนแบ่งชนชั้นบ้าๆนี้ก็ไม่มีพวกนอกคอกนี้หรอก ชิ ถ้าว่านอกคอกก็ไม่ต้องกว่าพวกนอกคอกนี้ทำอะไรเสื่อมเสียสิ ปล่อยออกจากคอกแล้วนิ จะห่วงทำไมว่าพวกที่ออกจากคอกไปนั้นจะทำความเสื่อมเสีย ก็แค่บอกว่า ไม่รู้ มันเป็นใคร แค่นี้สิ แล้วถ้าให้ดีถ้าไม่มีใครบอกว่าใครนอกคอกก็ไม่ต้องมีใครนอกคอกกันทั้งนั้นแหละ!!
 ·  Translate
2
Add a comment...
 
มากกว่าเม็ดทรายบนพื้นโลก 
ยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า
หากเปรียบคำว่าตลอกการของมนุษย์ 
ช่างหยาบกานและไร้ค่า
เพราะมนุษย์ไม่มีวันเข้าใจของคำว่าตลอดกาล
ตราบใดที่ยังเป็นแค่มนุษย์
ก็จะไม่มีวันเข้าใจ
ถึงความทรมานของคำว่าตลอดกาล
 ·  Translate
2
Add a comment...
 
ความปรารถนาจากใจอันดำมืด 
อันเป็นบ่อเกิดแห่งบาปทั้งมวลที่มิอาจตัดขาด 
เพื่ออยู่รอดมนุษย์จึงแก่งแย่ง เพื่อความยิ่งใหญ่มนุษย์จึงฆ่าฟัด
เพียงเพื่อสนองต่อแรงปรารถนาของตนมนุษย์สามรถเป็นได้ทุกสิ่ง แม้แต่กลายเป็นปีศาจก็ตามที
และเหล่าคนบาปนั้นก็ล้วนมีความปรารถนาที่สัมพันธ์กับบาปเช่นกัน ทั้งคนที่สำนึกผิดต่อบาปของตน 
คนที่ยอมทำบาปเพื่อให้สมปรารถนา 
คนที่อยากจะเปิดบังบาปของตน
 คนที่ต้องการเปิดโปงบาปของคนอื่น 
ความปรารถนาทำให้มนุษย์ก่อเรื่องราวต่างๆมากมาย...
 ·  Translate
2
Add a comment...
Have them in circles
17 people
jinna natsumi's profile photo
‫נהע על למ נ הכינוี un‬‎'s profile photo
พรชนก ดวงวิบูลย์'s profile photo
ยศพล นนกระโทก (โจโจ้)'s profile photo
abhisit chuaboon's profile photo
darkblade kylekiller's profile photo
Shinru Hausen (ชิน)'s profile photo
Nuttharika Leechisit's profile photo
เเก้วจิตร อุฬารพนิชยผล's profile photo
 
ประตูเปิดแล้ว...
สายลมเย็นยะเยือกพัดพาเหล่าคนบาป
เข้าสู่แดนประหาร
เพื่อฟังคำพิพากษาครั้งสุดท้าย
ทางรอดของนักโทษเหลืออยู่เพียงแค่ทางเดียว...
คือการไขว่คว้าหาปาฏิหาริย์จากซาตาน
มีเพียงบาปเท่านั้นที่จะล้างบาปได้
ความตายมิอาจหลีกเลี่ยงจึงนองท่วมที่แห่งนี้...

ในความมืดมิดยังมีสิ่งที่ยิ่งกว่าความมืดมน
ในความเจ็บปวดยังมีความทรมานที่มากกว่าความตาย
ในปริศนายังตำตอบที่เหนือกว่าความคาดคิด
ในความลึกลับยังมีความจริงที่เกินกว่าการซ่อนเร้น
และ
ปลายทางแห่งอนธการ...ยังมีแสงสว่างสุดท้ายที่รอคอย
 หึหึ แสงสว่างงั้นเหรอ ของแบบนั้นมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
 ·  Translate
2
Add a comment...
 
