Profile

Cover photo
Wongkot Manorom
76 followers|278,454 views
AboutPostsPhotosVideos

Stream

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
คัมภีร์กฎแห่งกรรม 3 ชาติ ได้บันทึกไว้ว่า “สามีภรรยา " มีกรรมร่วมกันมา ไม่ว่าจะกรรมดี หรือกรรมชั่ว ถ้าไม่มีกรรม ร่วมกันมา ก็ไม่อาจอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันได้ " บุตรธิดา " คือ หนี้ ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้ หรือชดใช้หนี้ ไม่มีหนี้ ไม่มาเกิดเป็น พ่อ แม่ ลูกกัน”

ดังนั้น สามีภรรยา ที่มีกรรมดีร่วมกันมา ย่อมสมานสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร ส่วนสามีภรรยา ที่มีกรรมชั่ว ร่วมกัน มาแต่อดีตชาติ ย่อม ทะเลาะเบาะแว้ง บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่อาจอยู่ร่วมกัน จนวันตาย

ส่วน " บุตรธิดา " ที่มาทวงหนี้ เป็นลูกที่ไม่เอาไหน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจไม่ วายเว้น " บุตรธิดา " ที่มาใช้หนี้ จะสำรวมระวัง รู้คุณทดแทนคุณ ไม่กล้า ทำให้พ่อแม่ ชอกช้ำใจ ชาวโลก ทุกคน เกิดมาต่างหนีไม่พ้น พบ พราก สุข ทุกข์ เศร้า อภัย แค้น รัก ชัง นี่คือผลแห่งของกรรม ปลูกเหตุเช่นไร ย่อมได้ลิ้มผลเช่นนั้น ไม่ว่าจะเหตุใด หรือ ผลใด ล้วนหนีไม่พ้น กฏแห่งกรรมทั้งสิ้น

1. มาแทนคุณ ด้วยบุญในอดีต ที่ได้สั่งสมร่วมกันมา ด้วยพระคุณที่มีต่อกัน จึงได้มาเกิดเป็นพ่อแม่ลูกหลานกัน เราเรียกบุตรธิดาเหล่านี้ว่า “ลูกกตัญญู” เขามาเพื่อที่จะทดแทนคุณ เป็นเด็กดี ฉลาด เชื่อฟัง เขาเหล่านี้ไม่มีทาง จะทำอะไรเสียหาย ให้พ่อแม่ต้อง กลัดกลุ้มกังวลใจ

2. มาล้างแค้น ด้วยกรรมในอดีต ที่ได้สร้างร่วมกันมา จึงได้มาเกิดเป็นพ่อแม่ลูกหลานกัน เมื่อเติบใหญ่ก็จะกลายเป็นลูกล้างผลาญ ทำให้ครอบครัวล่มสลาย เราเรียกบุตรธิดาเหล่านี้ว่า “ลูกทรพี” เขามาล้างแค้น ดังนั้น อย่าได้ผูกเวรไว้กับเขา เจ้ากรรมนายเวรที่อยู่ภายนอก ยังพอป้องกันได้ แต่นี่เกิดมาเป็นลูกหลานในบ้านใน ตระกูลแล้ว จะทำอย่างไรดี ดังนั้น อย่าทำร้ายใคร อย่าฆ่าแกงกัน เพราะต่างคนต่างก็รักตัวกลัวตายเช่นกัน

3. มาทวงหนี้ ชาติก่อนหนหลัง พ่อแม่เป็นหนี้ไว้ ไม่ได้ชดใช้คืน หนี้ที่ว่าคือ หนี้เงิน ไม่ใช่หนี้ชีวิต เขาจึงเกิดมาเพื่อทวงหนี้คืน หากเป็นหนี้กันน้อย เกิดมาให้ดูแลปีสองปีเขาก็ตาย เราเป็นหนี้เขาเท่าไหร่ เมื่อใช้หมด เขาก็ไป ต่อให้คุณรักเขามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยใส่ใจคุณ หากเป็นหนี้เขาเยอะ เลี้ยงจนเติบใหญ่ จบมหาวิทยาลัย เรียนจบวันนั้น ก็ตายวันนั้น เขาไม่อยู่รับใช้เรา เพราะมาทวงหนี้ หนี้หมดก็จากไป

