Profile cover photo
Profile photo
ธนพรคลินิก
26 followers -
ร่วมพิสูจน์ นวัตกรรมทางความงาม ที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ กับ ธนพรคลินิก
ร่วมพิสูจน์ นวัตกรรมทางความงาม ที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ กับ ธนพรคลินิก

26 followers
About
Posts

Post has attachment
โปรโมชั่นช่วยให้ผิวหน้าใส ราคาเพียงแพ็คเกจละ 1999 บาท เท่านั้น
.............................................
แพ็คเกจที่ 1 : กดสิว + มาส์กสิว (สำหรับลูกค้าเก่าผู้ถือบัตรสมาชิกธนพรคลินิกทุกประเภท )
ปกติ 6 ครั้ง 3,000 บาท พิเศษ 1,999 บาท ( เฉลี่ย 334 บาท / ครั้ง )

.............................................
แพ็คเกจที่ 2 : กดสิว + มาส์คสิว (สำหรับลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติการรักษา)
ปกติ 3 ครั้ง 3,000 บาท พิเศษ 1,999 บาท ( เฉลี่ย 667 บาท / ครั้ง )

.............................................
แพ็คเกจที่ 3 : Ionto M-Serum Plus ทรีตเมนต์ผลักตัวยาสู่เซลล์ผิวด้วยประจุไฟฟ้า ลดเลือนความหมองคล้ำ ให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใส ปกติ 6 ครั้ง 3,000 บาท พิเศษ 1,999 บาท ( เฉลี่ย 334 บาท / ครั้ง )

.............................................
แพ็คเกจที่ 4 : Phono M-Serum Plus ทรีตเมนต์ผลักตัวยาสู่เซลล์ผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย ให้กลับมาแข็งแรง ผิวหน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้น ดูขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น ปกติ 6 ครั้ง 3,000 บาท พิเศษ 1,999 บาท ( เฉลี่ย 334 บาท / ครั้ง )

.............................................
แพ็คเกจที่ 5 : Cryotherapy ทรีตเมนต์กระชับรูขุมขนด้วยความเย็นต่ำ เผยผิวนุ่มชุ่มชื้น ขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น ปกติ 6 ครั้ง 3,000 บาท พิเศษ 1,999 บาท ( เฉลี่ย 334 บาท / ครั้ง )

.............................................
แพ็คเกจที่ 6 : ทรีตเมนต์มาส์กผลัดเซลล์ผิวหน้า พร้อมฟื้นบำรุงผิวด้วยสเต็มเซลล์มาส์ก อุดมด้วย Growth Factor นานาชนิด เผยผิวขาวกระจ่างใสยิ่งกว่าเดิม ปกติ 6 ครั้ง 3,600 บาท พิเศษ 1,999 บาท ( เฉลี่ย 334 บาท / ครั้ง )

.............................................
แพ็คเกจที่ 7 : เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ยิงไปที่รากขน ให้ค่อยๆหลุดออก
( เลเซอร์อย่างเดียว / ครั้งละไม่เกิน 1200 ช็อต ) ปกติ 2 ครั้ง 3,000 บาท พิเศษ 1,999 บาท ( เฉลี่ย 1,000 บาท/ครั้ง )

.............................................
***พิเศษ
เฉพาะลูกค้า ที่ซื้อ แพ็คเก็จไหนก็ได้ราคาเดียว 1,999 บาท
--- รับสิทธิ์แลกซื้อผลิตภัณฑ์ AQUA CELL REPAIR + CELL WHITENING REGENERATOR ปกติ 6,000 บาท ในราคาพิเศษ เพียง 1,999 บาท เท่านั้น ( เปิด 1 แพ็ค รับ 1 สิทธิ์ แลกซื้อ แต่ต้องซื้อภายในวันเดียวกับที่ซื้อแพ็คเก็จ 1,999 / ไม่สามารถเก็บสิทธิ์ไปซื้อวันอื่นได้ ) -

