Profile

Cover photo
โครงงานคุณธรรม เฉลิมพระเกียรติ
427,812 views
AboutPostsPhotosVideos
People
Basic Information
Gender
Male
Other names
Kalyanamits for Buddhist Network
Story
Tagline
Pong Thailand :)
Introduction
โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง"   
ร่วมเฉลิมฉลอง 3 ปี "พุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้"
ปฏิบัติบูชาฟื้นวิถีพุทธวันพระ วิสาขบูชา 2553 -  วิสาขบูชา 2556 

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.moralproject.net
  หรืออีเมล์มาที่ moralproject@gmail.com
     
   นวัตกรรม   
- โครงงานคุณธรรม เฉลิมพระเกียรติ    
- โครงงานวิทย์-คุณธรรม เฉลิมพระเกียรติ    
- โครงงานสื่อคุณธรรม เฉลิมพระเกียรติ    
- โครงงานธุรกิจคุณธรรรม เฉลิมพระเกียรติ     
- โครงงานการเมืองคุณธรรม เฉลิมพระเกียรติ     
- ศูนย์การเรียนรู้โครงงานคุณธรรม เฉลิมพระเกียรติ   


Links
Contributor to

Stream

 
เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง  บนหน้าวันพระ  หนังสือพิมพ์ "คมชัดลึก" วันนี้
 ·  Translate
2
Add a comment...
 
จังหวัดที่จะจัดค่ายพัฒนาโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง" ระดับภูมิภาค 6 ค่าย ปีการศึกษา 2556
 ·  Translate
2
Add a comment...
 
เวทีเสวนา "มรดกทางสิ่งแวดล้อม กับ การเสริมสร้างปัญญาด้านการศึกษาในพื้นที่พิเศษ" อ.แม่สอด จ.ตาก
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
นิพพาน อนัตตา โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต)
พุทธศาสนิกชนทุกคน ควรจะตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาหลักการของพระพุทธศาสนา และเอาใจใส่รับผิดชอบในการทำหน้าที่รักษาสืบต่อพระพุทธศาสนา อย่าเห็นแก่บุคคลมากกว่าเห็นแก่ธรรม..

" การแสดงหลักธรรมสำคัญให้ผิดเพี้ยนไปด้วยวิธีบิดเบือนอำพรางหลักฐานนี่สิ เป็นการทำลายพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง ยิ่งกว่าพฤติการณ์ของบุคคลบางกลุ่มบางคณะที่มัวหมองวุ่นวายเสียอีก เพราะเป็นการทำลายถึงรากเหง้าของพระพุทธศาสนา หรือเป็นการลบล้างพระพุทธศาสนาออกไปเลย เรียกว่าเป็นการทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งร้ายแรงกว่าการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย ที่เป็นเพียงการทำสกปรกเปรอะเปื้อนแก่พระศาสนา ซึ่งเราสามารถชำระล้างออกไปได้ "
(ข้อความคัดจากปกหลัง)

ดาวน์โหลดหนังสือเพื่ออ่านเนื้อหาทั้งหมดได้จาก http://www.moralproject.net/downloads.php?cat_id=25&download_id=278
อ้างอิงข้อมูลหนังสือจาก http://www.watnyanaves.net/

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย

นิพพาน หมายถึง สภาพที่ดับกิเลสและกองทุกข์แล้ว ภาวะที่จิตมีความสงบสูงสุด เพราะไร้ทุกข์ ไร้สุข เป็นอิสรภาพสมบูรณ์
"นิพพาน" จากบาลี Nibbāna निब्बान ประกอบด้วยศัพท์ นิ (ออกไป, หมดไป, ไม่มี) + วานะ (พัดไป, ร้อยรัด) รวมเข้าด้วยกันแปลว่า ไม่มีการพัดไป ไม่มีสิ่งร้อยรัด คำว่า "วานะ" เป็นชื่อเรียก กิเลสตัณหา กล่าวโดยสรุป นิพพานคือการไม่มีกิเลสตัณหาที่จะร้อยรัดพัดกระพือให้กระวนกระวายใจ อันเป็นจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา

พระอนุรุทธาจารย์ ผู้รจนาคัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ ได้พรรณนาคุณของนิพพานว่า ปทมจฺจุตฺ มจฺจนฺตํ อสงฺขตมนุตฺตรํ นิพฺพานมีติ ภาสนฺติ วานมุตฺตามเหสโย "พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้พ้นแล้วจากตัณหาเครื่องร้อยรัด ทรงตรัสถึงสภาวะธรรมชาติหนึ่งที่เข้าถึงได้ เป็นธรรมชาติที่ไม่จุติ พ้นจากขันธ์ 5 ไม่ถูกปรุงแต่งด้วยปัจจัยใดๆ เลย หาสภาวะอื่นเปรียบเทียบไม่ได้ ว่าสภาวธรรมนั้นคือพระนิพพาน"
...