4. มาใช้หนี้ชาติก่อนหนหลัง เขาเป็นหนี้พ่อแม่ไว้ ไม่ได้ชดใช้คืน เมื่อเขาเกิดมาในชาตินี้ จึงต้องทำงาน หาเงิน เหน็ดเหนื่อย เพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่ก็อยู่ที่ว่า เป็นหนี้พ่อแม่มาก น้อยเพียงใด หากเป็นหนี้มาก ก็ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เป็นอย่างดี หากเป็นหนี้พ่อแม่น้อย ก็เลี้ยงดูตามอัตภาพเหมือนที่เราเคยพบเห็น เลี้ยงพ่อแม่ประหนึ่งคนรับใช้ในบ้าน เพราะอะไร เพราะมาใช้หนี้กรรม ลูกประเภทนี้ แม้จะเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่ก็หล่อเลี้ยงแค่กาย ไม่หล่อเลี้ยงจิตใจ เลี้ยงดูโดยปราศจากความเคารพ และความกตัญญู ซึ่งต่างจากบุตรที่เกิดมา เพื่อทดแทนคุณ ประเภทนี้ไม่เพียงแต่หล่อเลี้ยงกาย ยังหล่อเลี้ยง จิตใจบุพการี ด้วย

หลักธรรมในข้อนี้ มิใช่เพียงแค่ลูกหลาน ยังรวมทั้งญาติพี่น้อง และคนรอบข้าง ทั้งหลาย ที่เราได้รู้จัก และเคยได้อยู่ร่วมกันมา หากแต่เป็นเพราะ กรรมที่ก่อกันมา หนักหนา หรือ เบาบาง หากบุญคุณ ความแค้นหนักหนา ก็เกิดมาเป็นสามีภรรยา และลูกหลานพี่น้อง หากบุญคุณ และความแค้นเบาบาง ก็เกิดมาเป็นญาติสนิทมิตรสหาย คุณเดินซื้อของในตลาด อยู่ๆคนแปลกหน้า ก็มายิ้มให้คุณและ คุณก็ยิ้มตอบ ล้วนเป็นบุญกรรม แต่ชาติปางก่อน แต่ถ้าคุณรู้สึก ขัดหูขัดตา แถมไม่พอใจ ยังถมึงตา ใส่ฝ่ายตรงข้ามอีก นี่ก็ล้วนเป็นบุญกรรม แต่ชาติปางก่อนเมื่อเข้าใจในกฏแห่งกรรม เหล่านี้ เราจะได้ไม่ผูกกรรมด้านดำเพิ่ม แต่จงผูกกรรมด้านขาวซึ่งเป็นกรรมดีจะดีกว่า

แล้วจะแก้ไขอย่างไร หากเราและลูกหลานผูกกรรมที่ ไม่ดีต่อกันมา แต่ปางก่อนแล้ว คำตอบก็คือ นำพาลูกหลานเข้าวัด หมั่นบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ศึกษาพระธรรม เมื่อต่างฝ่ายต่างศึกษาธรรม ย่อมแปรกรรมร้าย ให้กลายเป็นกรรมดีได้ ย่อมคลายความจองจำ คับแค้นให้สลายคลายลงได้ เช่นนี้ที่เราเรียกว่า "เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต เปลี่ยนร้าย กลายเป็นดี”
สาธุ...

อ่านจบแล้วแชร์ไปได้บุญ
Balance
Cr : สุขอยู่ที่ใจ
 ·  Translate
12 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
ปีใหม่เริ่มจะเข้ามา สำหรับระบบโหราศาสตร์แบบจันทรคติโบราณ หลังจากวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำเดือนอ้าย นักษัตร วอก ดาวอาทิตย์เป็นเพชฌฆาตฤกษ์ ทั้งปีและเดือน อยู่ในภูมิธาตุไฟ เหตุการณ์ สถานการณ์อาจจะเกิดควา...