.............................................
เงื่อนไข
- ซื้อได้ ที่ ธนพรคลินิก สาขาขอนแก่น สาขาภูเก็ต สาขา โคราช สาขาราชพฤกษ์ และสาขาบางแค เท่านั้น
- จำกัดการเปิดคอร์สราคาพิเศษ 1,999 บาท ท่านละ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 คอร์สการรักษา เท่านั้น
- คอร์สการรักษาเก็บได้นาน 6 เดือน
- กรณีเปิดคอร์สแล้วจะโอนสิทธิ์ที่เหลือให้คนอื่นจะต้องโอนส่วนที่เหลือทั้งหมดทีเดียว
- ไม่สามารถเปลี่ยนคอร์สเพื่อรับเป็นเงินสดหรือเปลี่ยนเป็นคอร์สอื่นได้
- โปรดโทรจองสิทธิ์ก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
- ซื้อได้วันนี้-24 กรกฎาคม 2559 เท่านั้น
-ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
…….........................................................
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิกที่ร่วมรายการ
Call Center 📞: 02-704-7970-2
Hot Line : 086-666-3962
Line : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
Facebook : ธนพรคลินิก
web💻 : www.tanapornclinic.com
Animated Photo
Add a comment...

Post has attachment
คุณหมอลูกเกด พญ.พชรภัทร โซ่วรชยกูล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน ผิวพรรณ และ เลเซอร์ ธนพรคลินิก
พบกับคุณหมอลูกเกด ได้ที่ ธนพรคลินิก

"ถ้าหมอเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยและดูดีขึ้นได้ หมอก็เปลี่ยนแปลงคุณให้ดูดีขึ้นได้เช่นกัน แล้วพบกันที่ ธนพรคลินิก นะคะ"

.................................................
💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Cell Center 📞: 02-704-7970-2
Hot Line 📱 : 086-666-3962
Line : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
FB : ธนพรคลินิก
web💻 : www.tanapornclinic.com
Add a comment...

Post has attachment
คุณหมอลูกหวาน พญ.บงกช เชี่ยวชาญวิชาเวท
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน ผิวพรรณ และ เลเซอร์ ธนพรคลินิก
พบกับ คุณหมอลูกหวาน ได้ที่ ธนพรคลินิก

ถ้าหมอเปลี่ยนแปลงตัวเองให้หล่อและดูดีขึ้นได้ หมอก็เปลี่ยนแปลงคุณให้ดูดีขึ้นได้เช่นกัน แล้วพบกันที่ ธนพรคลินิก นะค่ะ

.................................................
💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา
Cell Center 📞: 02-704-7970-2
Hot Line 📱 : 086-666-3962
ID Line@ : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
Facebook : ธนพรคลินิก
web💻 : www.tanapornclinic.com
Add a comment...

Post has attachment
การดูแลผิวบอบบาง แห้งหยาบ และแพ้ง่าย

มีขั้นตอนในการดูแลขั้นต้นดังนี้จ้า
1.ไม่ใช้น้ำอุ่นล้างหน้า
• เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งตึงมากขึ้น ใช้น้ำปกิดีที่สุด
• การดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ ก็ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นได้นะ
2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งที่มีผลต่อสภาพผิวบอบบาง แพ้ง่าย
• ฝุ่น ควัน แสงแดด มลภาวะต่าง ๆ
• บางทีสารเคมีในยาทาเล็บ ก็ทำให้เกิดการแพ้ได้ ต้องเลือกใช้ให้ดี
3.เลือกให้ผลิตภัณฑ์ที่วางใจได้จริงๆ ว่าอ่อนโยนต่อผิวบอบบาง
• ควรใช้ Moisturizer ที่มี Sunscreen SPF/PA+++ 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกันแสงแดด
• เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันวิจัยชั้นนำ
4.หมั่นสังเกตสภาพผิว
• ปรับเปลี่ยน ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ให้เหมาะกับสภาพอากาศ
• การใช้ Moisturizer ช่วงอากาศแห้งและเย็น ต้องใช้บ่อยกว่าปกติ
• เพราะคนที่ผิวบอบบาง ผิวจะแห้งมากกว่าและเร็วกว่าและควรดูแลอย่างต่อเนื่อง
เพียงเท่านี้ คนที่ผิวบอบบาง แห้ง และแพ้ง่าย ก็สบายใจได้หายห่วง
Photo
Add a comment...