คัมภีร์พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะของฝ่ายเถรวาท ระบุไว้ชัดเจนว่า "นิพพานอันว่างจากตน" "นิพพานเป็นอนัตตา" เช่น ในคัมภีร์พระวินัยปิฎก ปริวารระบุว่า อนิจฺจา สพฺพสงฺขารา ทุกฺขานตฺตา จ สงฺขตา นิพฺพานญฺเจว ปณฺณตฺติ อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา "สังขารทั้งปวงอันปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา นิพพานและบัญญัติเป็นอนัตตา วินิจฉัยมีดังนี้" (วิ.ป.บาลี 8/257/194)
นิพพานก็อยู่ใน อริยสัจ 4 ด้วย คือเป็นจุดหมายของพระพุทธศาสนา ได้แก่ อริยสัจข้อ 3 ที่เรียกว่า "นิโรธ" คำว่านิโรธนี้เป็น ไวพจน์ คือใช้แทนกันได้กับ "นิพพาน" พระไตรปิฎกเล่ม 31 ระบุว่าอริยสัจ 4 ทั้งหมดซึ่งรวมทั้งนิโรธ คือนิพพาน ด้วยนั้น เป็นอนัตตา ดังนี้ อนตฺตฏฺเฐน จตฺตาริ สจฺจานิ เอกปฏิเวธานิ . . . นิโรธสฺส นิโรธฏฺโฐ อนตฺตฏฺโฐ. (ขุ.ปฏิ. 31/546/450) แปลว่า: "สัจจะทั้ง 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) มีการตรัสรู้ด้วยกันเป็นอันเดียว (คือด้วยมรรค ญาณเดียวกัน) โดยความหมายว่าเป็นอนัตตา . . . นิโรธมีความหมายว่าดับ (ทุกข์) ก็มีความหมายว่า เป็นอนัตตา " อรรถกถาอธิบายว่า อนตฺตฏฺเฐนาติ จตุนฺนมฺปิ สจฺจานํ อตฺตวิรหิตตฺตา อนตฺตฏฺเฐน. (ปฏิสํ.อ.2/229)

ในพระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรคระบุว่า "สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา" และในอังคุตตรนิกาย ติกนิบาตมีระบุว่า "สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา" ซึ่ง "ธรรม" ในที่นี้พระอรรถกถาจารย์อธิบายต่อว่า "หมายรวมถึงนิพพานด้วย" นอกจากนี้ ยังมีข้อความในคัมภีร์พระไตรปิฎกอีกหลายแห่งทั้งที่ระบุโดยตรงและโดยอ้อมที่มีนัยบอกว่า "นิพพานเป็นอนัตตา" คำว่า "อนัตตา" มีความหมายระดับปรมัตถ์ มีนัยที่ต้องไขความต่ออีก โดยเฉพาะในคัมภีร์ชั้นหลังจะบอกว่า "ที่ชื่อว่าเป็นอนัตตา เพราะเกิดขึ้นจากองค์ประกอบต่าง ๆ มาประชุมกัน ไม่มีตัวตนที่เป็นแก่นเป็นแกนอยู่ ไม่มีตัวตนที่คงที่ ไม่มีผู้สร้าง ไม่มีผู้เสวย ไม่มีอำนาจในตัวเอง บังคับให้เป็นไปในอำนาจไม่ได้ แย้งต่ออัตตา"