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
"ออส่วน"
~~~~~~~~~~~~
*ส่วนผสม
ออส่วน : หอยนางรม แป้งท้าว ซีอิ้วขาว ซอสถั่วเหลือง พริกไทยป่น ต้นหอมซอย กระเทียม ไข่ไก่ น้ำมันสำหรับผัด ถั่วงอก(ปกติ ออส่วน จะไม่ใส่ค่ะ อันนี้ชอบส่วนตัว)
น้ำจิ้ม : น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย กระเทียม พริกแห้งเม็ดเล็ก ซอสพริก
-----------------------------------
**วิธีทำ
- ล้างหอยนางรมให้สะอาด แช่น้ำปูนใส 15 นาที นำไปล้างน้ำแล้วใส่กระชอนพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
- ทำน้ำจิ้ม โขลกพริกกับกระเทียม ไม่ต้องละเอียดมาก ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำตาล นำขึ้นตั้งเตาพอเดือดยกลง ใส่พริกที่โขลกไว้ และซอสพริก คนให้เข้ากัน
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำกระเทียมบุบลงผัดให้หอม ใส่ถั่วงอกลงผัด ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว ผัดไฟแรงๆ พอผักสลดตักใส่จานไว้
- ผสมแป้งท้าว 1ชตผสมน้ำครึ่งถ้วย คนแป้งให้ละลาย พริกไทยป่น ซีอิ้วขาว ซอสถั่วเหลือง ต้นหอมซอย หอยนางรม คนส่วนผสมให้เข้ากัน
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำกระเทียมบุบลงผัดให้หอม เร่งไฟให้แรง นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงผัด พอแป้งเริ่มข้น ใช้ตะหลิวเขี่ยกลางกะทะให้ว่าง แล้วตอกไข่ใส่ลงไป ยีไข่ให้แตก พอไข่เริ่มสุก คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วตักใส่บนจานถั่วงอกที่ผัดไว้ โรยพริกไทย และต้นหอมซอย ทานคู่กับน้ำจิ้ม


ขอบคุณที่มา: Supaporn Kumnodnae ทาง facebook
 ·  Translate
6 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
วิธีทำเป็ดย่างเอ็มเค
ส่วนผสม
เตรียมเป็ด 1 ตัว
ขิง 2 แผ่น
กระเทียม 2 กลีบ
ต้นหอม 1 ต้น
รากผักชี 1
สีผสมอาหารสีแดง ซีอิ้วดำ
น้ำส้มสายชู
ผงพะโล้
เกลือ
น้ำตาล
+ชูรสนิดๆ
ดอกจันทร์2ดอก
เชือกเอาไว้เย็บ (แต่ห้ามใช้เชือกพลาสติก )
เข็มไว้สำหรับเย็บทรงจะโค้งๆ ครึ่งวงเดือน
วิธีทำ
เป็ดสดล้างให้สะอาด 1 ตัว ถอนขนให้เกลี้ยง ล้วงไส้ข้างในท้องเป็ดทิ้งแล้วให้สะอาด
เอาผงพะโล้ไปคั่วในหม้อใบเล็กๆใส่หั่นต้นหอม ขิง กระเทียม ลงไป เกลือ+น้ำตาล+ชูรส
แล้วเอามาใส่ในท้องเป็ดเย็บให้แน่นปั๊มลม ผูกเชือกปิดตรงคอ
แล้ว ทาสี ที่ผสม
มี-สี1ช้อนชา+ซีอิ้วดำ+น้ำส้มสายชู+น้ำร้อนนิดหน่อย ทาตามผิวลงไป
ที่เราลวกน้ำร้อนนแล้วแล้ว ผึ่งลมไว้ คืนนึง แล้วถึงมาเข้าเตาอบ
ทาสีแล้วแขวนทิ้งไว้คืนนึงแล้วถึงจะเอามาย่างเปิดเตา 220ย่างหลัง ก่อน 15ถึง20นาที
ขึ้นอยู่กับขนาดของเป็ดคะ และมาย่างตรงช่วงท้อง อีก 25ถึง30นาที
ย่างเสร็จแล้ว เอาแขวนไว้แล้วดึงด้ายที่เย็บออกมา เอาถ้วยรองน้ำที่ไหลออกมาจากท้อง
เป็ด ตักเครื่องเทศทิ้งไป เอามาชิมดู ถ้าขาดเค็มก็เติมเกลือ แล้วสับเป็ด ออกมาเป็นชิ้นๆ
แล้วเอาซอสที่รองได้ราดหน้าเป็ดลงไปให้ซอสซึมลงไปในเนื้อเป็ด จะทำให้เนื้อเป็ดไม่เเห้ง
และนิ่มขึ้น+เพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้นคะ

ขอบคุณที่มา: สูตรอาหารต่างๆ ทาง facebook.
รูปทางinternet.