Post has attachment
8 วิธีแก้ปัญหา “หน้ามัน” ต้องอ่าน! ถ้าคุณไม่อยากหน้ามัน

หน้าร้อนแบบนี้ เชื่อว่า สาวๆหลายคนในนี้ต้องกำลังเผชิญปัญหาหน้ามันเยิ้มทอดไข่ได้อยู่แน่ๆ วันนี้เราจึงเอาวิธีดูแลผิวหน้าให้ปราศจากความมันมาฝากกันค่ะ ถ้าทำได้ตามนี้รับรองผิวหน้าคุณจะดูดี ไม่มัน ผิวแข็งแรง และหน้าดูใสสุขภาพดีขึ้นแน่ๆ
ปกติแล้วระบบร่างกายคนเรา โดยเฉพาะใบหน้า จะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อให้ผิวพรรณของเราคงอยู่ในสภาพที่ชุ่มชื่นและถูกปกป้องจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก แต่อะไรก็ตามที่มันมากเกินไปก็มักจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี การที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป เป็นผลให้เกิดจุดด่างดำและปัญหาสิวได้ สำหรับบางคนอาจจะโชคไม่ดี เพราะเป็นคนหน้ามันโดยธรรมชาติ แต่อย่าเสียใจไป เรายังมีวิธีแก้มากมายให้คุณเปลี่ยนจากคนหน้ามันจนทอดไข่ได้ กลายมาเป็นคนมีใบหน้าสมดุลย์ ผิวเนียนใสอย่างที่ต้องการ การเคลียผิวให้มีสภาพสมดุลย์นั้นทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด แต่อาจจะต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บางอย่างที่คุณใช้อยู่ทุกวันให้เข้ากับผิวมันๆของคุณ

วิธีแก้ปัญหา
1. โฟมล้างหน้า
การล้างหน้าถือได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหาผิวมัน แต่ควรจะล้างแค่วันละสองครั้ง เช้าและก่อนนอนก็พอ การล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไปนั้น จะทำให้ผิวหน้าของคุณผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม การล้างหน้าควรล้างด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่ล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และไม่ใช้สบู่ธรรมดาในการล้างหน้า (ยกเว้นสบู่เด็ก) เพราะการใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่ที่มีค่ากรดหรือด่างมากเกินไป จะส่งผลให้ผิวของคุณผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม การเช็ดหน้าหลังล้างหน้าก็ส่งผลกับเรื่องของความมันเช่นกัน พยายามเช็ดเบาๆ หรือใช้การซับก็ได้ อย่าขยี้หน้าแรงๆ เพราะจะส่งผลให้ผิวจะผลิตความมันออกมามากเกินควรหลังจากล้างหน้าเสร็จ
และถ้าหากการใช้โฟมล้างหน้าแบบปกติไม่ช่วยให้ปัญหาหน้ามันลดน้อยลง แนะนำว่าให้เลือกโฟมล้างหน้าที่มี สารประกอบออกฤทธิ์ต่อไปนี้ benzol peroxide, salicylic acid, glycolic acid, beta-hydroxy acid
จะเห็นได้ว่าสารประกอบพวกนี้มีส่วนช่วยในการรักษาสิวทั้งนั้น ซึ่งความเป็นจริงแล้ว นอกจากผลิตภัณฑ์พวกนี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาสิวแล้ว ยังเหมาะกับการช่วยให้คนที่อยากแก้ปัญหาหน้ามันเช่นกัน เพราะสารออกฤทธ์เหล่านี้มีส่วนช่วยในการไปชะลอต่อมไขมันในผิวหนังให้ผลิตความมันน้อยลงด้วย