ในคัมภีร์มิลินทปัญหา พระนาคเสนทูลแก้ปัญหาของพระยามิลินท์ที่ทรงถามว่า ถ้านิพพานไม่มีที่ตั้งอาศัย นิพพานก็ย่อมไม่มี โดยกราบทูลว่า
"ขอถวายพระพรมหาบพิตร โอกาสอันเป็นที่ตั้งของนิพพานหามีไม่ แต่นิพพานนั้นมีอยู่ พระโยคาวจรผู้ปฏิบัติชอบ ย่อมทำให้แจ้งนิพพาน ด้วยการพิจารณาโดยอุบายอันแยบคาย มหาบพิตร เหมือนดั่งว่าชื่อว่าไฟย่อมมีอยู่ แต่โอกาสอันเป็นที่ตั้งของไฟนั้นหามีไม่ เมื่อบุคคลเอาไม้สองอันมาขัดสีกันก็ย่อมได้ไฟขึ้นมาฉันใด มหาบพิตร นิพพานก็มีอยู่ฉันนั้นนั่นแล โอกาสอันเป็นที่ตั้งของนิพพานนั้นไม่มี (แต่) พระโยคาวจรผู้ปฏิบัติชอบ ย่อมทำนิพพานให้แจ้งด้วยการพิจารณาโดยอุบายอันแยบคาย..."(มิลินฺท.336)
ในคัมภีร์รุ่นอรรถกถา ยังมีข้อความแสดงสภาวะของนิพพานอีกหลายแห่ง เช่นในปฏิสัมภิทามรรค มีอธิบายว่า นิพฺพานธมฺโม อตฺตสฺเสว อภาวโต อตฺตสุญฺโญ "ธรรมคือนิพพาน ว่างจากอัตตา เพราะไม่มีอัตตา" (ขุ.ป.อ.2/287) 

นอกจากนี้ในวิสุทธิมรรค พระพุทธโฆสะพยายามอธิบายให้เห็นถึงความไม่มีตัวตนของผู้ได้ชื่อว่าบรรลุนิพพาน ซึ่งเท่ากับว่าไม่มีอัตตา และนิพพานก็มิใช่สิ่งที่จะต้องมีอัตตาถึงจะมีอยู่ได้ ดังที่พระพุทธโฆสะกล่าวว่า "นิพพานมีอยู่ แต่ไม่มีผู้เข้าถึงนิพพาน มรรคามีอยู่ แต่ปราศจากผู้ดำเนินไป" (วิสุทฺธิ.3/101) ข้อความนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่มีตัวตนบุคคลใด ๆ ที่ปฏิบัติตามมรรค 8 แล้วบรรลุนิพพาน เมื่อปราศจาก "ตัวตน" ของผู้เข้าถึงนิพพาน นิพพานก็ย่อมไม่ใช่อัตตาไปด้วย

ความมีอยู่ของพระนิพพาน มิใช่สภาวะที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของจิต แต่มีอยู่โดยตัวของตัวเอง คือเป็นความจริงขั้นปรมัตถสัจ ที่ตรงข้ามกับสมมติสัจในโลกแห่งปรากฏการณ์ มีสภาวะที่เที่ยง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดดับสลับกันไปแบบสิ่งต่างๆ ในโลก นิพพานจึงเป็นอสังขตธรรมที่พ้นไปจากปัจจัยปรุงแต่ง ในสภาวะของนิพพานทั้งนาม (จิต) และรูป ย่อมดับไม่เหลือ ดังพุทธวจนะในเกวัฏฏสูตร ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค ได้กล่าวถึงนิพพานว่าเป็น "ธรรมชาติที่รู้แจ้ง ไม่มีใครชี้ได้ ไม่มีที่สุด แจ่มใสโดยประการทั้งปวง ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในธรรมนี้ อุปาทยรูปที่ยาวและสั้น ละเอียดและหยาบ ที่งามและไม่งาม ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในธรรมนี้ นามและรูปย่อมดับไม่มีเหลือในธรรมชาตินี้ เพราะวิญญาณดับ นามและรูปย่อมดับ ไม่มีเหลือในธรรมชาติ ดังนี้ฯ" (ที.สี.14/350) ..

อ่านต่อ เนื้อหาทั้งหมดได้จากลิงค์ http://th.wikipedia.org/wiki/นิพพาน
 ·  Translate
1
Amarin Nissapa's profile photo
 
ธรรมทานนี้ได้อ่านแล้ว
 ·  Translate
Add a comment...
 