 ·  Translate
2 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
เมนูจากหม้อหุงข้าว ทำอาหารง่าย ๆ อร่อยจบในหม้อใบเดียว
กุ้งอบวุ้นเส้น

          หลายคนอาจคุ้นเคยกับกุ้งอบวุ้นเส้นในหม้อดินเผา หม้อสแตนเลสหรือหม้อเคลือบ แต่วันนี้ขอแนะนำเมนูกุ้งอบวุ้นเส้นจากหม้อหุงข้าว หอมกลิ่นเครื่องเทศ เคี้ยวหนุบหนับไปกับวุ้นเส้นนุ่ม ๆ และกุ้งตัวโตหวาน ๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บก็อร่อย อยากหม่ำตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อให้เสียเวลา แม้จะทำในหม้อหุงข้าวแต่รสชาติอร่อยเหมือนกัน

 ส่วนผสม

           กระเทียมกลีบใหญ่ ทุบพอแตก 2 กลีบ
           ขิงแก่หั่นแว่นบาง 3 ชิ้น
           พริกไทยเม็ด บดหยาบ 1 ช้อนชา
           ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
           ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
           น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
           น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
           น้ำซุปไก่ 100 มิลลิลิตร
           วุ้นเส้นห่อเล็ก (แช่น้ำจนนิ่ม) 1 ห่อ
           เบคอน 2 เส้น
           ขึ้นฉ่าย หั่นท่อน 20 กรัม
           กุ้งสด ปอกเปลือกเหลือหาง 5 ตัว
           ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน สำหรับโรยหน้า
           น้ำจิ้มซีฟู้ด สำหรับเสิร์ฟ

 วิธีทำ

           1. ใส่กระเทียม ขิง พริกไทย ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย น้ำมันงา และน้ำซุปไก่ลงในวุ้นเส้น ผสมให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที หรือจนน้ำซอสซึมเข้าวุ้นเส้น

           2. ใส่เบคอนลงในหม้อหุงข้าว ตามด้วยส่วนผสมวุ้นเส้น วางกุ้งด้านบน โรยขึ้นฉ่าย ปิดฝากดปุ่มหุงข้าวอบจนสุก ตักใส่จาน โรยด้วยขึ้นฉ่าย พร้อมรับประทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ด
 ·  Translate
21 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
มะรุม : ลดความดันโลหิตสูง
ใบมะรุมมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 7 เท่า มีแคลเซียมสูงกว่านม 4 เท่า มีวิตามินเอสูงกว่าแครอต 4 เท่า มีโพแทสเซียมสูงกว่ากล้วย 3 เท่า มีโปรตีนสูงกว่านม 2 เท่า ใบและดอกมะรุมมีสรรพคุณในการขับน้ำนม เพิ่มแคลเซียมให้กับเด็กทารก เหมาะสำหรับแม่ลูกอ่อนอย่างยิ่ง ช่วยลดไขมันและคอเลสเทอรอล นอกจากนี้คุณสมบัติเด่นคือ ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ดี

ตัวอย่างตำรับยา
- ตำรับที่ 1 นำรากมาต้มกินเป็นซุป
- ตำรับที่ 2 นำยอดมาต้มกิน
- ตำรับที่ 3 นำยอดอุ๊ปใส่เนื้อวัวกิน ซึ่งต้องเป็นเนื้อวัวเท่านั้น
- ตำรับที่ 4 นำรากมะรุมต้มกับรากย่านางกิน
- ตำรับที่ 5 ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว

ทั้งนี้ห้ามกินมะรุมผงแคปซูล (ทั้งใบมะรุม และเม็ดมะรุม) ลดความดันโลหิต เพราะเป็นอันตรายต่อตับ
 ·  Translate
3 comments on original post
1
Add a comment...
Have him in circles
76 people
N JPP's profile photo
Payutthapong Jakavaro's profile photo
touronthai's profile photo
mitsuo minakawa (also)'s profile photo
sumaed kiranuchitphong's profile photo
คิดฮอดเด้อิอิี มันดีตรงที่รัก's profile photo
Thawisak Vongchai's profile photo
Pichamon Boonya's profile photo
Chon Buakhao.'s profile photo

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
วันนี้มีเรื่องของสีที่ถูกโฉลกสำหรับคนเกิดแต่ละวันมาฝากจ้า เพื่อนๆ สามารถนำเรื่องนี้ไปประยุกต์ใช้กับสีเสื้อผ้าในแต่ละวันได้นะ

สีมงคลและสีต้องห้ามต่อไปนี้ คือสีที่เป็นมงคลและเป็นกาลกิณีต่อคนเกิดแต่ละวันไปตลอดชีวิต
นอกเหนือจากนั้นจะมีเพิ่มเติมให้สำหรับคนแต่ละวัน เพราะฉะนั้น ข้อมูลนี้ใช้กันได้ตลอดๆเลยนะจ๊ะ

💥คนเกิดวันอาทิตย์
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีชมพู สีโอโรส เป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีเขียวเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีดำ สีเทา สีควันบุหรี่เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
สีที่ต้องห้ามคือสีฟ้า