2. โทนเนอร์
โทนเนอร์เช็ดหน้าส่วนมากผลิตมาเพื่อเช็ดหน้าให้สะอาดหมดจดจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวหน้า ซึ่งโทนเนอร์นั้นมีส่วนผสมที่แตกต่างออกไปตามยี่ห้อ ทั้งเหมาะกับคนที่มีผิวหน้ามัน และคนที่มีผิวหน้าแห้ง (ส่วนมากจะไม่เหมาะกับคนผิวแห้งเท่าไหร่ เพราะโทนเนอร์จะมีส่วนผสมของยารักษาสิวหรือไม่ก็แอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้หน้าแห้งเข้าไปอีก แต่คลินิกบางแห่งก็มีโทนเนอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์นะ โดยเฉพาะคลินิกที่เน้นการรักษาสิวเป็นหลัก)
โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการแก้ปัญหาหน้ามันมาก ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับโฟมล้างหน้า เพราะผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบที่ช่วยในการรักษาสิวเช่น Salicylic acid, glycolic acid ซึ่งไปลดการผลิต sebum ของต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาหน้ามันแล้ว ยังช่วยลดปัญหาสิวด้วย

3. ทิชชู่เปียกสำหน้าเช็ดหน้า
ทิชชู่เปียกสำหรับเช็ดหน้าที่ขายๆ กันตามท้องตลาดนั้น บางยี่ห้อมีส่วนผสมของ salicylic acid, glycolic acid, alcohol หรือส่วนผสมที่ช่วยชะลอการทำงานของต่อมไขมันบนใบหน้า ให้ผลิตน้ำมันน้อยลง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับหน้าผู้ที่มีผิวมัน หรือคุณผู้ชายทั้งหลาย เพราะไม่ได้แต่งหน้าเหมือนคุณผู้หญิง จึงสามารถเช็ดระหว่างวันได้ หากรู้สึกหน้ามันเกินไประหว่างวัน หยิบมาเช็ดหน้าซะ นอกจากจะช่วยขจัดน้ำมันที่มากเกินไปบนใบหน้าแล้ว ยังช่วยเติมความสดชื่นกับผิวพรรณอีกด้วย

4. กระดาษซับมัน
กระดาษซับมันเป็นตัวเลือกที่หลายๆคนที่ผิวมันน่าจะชอบมากที่สุด เพราะกระดาษซับมัน นอกจากจะช่วยกำจัดน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้าแล้ว ยังไม่ทำให้หน้าแห้งเกินไปด้วย แถมยังพกพาสะดวกใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เรียกว่าเป็นวิธีแก้หน้ามันที่ดีที่สุด (อย่างน้อยก็ชั่วคราว)
การใช้กระดาษซับมันนั้น ไม่ควรไปปาดไปปาดมา ให้ใช้โดยการกดซับในบริเวณต่างๆบนผิวหน้าที่คุณรู้สึกว่ามีความมันมากเป็นพิเศษ กดซับประมาณ 10-15 วินาทีต่อจุด เพื่อที่จะให้ความมันนั้นได้มีเวลาในการเคลื่อนตัวไปยังกระดาษซับมัน การใช้กระดาษซับมันเพียง 2 – 3 นาที ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

5. แผ่นมาร์คหน้าและครีมมาร์คหน้า
แผ่นมาร์คหน้าและครีมมาร์คหน้ามักจะมีสารประกอบที่ช่วยให้ความมันของผิวหน้าลดลงหลังจากล้างหน้าและหน้าจะแห้งไปอีกซักพัก (Azelaic acid, Glycolic acid) ซึ่งจะทำให้หน้าค่อนข้างแห้งหลังใช้
และเนื่องจากส่วนผสมที่เข้มข้น (อาจจะล้างออกยากในการล้างครั้งเดียว) ในผลิตภัณฑ์ประเภทมาร์ค, การใช้แผ่นมาร์คหน้าและครีมมาร์คหน้าต่างๆ ควรจะล้างหน้าให้สะอาดหลังการใช้เสมอ เพื่อป้องกันการอุดตันของส่วนผสมที่หลงเหลือที่จะทำให้เกิดปัญหาสิวอุดตันและสิวผดได้ในภายหลัง และควรใช้ไม่บ่อยครั้งนักในหนึ่งอาทิตย์ ควรใช้ 1-2 ครั้ง เท่านั้น เนื่องจากอาจทำให้หน้าแห้งเกินไปจนเกิดอาการระคายเคืองได้