ไม่มีวิธีลบล้างบาปอยู่บนโลกใบนี้หรอก!!
กรรมจะชักนำให้ชีวิตเดินไปข้างหน้า
ไปสู่การชดใช้ในวันใดวันหนึ่งเท่านั้น!!
เพราะฉะนั้นเราต้องเดินต่อไป
มีแต่ต้องก้าวความเจ็บปวดเหล่านั้น...
เรียนรู้จาบาปเหล่านั้น....
เมื่อมีโอกาสแห่งการชดใช้มาถึง...โดยไม่พึ่งการชี้นำของใคร
ก็จงชดใช้มันด้วยเจตจำนงของตัวเองซะเถอะ
 ·  Translate
2
Add a comment...
 
  “BUTTERFLY EFFECT” การกระพือปีกของผีเสื้อในซีกโลกหนึ่งก่อให้เกิดพายุในอีกซีกโลกหนึ่ง BUTTERFLY EFFECT เป็นทฤษดีที่พูดถึงถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ส่งผลต่อๆ กันจนเกิดเหตุการณ์
หรือใหญ่ๆได้ ความเป็นเหตุเป็นผลที่ทำให้มนุษย์ต้องตะลึงนี้ก่อในเกิดคำถามที่น่าสนใจว่า...ทำไม? “ผีเสื้อถึงต้อวกระพืบปีก” ไม่ใช่แค่ผีเสื้อแต่ยังหมายถึงเหตุผลที่ลมต้องพัดจากทิศหนึ่งไปสู่อีกทิศหนึ่ง
        เหตุผลที่ผู้คนเกิดและตาย เหตุผลที่ทำให้ทุกสิ่งเคลื่อนไหว ทำไมสรรพสิ่งที่เคลื่อนไหวตามแรงปรารถนาของตนจึงส่งผลต่อๆ กันอย่างเป็นเหตุผล โดยที่ไม่เคยตกลงกัน แต่กลับสร้างวัฏจักรที่มีดุลภาพให้จักวาลนี้ดำรงอยู่ได้ “.......ก็ธรรมชาติไม่ใช่หรือไง!?” หึ...หึ แค่นั้นยังไม่พอหรอก คำตอบนั้น...คือกฎแห่งกรรม” ต่างหาก
กฎที่สมบรูณ์แบบที่สุด กฎที่ไม่มีใครรู้เริ่มต้นเมื่อไรและจะจบลงตรงไหน? แต่มันคือเงื่อนที่ทำให้จักรวาลนี้กำเนิดขึ้นและดำเนินต่อไป มันคือข้อบังคับที่ชีวิตต้องปฏิบัติโดยไม่บังอาจผิดพลิ้วได้ ฟังดูมันก็โหดร้ายอยู่หรอกนะ...ชีวิตเราแท้ๆกลับถูกบังคับจากกฎที่มองไม่เห็น เคยมีคนกล่าวไว้ว่า “มีเกิดย่อมมีดับ” “มีทุกข์ย่อมมีทางดับทุกข์” ทุกอย่างย่อมมีขั้วตรงข้ามเสมอของตัวเองอยู่เสมอ กฎแห่งกรรมเองก็เช่นเดียวกัน ด้วยความคิดแบบนี้เองในที่สุดมนุษย์ก็ได้ค้นพบการหลุดพ้นจากวัฏจักรนี้ สภาวะหยุดนิ่ง ที่ไร้ซึ่งทุกสิ่ง....ไม่มีทุกข์ไม่มีการเวียนว่ายอีกต่อไป มันคือ “นิพพาน” ไงล่ะ!
 ·  Translate
2
Add a comment...
People
Have them in circles
17 people
jinna natsumi's profile photo
‫נהע על למ נ הכינוี un‬‎'s profile photo
พรชนก ดวงวิบูลย์'s profile photo
ยศพล นนกระโทก (โจโจ้)'s profile photo
abhisit chuaboon's profile photo
darkblade kylekiller's profile photo
Shinru Hausen (ชิน)'s profile photo
Nuttharika Leechisit's profile photo
เเก้วจิตร อุฬารพนิชยผล's profile photo