ดังนั้นยกตัวอย่างการเลือกเสื้อผ้า เมื่อเทียบกับสีมงคลทั่วไปของแต่ละวัน ก็ควรเลี่ยงสีฟ้าและสีต้องห้ามของวันนั้นๆ เช่นแต่งตัวไปทำงานในวันจันทร์: คนเกิดวันอาทิตย์จะต้องเลี่ยงสีต้องห้ามของวันจันทร์ก็คือสีแดง และสีต้องห้ามประจำวันเกิดของตัวเองซึ่งก็คือสีฟ้า นั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันวันอาทิตย์
อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และอายุ 77 ปีห้ามซื้อรถสีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 ,และ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีเขียวทุกชนิด
และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีเทา สีควันบุหรี่ เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

💛คนเกิดวันจันทร์
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเขียว เป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีดำ สีม่วงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
สีต้องห้ามคือสีแดง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันจันทร์
ช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีม่วง
และช่วงอายุย่าง 26 , 35 , 44 , 53 , 62 , 71 และ 80 ขึ้นไป สีที่ห้ามซื้อคือ สีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

💖 คนที่เกิดวันอังคาร
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีดำ หรือสีม่วง เป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีเหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทองเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีแดงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
สีต้องห้ามคือสีบรอนซ์เงิน สีขาว และสีเหลืองอ่อน

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันอังคาร
อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีดำและสีม่วง เพราะเป็นสีที่เป็นกาลกินีของบุคคลที่เกิดวันอังคาร
สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีหลืองแก่ สีแสด สีบรอนซ์ทอง
และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

💚 คนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน)
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเหลืองแก่ สีแสด เป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีดำ สีเทาเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์ทอง สีเหลืองอ่อนเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
สีต้องห้ามคือสีชมพู สีโอโรส

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันพุธ​(กลางวัน)
อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเหลืองแก่ สีแสด และสีบรอนซ์ทอง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 และ 68 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีดำ , สีเทา
และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

💚 คนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน)
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีแดง เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีดำ สีม่วงเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
สีที่ต้องห้าม คือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์เงิน สีแสด

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันพุธ​(กลางคืน)
อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีแดง เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 และอายุ 69 สีที่ห้ามซื้อคือสีขาว สีขาวนวล สีบรอนซ์เงินและสีเหลืองอ่อน
และช่วงอายุย่าง 22 , 31 , 40 ,49 ,58 และ 67ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีดำ สีม่วง เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

🎃 คนที่เกิดวันพฤหัสบดี
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีแดงเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีเขียวเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
ส่วนสีต้องห้ามคือสีดำ และสีม่วง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันพฤหัสบดี
อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีฟ้า สีน้ำเงิน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69และอายุย่าง 78 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีแดง
และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเขียวทุกชนิด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