กรณีธรรมกาย 
..อันตรายที่ร้ายแรงกำลังเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา
เพราะความสับสนหรือเข้าใจผิดต่อหลักการสำคัญของ พระพุทธศาสนากำลังแผ่ขยายออกไปในหมู่ประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่ความสั่นคลอนของพระพุทธศาสนาถึงขั้นรากฐานเลยทีเดียว
 
ที่จริงนั้น หลักการสำคัญของพระพุทธศาสนามีความชัดเจน แน่นอน และไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของความ คิดเห็น แต่เป็นเรื่องของหลักฐานที่ชาวพุทธถือกันว่ามาจากพระพุทธเจ้าโดยตรง คือมาในพระไตรปิฎก และมี คัมภีร์อรรถกถาเป็นต้น อธิบายประกอบ ซึ่งชาวพุทธทุกยุคสมัย ถือว่าเป็นเนื้อเป็นตัวของพระศาสนา เป็นหลักสำคัญที่สุด และได้เพียรพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ให้ แม่นยำ ด้วยการทรงจำ ศึกษาเล่าเรียน และมีการ สังคายนาเป็นงานใหญ่หลายยุคสมัยตลอดมา เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นแก่พระศาสนา ชาวพุทธก็ควรตื่นตัวขึ้นมา ช่วยกันขจัดภัยและปกป้องรักษา พระศาสนาไว้ อย่างน้อยก็ใช้เป็นโอกาสที่จะได้ศึกษา สร้างเสริม หรือแม้แต่ชำระ สะสางความรู้ความเข้าใจในพระศาสนาที่ตนนับถือ ทำความเห็นให้ถูกต้อง ให้ได้ชื่อว่าสามารถถือเอาประโยชน์จากสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามา และผ่านพ้นปัญหาไปอย่างได้ปัญญา
 
ในการชี้แจงต่อไปนี้ จำเป็นต้องพูดพาดพิง ถ้าข้อความที่กล่าวจะเป็นเหตุให้ท่านผู้เกี่ยวข้องไม่สบายใจ ก็ขออภัยไว้ก่อน แต่ขอให้ตั้งใจร่วมกันว่า เราจะทำการนี้เพื่อดำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษได้รักษาสืบต่อตกทอดกันมาจนถึงเรา โดยอาศัยกำลังความ เพียรพยายาม เรี่ยวแรง ความอุตสาหะและศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง มิให้สูญเสียไป และเพื่อให้ประชาชนทั้งในบัดนี้ และเบื้องหน้า ยังสามารถได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากพระพุทธศาสนา คือ มุ่งเพื่อรักษาพระธรรมวินัยและ ประโยชน์สุขของประชาชน
 
 
ประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย ก็ร้าย แต่ทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ร้ายยิ่งกว่า
 
เมื่อพิจารณาในแง่ของการดำรงรักษาพระศาสนา ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับพระธรรมวินัย ซึ่งกระทบถึงหลักการของพระพุทธศาสนา พูดให้เข้าใจง่ายว่า การทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งร้ายแรงยิ่งกว่าการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย
ยกตัวอย่างด้านพระวินัย ถ้าพระภิกษุประพฤติผิดพระวินัย ต้องอาบัติปาราชิก เรียกว่าประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย ก็ต้องแก้ไขโดยดำเนินการลงโทษไปเป็นการส่วนเฉพาะบุคคล แต่ถ้ามีพระภิกษุยึดถือประกาศขึ้นมาหรือเผยแพร่ว่า การต้องอาบัติปาราชิกไม่ผิดพระวินัย ก็เป็นปัญหาถึงขั้นทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ถึงกับทำให้เกิดมีการงคายนา
 
ยกตัวอย่างด้านธรรม ถ้าพระภิกษุเห็นว่านิพพานเป็นอัตตา หรือไม่ยอมรับว่านิพพานเป็นอนัตตา เรียก ว่าเป็นการเห็นผิดจากพระธรรมวินัย ก็ต้องแก้ไขด้วยการให้ศึกษาหรือทำความเข้าใจกันให้ถูกต้องเป็นส่วน เฉพาะตัวของภิกษุนั้น แต่ถ้ามีพระภิกษุยึดถือประกาศขึ้นมาหรือเผยแพร่ว่า พระพุทธเจ้าสอนหรือพระไตรปิฎกแสดงหลักการว่านิพพานเป็นอัตตา หรือบอกว่าพระไตรปิฎกที่แสดงหลักการว่านิพพานเป็นอนัตตาเป็นหลักฐานที่เชื่อถือไม่ได้ ก็เป็นปัญหาถึงขั้นทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ถึงกับทำให้ต้องมีการสังคายนา
 