6. มอยเจอร์ไรเซอร์
เอ๊ะ! ทำไมถึงมีมอยเจอร์ไรเซอร์ในรายการที่ช่วยแก้ปัญหาหน้ามันด้วย??? อย่าเพิ่งตกใจไป มอยเจอร์ไรเซอร์ไม่ได้ทำให้หน้ามันไปกว่าเดิมอย่างที่คุณคิด มอยเจอร์ไรเซอร์แบบออยฟรีนั้นช่วยให้หน้าคุณดูมีน้ำมีนวลขึ้นได้ โดยที่ไม่สร้างความมันเพิ่มเติม คุณควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับคนที่มีผิวหน้ามัน แนะนำให้ทาในส่วนที่มันกว่าบริเวณอื่น “โดยทาให้บางกว่าปกติ” เช่น บริเวณ T-zone ส่วนในบริเวณอื่นๆที่ไม่มีความมันมากนักให้ทาในปริมาณปกติ เพื่อผิวสวย ดูดี อิ่มน้ำ

7. ครีมกันแดด แบบออยฟรี
ครีมกันแดดแบบเก่าๆ อาจสร้างปัญหาหน้ามันระหว่างวันและมีเนื้อครีมที่หยาบ แถมยังอุดตันรูขุมขนให้เกิดปัญหาสิวอีก แต่ไงก็เถอะการป้องกันผิวพรรณจากรังสี UV เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หากไม่อยากผิวคล้ำและหน้าแก่เร็ว แต่ครีมกันแดดในช่วงหลายปีหลังนี้มีการพัฒนาไปเยอะ ซึ่งมีแบบ ออยฟรี ไม่ทำให้หน้ามันระหว่างวันแถมยังปกป้องผิวคุณจากรังสี UV ได้ดีกว่าสมัยก่อนซะอีก นอกจากจะปกป้องผิวสวยของคุณแล้วยังทำให้หน้าของคุณดูดีเนียนใส ตลอดวันอีกด้วย

8. ปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลผิวหน้าตามฤดูกาล
สังเกตไหม?? ถ้าในช่วงหน้าร้อนหน้าคุณจะมันมากกว่าปกติ แต่หน้าหนาวหน้ากลับแห้งจนบางทีต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทุกเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าแห้งเกินไป? ในหน้าร้อนนั้นความร้อนและความชื้นจากอากาศบวกกันทำให้ผิวพรรณของคุณมีความมันกว่าปกติมาก ยิ่งออกกิจกรรมกลางแจ้งไม่ต้องพูดถึงเลย ทั้งเหงื่อทั้งความมันรวมกันทำให้หน้าหมองคล้ำสุดๆ แถมยังมีโอกาสเป็นสิวเพิ่มมากขึ้นด้วย

ดังนั้นในหน้าร้อนเราขอแนะนำให้ใช้วิธีต่างๆ ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้รวมกัน จะช่วยแก้ปัญหาผิวมันได้ ..ส่วนในหน้าหนาวคุณอาจจะลดปริมาณการใช้ลง หรือเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่มีส่วนผสมของพวกยารักษาสิว เช่นเปลี่ยนโฟมล้างหน้าเป็นแบบปกติหรือแบบเนื้อครีม และลดปริมาณการใช้หรือเลิกใช้กระดาษซับมัน เพื่อที่จะให้หน้าของคุณมีน้ำมันหลงเหลือไว้ปกป้องผิวหน้าของคุณบ้าง ในสภาพอากาศที่ทำให้ผิวแห้ง (ป้องกันการเกิดการระคายเคือง) จำไว้ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หน้าแห้งต่างๆนั้น (จำพวกที่ไปยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน) จะทำให้หน้าแห้งเกินไป จนเกิดการระคายเคือง เกิดสิวผด รวมไปถึงสิวอุดตัน

.................................................
💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา
Cell Center 📞: 02-704-7970-2
Hot Line 📱 : 086-666-3962
ID Line@ : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
Facebook : ธนพรคลินิก
web💻 : www.tanapornclinic.com
Photo
Add a comment...