💙 คนที่เกิดวันศุกร์
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อนเพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีชมพู และสีโอโรสเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีแสด สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง เป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
สีต้องห้ามคือสีเทา และสีดำ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันศุกร์
อายุย่าง 23 , 32 , 41 , 50 , 59 , 68 และ 77 ปีห้ามซื้อรถสีขาวนวล สีบรอนซ์เงิน สีเหลืองอ่อน เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
สำหรับช่วงอายุย่าง 24 , 33 , 42 ,51 ,60 , 69 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีชมพู สีโอโรส
และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีเหลืองแก่ สีบรอนซ์ทอง และสีแสด เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน

💜 คนที่เกิดวันเสาร์
สีที่เป็นมงคล ควรเป็นสีเทา สีดำ เพราะเป็นเดช อำนาจ และบารมี
สีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสีแห่งโชคลาภเงินทอง
สีชมพู สีโอโรสเป็นสีของมนตรี มีคนคอยช่วยเหลือ ผู้ใหญ่สนับสนุนดี
สีต้องห้ามคือสีเขียวทุกเฉด

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เกิดวันเสาร์
อายุย่าง 22 , 31 , 40 , 49 , 58 และ 67 ปีห้ามซื้อรถสีเทา สีดำ เพราะเป็นสีที่โชคร้ายในช่วงอายุที่ย่างมาถึง
สำหรับช่วงอายุย่าง 23 , 32 , 41 ,50 ,59 , 68และอายุย่าง 77 ปี สีที่ห้ามซื้อคือสีฟ้า สีน้ำเงิน
และช่วงอายุย่าง 18 , 27 , 36 ,45 ,54 , 63 และ 72ปี สีที่ห้ามซื้อคือ สีชมพู สีโอโรส เพราะเป็นสีที่โชคร้าย ในช่วงอายุที่มาถึงเช่นกัน
 ·  Translate
4 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
Clubคนรักสุขภาพ
** ปลาสวาย สุดยอดปลาโอเมก้าสูง **

ปลาน้ำจืดก็มีโอเมก้า 3 สูงเหมือนกัน โดยเฉพาะปลาสวาย ปลาช่อน ปลากะพงขาว ไม่ต้องควักตังค์ซื้อปลาทะเลแพง ๆ ก็ได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้เหมือนกัน

ส่วนใหญ่พอได้ยินคำว่า “โอเมก้า-3″ เราก็มักจะนึกถึงกรดไขมันดีที่มีอยู่ในปลาทะเล อย่าง ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแมคคาเรล ซึ่งเป็นปลาที่นำเข้าจากต่างประเทศ และมีราคาค่อนข้างสูง ไม่ค่อยมีใครนึกถึงปลาน้ำจืดของไทยว่าจริง ๆ แล้วก็มีปลาบางชนิดที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงไม่แพ้ปลาทะเลจากเมืองนอกเลยนะ

และปลาน้ำจืด ที่ว่านี้ก็คือ “ปลาสวาย” ของไทยนี่ล่ะค่ะ ซึ่งมีโอเมก้า 3 สูงถึง 2,570 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนัก 100 กรัม มากกว่าปลาทะเลอย่างปลาแซลมอนที่มีโอเมก้า 3 ราว ๆ 1,000-1,700 มิลลิกรัมเท่านั้น

นอกจาก “ปลาสวาย” แล้ว ยังมี “ปลาช่อน” ที่มีโอเมก้า 3 สูงถึง 870 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม รวมทั้งปลากะพงขาว มีโอเมก้า 3 ประมาณ 310 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม ซึ่งปลาน้ำจืดของไทยนี้หาซื้อไม่ยาก แถมยังราคาถูกกว่าปลาทะเลน้ำลึกอีกด้วย

ทีนี้หลายคนคงอยากรู้แล้วว่า “โอเมก้า 3″ มีดีอย่างไรต่อร่างกาย ได้รู้แล้วจะต้องรีบหาปลามาทานแน่ ๆ

– ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะโอเมก้า 3 จะช่วยป้องกันการสะสมของไขมันอิ่มตัว หรือคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดอุดตัน

– บำรุงสมอง เพราะกรดไขมัน DHA ในโอเมก้า 3 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมองในส่วนความจำ การเรียนรู้ ความสามารถของสมอง อารมณ์ และพฤติกรรม ดังนั้นที่เขาว่ายิ่งทานปลายิ่งฉลาด ก็น่าจะเพราะเหตุผลข้อนี้ล่ะค่ะ

– บำรุงระบบประสาทและสายตา เพราะโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อการสร้างผนังเซลล์

– กรด EPA ในน้ำมันปลา มีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคซึมเศร้า อาการขาดสมาธิ นอนไม่หลับ

– ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ

(ที่มา : กระปุกดอทคอม)
Cr.ข่าวhttps://m.facebook.com/ClubTheHealth/
 ·  Translate
12 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
ฟังธรรมวันละนิด จิตแจ่มใส
 ·  Translate
7 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
ก้อต้องอ่านเองครับถึงจะรู้ความหมาย

บันทึกจากพ่อถึงลูกที่รัก...!!!