 
ปัญหาของวัดพระธรรมกาย ส่วนที่กระทบต่อพระธรรมวินัย
สำนักวัดพระธรรมกาย เผยแพร่คำสอนคลาดเคลื่อนไปจากหลักพระพุทธศาสนาหลายประการ เช่น
1. สอนว่านิพพานเป็นอัตตา
2. สอนเรื่องธรรมกายอย่างเป็นภาพนิมิต และให้มีธรรมกาย ที่เป็นตัวตนเป็นอัตตาของพระพุทธเจ้ามาก มายหลายพระองค์ ไปรวมกันอยู่ในอายตน-นิพพาน
3. สอนเรื่องอายตนนิพพาน ให้เข้าใจผิดต่อนิพพาน เหมือนเป็นดินแดนที่จะเข้าสมาธิไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ ถึงกับมีพิธีถวายข้าวพระ ที่จะนำข้าวบูชาไปถวายแด่พระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานนั้น
 
คำสอนเหล่านี้ ทางสำนักสายวัดพระธรรมกายคิดขึ้นใหม่ เป็นของนอกธรรมนอกวินัยของพระพุทธเจ้า
แต่แทนที่จะสอนไปตามตรงว่าเป็นลัทธิของครูอาจารย์ ทางวัดพระธรรมกายกลับพยายามนำเอาคำสอนใหม่ของ ตนเข้าใส่แทนที่หลักคำสอนเดิมที่แท้ของพระพุทธศาสนา
ยิ่งกว่านั้น เพื่อหาทางให้ลัทธิของตนเข้าแทนที่พระธรรมวินัยได้สำเร็จ สำนักวัดพระธรรมกายยังได้เผย แพร่เอกสาร ที่จ้วงจาบพระธรรมวินัย ชักจูงให้คนเข้าใจผิด สับสน หรือแม้แต่ลบหลู่พระไตรปิฎกบาลี ที่เป็นหลัก ของพระพุทธศาสนาเถรวาท เช่น
- ให้เข้าใจว่าพระไตรปิฎกบาลี บันทึกคำสอนไว้ตกหล่น หรือมีฐานะเป็นเพียงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง เชื่อ ถือหรือใช้เป็นมาตรฐานไม่ได้
- ให้นำเอาพระไตรปิฎกฉบับอื่นๆ เช่น พระไตรปิฎกภาษาจีน และคำสอนอื่นๆ ภายนอกมาร่วมวินิจฉัย พระพุทธศาสนาเถรวาท
- ให้เข้าใจเขวไปว่าหลักการของพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องอภิปรัชญา ขึ้นต่อการตีความ และความคิดเห็น ตลอดจนการถกเถียงทางวิชาการ
- อ้างนักวิชาการต่างประเทศ และการปฏิบัติของตน ดังว่าจะใช้วินิจฉัยหลักพระพุทธศาสนาได้ ฯลฯ
อีกทั้งสิ่งที่ยกมาอ้าง เช่น คัมภีร์ของมหายาน และทัศนะของนักวิชาการตะวันตก ก็ไม่ตรงตามความเป็นจริง หรือไม่ก็เลื่อนลอย
 
นอกจากนั้น ยังนำคำว่า "บุญ" มาใช้ในลักษณะที่ชักจูงประชาชนให้วนเวียนจมอยู่กับการบริจาค ทรัพย์ เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ชนิดที่ส่งเสริมความยึดติดถือมั่นในตัวตนและในตัวบุคคล อันอาจกลายเป็นแนว โน้มที่บั่นรอนสังคมไทยในระยะยาว พร้อมทั้งทำพระธรรมวินัยให้ลางเลือนไปด้วย  พฤติการณ์ของสำนักวัดพระธรรมกายอย่างนี้ เป็นการจาบจ้วง ลบหลู่ ย่ำยีพระธรรมวินัย สร้างความสับสนไขว้เขวและความหลงผิดแก่ประชาชน
 
ข้อความบรรยายต่อไปนี้ ได้เขียนไว้เพื่อเป็นทางแห่งการศึกษา ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเป็นเหมือนคำขอร้องต่อชาววัดพระธรรมกาย ผู้ยังเห็นแก่พระพุทธศาสนา เมื่อรู้เข้าใจแล้ว จะได้หันมา ร่วมกันทำบุญที่ยิ่งใหญ่ และสนองพระคุณบรรพบุรุษไทย ด้วยการรักษาพระธรรมวินัยให้บริสุทธิ์สืบไป
 
 
 
"คำว่า 'ธรรมกาย' นี้จึงมีมาแต่ครั้งพุทธกาลแน่นอน โดยไม่มีข้อสงสัยและข้อโต้แย้งใดๆ
ที่เป็นประเด็น ถกเถียงกันก็คือ ความหมายของคำว่า 'ธรรมกาย' บ้างก็กล่าวว่าหมายถึงโลกุตรธรรม 9  บ้างก็กล่าวว่าหมายถึง พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า บ้างก็กล่าวว่าหมายถึงกายแห่งการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า..
 