Post has attachment
ผิวหยาบกร้าน ลอกเป็นขุย ทำอย่างไรดี ??

สาวๆบางคนมีผิวที่เนียนละเอียดชวนสัมผัส เอิบอิ่ม ชุ่มชื้น แต่ในขณะเดียวกัน สาวบางคนมีผิวแห้งกร้าน หยาบๆอย่างเห็นได้ชัด ผิวที่มีสุขภาพดีจะมีสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (Natural Moisturizing Factor, NMF) เคลือบอยู่ เพื่อคงความชุ่มชื้นของผิวไว้และจะเห็นได้ถึงความเรียบสดใส ดูเปล่งปลั่ง ผิวเนียนสวยงาม เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเนียนนุ่ม ซึ่งแสดงว่าเซลล์ผิวในขณะนั้น อยู่ในภาวะดุลยภาพ (Homeostasis) แต่หากดุลยภาพของเซลล์ผิวสูญเสียไปผิวจะแห้ง มีขุย ลอกและมีอาการคัน

สาวๆทราบไหมว่าอาการหน้าลอกเป็นขุยนั้นสามารถเกิดกับเราได้ไม่เฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดอาการหน้าลอกเป็นขุยได้ด้วย เช่น การทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน , การดื่มน้ำน้อย , การสครับผิวหน้าบ่อยๆ , การมาสก์หน้าบ่อย โดยเฉพาะสาวๆที่มีผิวหน้าแห้งยิ่งมีโอกาสเกิดปัญหาหน้าลอกได้ง่ายกว่าสาวผิวอื่นด้วย

ผู้ที่มีผิวแห้งจึงต้องให้การดูแลเป็นพิเศษก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาหรือเกิดโรคต่างๆ ตามมา ปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้ง ได้แก่ กรรมพันธุ์ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดการสร้างสารบางชนิดที่ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำที่ผิว โรคที่ทำให้ผิวหนังแห้งหรือมีขุย เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) สะเก็ดเงิน(Psoriasis)

อายุที่เพิ่มขึ้นต่อมไขมันจะสร้างไขมันน้อยลง ผิวจะบางและแห้งเซลล์ผิวกักเก็บน้ำได้น้อยลง อีกทั้งสภาพแวดล้อมต่างๆ จากอากาศหนาวเย็นทำให้ความชื้นในอากาศลดลง หากอากาศมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60% น้ำจะระเหยออกจากผิวมากขึ้น ผิวจึงสูญเสียน้ำมากขึ้นเกิดการแห้งตึงและลอก การรบกวนต่างๆจากสารเคมี เช่น การขัด การถู ก็นับว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่รบกวนผิวได้เช่นเดียวกัน