ลูกรัก..ที่พ่อเขียนบันทึกช่วยจำฉบับนี้ให้ลูก มีเหตุผลอยู่ 3 ประการ คือ

1. สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง จะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใดไม่มีใครบอกได้ พ่อจึงคิดว่าบางเรื่องพ่อน่าจะสั่งเสียไว้ แต่เนิ่น ๆ ย่อมจะดีกว่า

2. เพราะพ่อเป็นพ่อของลูก ถ้าพ่อไม่บอกลูก ไม่มีใครหรอกที่เขาจะบอกลูกแบบที่พ่อบอก

3. สิ่งที่พ่อบันทึกไว้นี้ ล้วนเป็นประสบการณ์อันแสนเจ็บปวด ที่พ่อได้เรียนรู้มา มันจะทำให้ลูก ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนรู้มันอีกในชีวิต ของลูก ขอให้จำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ให้ดี

(1) คนที่ไม่ดีต่อเรา ไม่ต้องไปใส่ใจนัก ในชีวิตคนเราไม่มีใครมีหน้าที่ที่จะต้องมา ดีต่อเรา ยกเว้นพ่อกับแม่ของลูก สำหรับคนที่ดีกับลูก นอกจากลูกต้องหวงแหน และขอบคุณเขาแล้ว ยังต้องคอยระวังตัวไว้ด้วย เพราะคนเราทุกคนทำอะไรย่อมมีจุดประสงค์ เขาทำดีกับลูกใช่ว่าเขาจะทำเพราะชอบลูก เสมอไป ลูกต้องตระหนักจุดนี้ให้ดี อย่าเพิ่งรับเขาเป็นเพื่อนเร็วเกินไป

(2) ไม่มีคนที่ทดแทนกันไม่ได้ และไม่มีสิ่งใดที่ต้องมีให้ได้ ถ้าเข้าใจจุดนี้ หากวันใดคนข้างกายของลูกไม่ต้องการลูกอีกต่อไป หรือวันใดที่ลูกต้องเสียสิ่งที่รักที่สุดไป ลูกจะได้เข้าใจว่า นี่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรเลย

(3) ชีวิตนี้แสนสั้น หากลูกยังใช้ชีวิตอย่างไม่เห็นคุณค่า พรุ่งนี้ลูกจะพบว่าชีวิตจะหลุดลอยไปไกลยิ่งขึ้น ดังนั้นยิ่งรู้จักถนอมชีวิตเร็ว เท่าใดเวลาที่ลูกจะได้รับความสุขจากชีวิตก็ จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นหาความสุขเสียแต่วันนี้ ดีกว่านั่งหวังให้มีอายุยืนนาน

(4) ในโลกนี้ไม่มีเรื่องรักนิรันดร์กาล ความรักเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบ โดยความรู้สึกนี้ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและอารมณ์ หากสิ่งที่ลูกรักมากที่สุดจากลูกไป ขอให้รอคอยอย่างอดทน ให้เวลาช่วยชะล้าง ให้จิตใจค่อย ๆ ตกตะกอน แล้วความทุกข์ของลูกจะค่อย ๆ จางหายไป... อย่าวาดหวังความรักให้สวยเกินไป และอย่าซ้ำเติมการอกหักให้ทุกข์เกินเหตุ

(5)แม้ว่าคนหลายคนที่ประสบความสำเร็จ ในโลกนี้ไม่ได้เรียนมาสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าหากไม่ขยันเรียนแล้วจะได้ดี ความรู้คืออาวุธ คนเราอาจสู้แล้วรวย แต่ไม่มีทางรวยได้ หากปราศจากอาวุธสู้

(6)พ่อจะไม่เลี้ยงดูครึ่งหลังของชีวิตลูก เมื่อลูกโตพอจนเป็นอิสระได้แล้ว พ่อก็หมดหน้าที่แล้ว หลังจากนั้นไป ลูกจะนั่งรถเมล์หรือจะนั่งรถเบ๊นซ์ จะกินหูฉลามหรือจะกินบะหมี่ข้างถนน ลูกต้องเลือกเอง

(7) ต้องทำดีต่อผู้อื่น แต่อย่าหวังว่าผู้อื่นต้องทำดีต่อเรา เราปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร มิได้หมายความว่าผู้อื่นก็จะปฏิบัติตอบต่อเราในแบบเดียวกัน ลูกต้องเข้าใจในข้อนี้จะได้ไม่หาทุกข์ใส่ตัว โดยไม่จำเป็น

(8) พ่อซื้อล๊อตเตอรี่มาตลอดชีวิต ยังยากจนเหมือนเดิม แม้แต่รางวัลเลขท้ายยังไม่เคยถูกเลย นี่เป็นบทพิสูจน์ว่า คนเราจะเจริญก้าวหน้าได้ ต้องขยันขันแข็งอย่างเดียวเท่านั้น ในโลกนี้ไม่มีมื้อเที่ยงที่ไม่ต้องเสียตังค์ (No free lunch)

(9) ญาติ มิตร หรือสหาย ล้วนเป็นกันชาตินี้ชาติเดียว ฉะนั้นจงหวงแหนโอกาสที่ได้อยู่ด้วยกันและแสนมีค่านี้ เพราะในชาติหน้า ไม่ว่าท่านจะรักใครหรือชังใคร ท่านก็จะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก

อย่าลืมส่งให้ลูกหลานดูนะลูก..