..ความจริง " ธรรมกาย " ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนสับสนอะไร และก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาลงมติวินิจฉัย เพราะเป็นข้อมูลความจริงที่ปรากฏอยู่ และเป็นเรื่องที่เราจะต้องพูดไปตามที่ท่านแสดง ไม่ขึ้นต่อความคิดเห็นของผู้ใด และหลักฐานก็ชัด ไม่ควรเอามาทำให้สับสน แท้จริงนั้น เรื่องนี้พูดได้ง่ายๆ ทั้งตรงตามความเป็นจริง และเข้าใจกันได้ชัดเจน ดังนี้
 
คำว่า " ธรรมกาย " นั้น ตามศัพท์ แปลว่า กองแห่งธรรม ที่รวม ที่ชุมนุม หรือที่ประมวลไว้แห่งธรรม มี ความหมายเฉพาะซึ่งท่านนำมาใช้ตามความเป็นมา ดังนี้
 
1. เดิมทีเดียว ครั้งพุทธกาล ตามที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าทรงคัดค้านศาสนาพราหมณ์ที่ สอนว่า พระพรหมผู้เป็นเจ้า เป็นผู้ประเสริฐ เลิศ สูงสุด เป็นผู้สร้างสรรค์ดลบันดาลโลก และพราหมณ์เป็นวรรณะ ประเสริฐสูงสุด เพราะเป็นผู้ที่พระพรหมสร้าง เกิดจากโอษฐ์พระพรหม พระพุทธองค์ได้ตรัสขึ้นใหม่ในทางตรงข้ามว่า ธรรม คือ ความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาตินี่แหละ ประเสริฐ เลิศ สูงสุด เป็น เกณฑ์ เป็นมาตรฐานแก่โลก ไม่มีใครสูงหรือทรามมาแต่กำเนิด ตามพระพรหมกำหนด แต่ มนุษย์ทุกคนจะทรามหรือประเสริฐอยู่ที่ประพฤติธรรมหรือไม่ แล้วตรัสว่า เหล่าสาวกของพระองค์นี้เป็นผู้ที่ธรรม สร้างขึ้นมา เกิดจากโอษฐ์ของพระองค์ผู้เป็นธรรมกาย (คือทรงเป็นแหล่งที่ประมวลไว้และเป็นที่หลั่งไหลออกมา แห่งพระธรรมที่ตรัสแสดง) พระพุทธเจ้าทรงใช้คำว่าธรรมกาย เรียกพระองค์ครั้งเดียว ในกรณีนี้ ในสถานการณ์นี้ ต่อมาจึงมีการใช้ คำว่า " ธรรมกาย " กับผู้อื่นในคำประพันธ์เชิงสดุดี ซึ่งปรากฏในพระไตรปิฎกอีก 3 ครั้ง (ใช้กับพระพุทธเจ้าพระ องค์อื่น พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระมหา ปชาบดีโคตมีเถรี) และใช้กันต่อๆ มาในคัมภีร์อรรถกถาเป็นต้น โดยใช้ เทียบเคียงกับคำว่า " รูปกาย " บางทีก็ใช้คู่กัน บางทีก็มาต่างหาก ท่านใช้คำว่า " ธรรมกาย " เพื่อให้เห็นว่า คนเราในด้านรูปกาย ซึ่งเป็นที่รวมแห่งรูปธรรม เช่น อวัยวะ ต่างๆ เมื่อเราเลี้ยงดูก็เจริญเติบโตขึ้นมา ในทำนองเดียวกัน เมื่อพัฒนาธรรมคือคุณสมบัติ ความดีงาม เช่น ศีล สมาธิ ปัญญาขึ้น คนนั้นก็มีธรรมกาย คือประมวลหรือที่ชุมนุมแห่งธรรมที่เจริญเติบโตขึ้น จนกระทั่งเป็นที่รวม แห่งธรรมระดับสูงสุด คือ โลกุตตรธรรม อันได้แก่มรรค ผล นิพพาน ธรรมกาย เป็นคำพูดรวมๆ เช่น หมายถึงโลกุตตรธรรมทั้งหมด อย่างที่ว่ามาแล้ว ไม่ได้หมายถึงองค์ ธรรมข้อใดข้อหนึ่งโดยเฉพาะ
 
2. ต่อมาอีกหลายร้อยปี พระพุทธศาสนามหายาน สืบทอดความหมายของคำว่า " ธรรมกาย " จากพุทธศาสนาหินยานนิกายสรวาสติวาทิน
ซึ่งพระพุทธศาสนาเถรวาทได้ชำระสะสางออกไปในสังคายนาครั้งที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 235 และต่อมาสาบสูญไป แล้วมหายานก็ได้พัฒนาความหมายของคำว่า " ธรรมกาย " ให้มีความ สำคัญขึ้นมา ถึงขั้นเป็นหลักการอย่างหนึ่ง โดยให้ธรรมกายนี้เป็นกายหนึ่งในกาย 3 อย่างของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีกายที่คิดศัพท์เพิ่มขึ้นมาใหม่อีก 2 อย่าง รวมเรียกว่า " ตรีกาย " คือ
1) ธรรมกาย ได้แก่ ตัวสัจจภาวะ หรือแก่นสภาวธรรม ซึ่งเป็นตัวแท้ของพระพุทธเจ้า
2) สัมโภคกาย ได้แก่ กายในทิพยภาวะ ที่เสวยสุขในสรวงสวรรค์
3) นิรมาณกาย ได้แก่ กายนิรมิต ที่สำแดงพระองค์เพื่อบำเพ็ญพุทธกิจในโลกมนุษย์
 
3. ต่อมาหลังพุทธกาล 2 พันปีเศษ พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด จนฺทสโร วัดปากน้ำ) ได้นำคำ " ธรรมกาย " มาใช้เรียกประสบการณ์บางอย่าง ในระบบการปฏิบัติที่ท่านจัดวางขึ้น
 
ถ้าพูดตรงไปตรงมา ตามเรื่องที่เป็นไป ก็ง่าย ชัดเจน แต่เอกสารของวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า " คำว่า ' ธรรมกาย ' มีหลักฐานปรากฏในพระไตรปิฎกอยู่ 4 แห่ง และในคัมภีร์อรรถกถาและฎีกา อีกหลายสิบแห่ง ดังรายละเอียดในหัวข้อเรื่องหลักฐานวิชชาธรรมกาย นอกจากนี้ ยังมีคัมภีร์พระไตร ปิฎกจีนในส่วนที่เป็นเนื้อหาของหินยาน มีการกล่าวถึงคำว่า " ธรรมกาย " ในหลายๆ แห่ง ระบุถึงความ หมายของคำว่าธรรมกาย และแนวทางการเข้าถึงไว้อย่างน่าสนใจ แต่เนื้อหาในพระไตรปิฎก ฉบับบาลี ตกหล่นไป "
 