ที่มา: บทความดีๆ จาก bit.ly/bookbotkham
 ·  Translate
11 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
🐚🐚🍃🌶ผัดหอยลายเต้าเจี้ยวพริกเผา
💧ล้างหอยลายหลายๆนำ้คนๆด้วย แต่ละครั้งใส่เกลือ เลือกเอาที่มันตายทิ้งไป จากนั้น เอาแช่นำ้ทุบพริกใส่ลงไป มันจะได้คายดินออกมา ทิ้งไว้ก่อน ค่อยมาเอาขึ้น
🔥ตั้งกระทะใส่นำ้มัน ตั้งไฟกลาง ทุบพริกกระเทียมเยอะๆจะอร่อย ใส่ลงไปเจียว เติมเต้าเจี้ยว
พริกเผา คนให้มันหอมฟุ้ง เติมนำ้ลงไป พร้อมปรุงด้วยผงปรุงรส นำ้มันหอย นำ้ปลา
นำ้ตาล เร่งไฟ ให้มันเดือดจัด เอาหอยลายใส่
ปิดฝาให้ระอุ มันจะอ้าเปลือกออก เปิดฝา
ใส่ใบโหระพา คนให้เข้ากัน ตักขึ้น อย่าผัดกันนาน เนื้อหอยจะหดเหลือตัวกะจิ๊ด


ขอขอบคุณที่มา: Phakawon Teeraphathananon‎‎‎‎ ทาง facebook.
 ·  Translate
7 comments on original post
1
Add a comment...

Wongkot Manorom

Shared publicly  - 
 
 
รู้แล้วรีบทำ!! สูตรรักษาแผลเบาหวาน ด้วยวิธีทางธรรมชาติ เพื่อเลี่ยงการถูกตัดขา…

วัตถุดิบ
1. น้ำมันมะพร้าว 1000 ซีซี หรือ 1 ลิตร
2. ไข่แดงของไข่เป็ดเบอร์ 0 4-6 ฟอง
3. เนื้อลูกหมากสดแก่ๆ 2 ลูก
4. สารส้มสตุ 1 หัวแม่โป้ง

วิธีทำ
* ใช้ผ้าขาวบาง ปูบนชามแกง
* เอาไข่แดงที่แยกเรียบร้อยแล้ว ใส่ลงบนผ้าขาวบาง แล้วตีให้เป็นเนื้อเดียวกันเบาๆ
* ทุบเนื้อหมาก ให้แตกๆ ใส่ลงไปในผ้าขาวบางที่มีไข่ตีแล้ว
* ใส่สารส้มสตุ ลงไป แล้วผูกผ้าขาวบางให้เรียบร้อย
* เอาน้ำมันมะพร้าวตั้งไฟอ่อนๆ
* เอาผ้าขาวบาง หย่อนลงไป
* รอจนน้ำมันมะพร้าวเดือดปุดๆ แล้วมีน้ำมันไข่แดงออกมา
* สังเกตว่าจะเริ่มมีฟอง ก็ใช้ได้
* น้ำมันยาที่ได้จะมีสีเหลืองๆ อมส้ม
* เอาน้ำมันที่ได้ กรอกใส่ขวดไว้เป็นยาใส่แผล

ข้อดีของการใส่แผลด้วยยาจากน้ำมันมะพร้าวผสมไข่แดง คือ…ไม่ต้องล้างและคว้านแผล
ดังนั้น แผลจะค่อยๆดูดน้ำมันยา เข้าไปหล่อเลี้ยงและฟื้นฟูแผล ตัวที่ประสานแผลคือหมาก สารส้มจะมีฤทธิ์ช่วยดูดหนอง ไข่แดงคือเลซิตินที่ทำให้เซลส์ประสาทงอกขึ้นมาและดึง
ออกซิเจนเข้าแผลได้มากยิ่งขึ้นแผลจะตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วไม่เป็นแผลเป็น
การดูแลผู้ป่วยมีแผลเบาหวาน โดยไม่ต้องไปปลูกถ่ายสเตมเซลส์ ก็ลองวิธีนี้ดูนะ รักษาดีกว่าแผนปัจจุบัน ที่ต้องขูดแผล ล้างแผลทุกวันค่ะ..วิธีนี้ล้างครั้งแรก แล้วหยอดยาได้ตลอด แผลจะค่อยๆตื้นขึ้น
 ·  Translate
28 comments on original post
1
Add a comment...
People
Have him in circles
76 people
N JPP's profile photo
Payutthapong Jakavaro's profile photo
touronthai's profile photo
mitsuo minakawa (also)'s profile photo
sumaed kiranuchitphong's profile photo
คิดฮอดเด้อิอิี มันดีตรงที่รัก's profile photo
Thawisak Vongchai's profile photo
Pichamon Boonya's profile photo
Chon Buakhao.'s profile photo
Links
Basic Information
Gender
Male