การกล่าวทำนองนี้ เป็นการสร้างความสับสนขึ้นใหม่ในเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว มีทั้งการพูดในลักษณะที่ จะให้เห็นว่า พระไตรปิฎกบาลีเถรวาทที่ตนเองอาศัยอยู่ อาจจะเชื่อถือไม่ได้ หรือบกพร่องยิ่งกว่าพระไตรปิฎกจีน ในส่วนที่เป็นเนื้อหาของหินยาน ทั้งที่หินยานนิกายนั้น ก็ถูกชำระสะสางไปแล้ว และพระไตรปิฎกจีนก็เป็นของ แปลขึ้นภายหลัง การที่กล่าวว่า เอกสารของวัดพระธรรมกาย จาบจ้วงพระธรรมวินัย จึงไม่ใช่เป็นการกล่าวหา แต่ เป็นการกระทำที่แสดงออกมาเองอย่างชัดเจน ยิ่งกว่านั้น ยังมีการกระทำที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง แฝงอยู่ในคำกล่าวนั้นอีก 2 ประการ (ไม่ต้องพูดถึง เจตนาที่อยู่เบื้องหลัง) คือ
1) กล่าวถึงพระไตรปิฎกจีนขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย ไม่แสดงเนื้อหาที่อ้างนั้นออกมาได้เลย อาจจะเป็น การกล่าวตู่พระไตรปิฎกจีนนั้นด้วย
2) กล่าวว่า " ระบุถึง...แนวทางการเข้าถึง (ธรรมกาย) ไว้อย่างน่าสนใจ " ไม่มีพระไตรปิฎกฉบับใดจะ ต้องแสดงวิธีเข้าถึงธรรมกาย เพราะคำว่า " ธรรมกาย " เป็นคำพูดรวมๆ หมายถึงธรรมต่างๆ ที่ประสงค์จะกล่าว ถึงทั้งชุด หรือทั้งหมวด หรือทั้งมวล เช่นโลกุตตร-ธรรมทั้ง 9 และธรรมเหล่านั้น เช่น โลกุตตรธรรม 9 นั่นแหละที่ ท่านจัดวางระบบ วิธีปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อมรรค ผล นิพพาน มีวิธีปฏิบัติเพื่อให้บรรลุถึงพร้อมบริบูรณ์อยู่แล้ว จึงไม่ต้องมีวิธีปฏิบัติเพื่อเข้าถึง ธรรมกายขึ้นมาต่างหาก มีแต่ว่า ผู้ที่ปฏิบัติเข้าถึงมรรค ผล นิพพานแล้ว ก็จะมีธรรมกายที่ประกอบด้วยธรรมคือ คุณสมบัติต่างๆ มากมาย ตามแต่จะเลือกพรรณนาดังกล่าวแล้วว่า
 
" ธรรมกาย " ไม่ใช่หลักธรรมอันใดอันหนึ่งโดยเฉพาะ ท่านใช้ขึ้นมาในความหมายพิเศษ ดังกล่าวแล้ว ดังนั้น จะทราบไว้เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องการทราบเป็นเครื่องประดับความรู้ ก็ขอขยาย ความต่อไป
 
 
...
 
อ่านต่อเนื้อหา "กรณีธรรมกาย" ได้ทั้งหมดโดย..
 
ดาวน์โหลด หนังสือกรณีธรรมกาย (ฉบับเต็ม) ได้ที่ลิงค์นี้
http://www.moralproject.net/downloads.php?cat_id=25&download_id=277  
(ลิงค์สำรอง http://www.vitheebuddha.com/files/download/the_dhammakaya_case.pdf )
 ·  Translate
1
Amarin Nissapa's profile photo
 
ชัดเจนแจ่มแจ้งจริงๆครับ
 ·  Translate
Add a comment...
 
บอกบุญกัน ให้ได้บุญกันถ้วนหน้าเลยเน้อ
 ·  Translate
1
Add a comment...
 
App วันพระ บน Android

วันพระกับคนรุ่นใหม่ ไปด้วยกันได้ 
เมื่อมีการทำ App วันพระ
App ที่ทำให้วันพระกลายเป็น "วันแห่งสติ" ของสังคมไทย
แอพฯ ที่มีระบบการเตือน "พรุ่งนี้วันพระ" และ "วันนี้วันพระ" ให้โดยอัตโนมัติ
แม้เราจะต้องไปอยู่ต่างประเทศ แต่ก็สามารถมีปฏิทินแบบไทย ดูได้ ที่ให้ข้อมูลวันทางจันทรคติไปด้วย พร้อมกับข้อมูลวันพระ

สาธุ สาธุ ขออนุโมทนาบุญ กับบริษัทที่พัฒนาแอพฯนี้เพื่อการสื่อสารความดีในทุกๆ วันพระ
 ·  Translate
วันพระ เป็นแอพพลิเคชั่นปฏิทินรายปีและวิดเจ็ตแสดงวันพระและวันสำคัญทางประพุทธ...
1
Add a comment...
 
เด็กไทยไม่โง่ รู้ทันเหล้า เบียร์ บุหรี่
ผอ.ร.ร.จระเข้ใหญ่ ลั่นไม่สนทุนจากเหล้าเบียร์ ถ้าจะแฝงเข้าหนุนโรงเรียน
ประกาศเยาวชนเป็นสิ่งมีค่าของสังคมต้องช่วยกันปกป้อง วอนพ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหยุดดื่มเพื่อความรักในครอบครัว ร้านค้าในชุมชนขานรับ ร่วม งดขายเหล้าวันพระ๓ ร้าน ร่วมทำดีในสัมพุทธชยันตี
 ·  Translate
1
Add a comment...