การป้องกันและการดูแลดุลยภาพผิวไม่ให้เกิดผิวแห้งคัน
1. ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะเป็นการชะล้างไขมันที่ช่วยเคลือบผิว หากผิวแห้งมากควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่
2. ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า เนื่องจากจะทำให้ไขมันซึ่งให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังสูญเสียไป ผิวจึงแห้งมากขึ้น คันเกิดการระคายเคืองได้ง่าย
3. ดื่มน้ำให้มากพอ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ร่างกายคนเรามีน้ำถึง 60-70% หากขาดน้ำความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวจะเสียไป
4. อากาศที่ขาดความชุ่มชื้น จากการอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ
5. หลีกเลี่ยงการรบกวน เช่น การอบซาวน่า ไม่ถูไม่ขัดผิว ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งลง รวมไปถึงการตากแดดหรือทำงานกลางแจ้งและการสัมผัสสารเคมีบางอย่าง
6. เลือกใช้ครีมที่ให้ความชุ่มชื้นหรือมอยส์เจอไรเซอร์
7. ทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ เพื่อช่วยให้เชลล์ผิวคงดุลภาพที่ดีอยู๋ได้อย่างยาวนาน ควรจะทาอย่างน้อยวันละสองครั้ง หากแห้งมากเป็นขุย ควรทาซ้ำบ่อยๆ ระหว่างวัน โดยไม่จำเป็นต้องล้างหน้า สามารถทาทับได้เลย
8. การรับประทานอาหารเสริมที่มีแกมม่า ไลโนเลนิค แอสิดหรืออีพีโอ (น้ำมัน ดอกอีฟนิ่งพริมโรส/ Evening Primrose Oil) อีพีโอ เป็นกรดไขมันที่จำเป็น ช่วยลดอาการผิวแห้งและผิวอักเสบ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น
ถ้ามีอาการคันไม่ควรเกาเพราะจะทำให้ผิวถลอกเกิดการอักเสบติดเชื้อได้ ปกป้อง ส่งเสริม ฟื้นฟูและแก้ไขให้ตรงจุดอย่าปล่อยให้ผิวสูญเสียดุลยภาพไปนานๆ เพราะนอกจากจะขาดความสวยงามแล้ว ยังทำให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นระคายเคืองได้ง่าย ทั้งยังทำให้ผิวแห้งกร้าน แก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอยเหี่ยวแห้ง หรือริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย เมื่อถึงจุดนั้นจะแก้ไขให้เซลล์ผิวกลับสู่ดุลยภาพ มีสุขภาพผิวที่ดีคงยากยิ่งกว่า หากมีการดูแลและปฏิบัติตามที่กล่าวมาข้างต้น ผิวก็ยังแห้ง คัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเหมาะสม

.................................................
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา
Cell Center : 02-704-7970-2
Hot Line : 086-666-3962
ID Line@ : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
Facebook : ธนพรคลินิก
web : www.tanapornclinic.com
Photo
Add a comment...

Post has attachment
ศัลยกรรมจมูก
สำหรับการศัลยกรรมตกแต่ง เสริมจมูก เสริมดั้ง ทำดั้ง หรือผ่าตัดเพื่อปรับแต่งรูปทรงจมูกให้สวยขึ้น ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่มีความต้องการเสริมจมูกควรเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเพื่อประเมินสภาพจมูกว่าสามารถทำการผ่าตัดได้หรือไม่ หรือสามารถเสริมจมูกให้โด่งได้มากน้อยเพียงใด สำหรับในคนไข้บางรายที่ต้องการเสริมดั้งให้โด่งมากๆ ต้องให้แพทย์ประเมินด้วยว่าเข้ากับรูปทรงใบหน้าของเราหรือไม่ เพราะในกรณีที่หน้าผากราบแล้วจมูกโด่งมากก็จะทำให้ดูแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ หรือบางคนที่มีฐานปีกจมูกกว้างก็จะต้องทำการผ่าตัดปีกจมูกให้เล็กลงด้วยเพื่อความสวยงาม นอกจากนี้ต้องดูว่าเข้ากับรูปหน้าของเราแล้วก็ต้องดูด้วยว่าผิวของเราบางหรือไม่ หากเป็นคนที่เนื้อน้อยหรือมีผิวบางหากเสริมดั้งโด่งเกินไป อาจทำให้จมูกทะลุได้ ดังนั้นในการตัดสินควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ก่อน

การทำศัลยกรรมจมูกมี 2 วิธี ดังนี้
1. การเสริมแบบมีแผลผ่าตัดจากด้านในจมูก (Closed Technique) : เทคนิคการผ่าตัดแบบนี้เป็นที่นิยมในประเทศไทย โดยจะเสริมจมูกด้วยการซิลิโคนใส่ซิลิโคนเข้าไปทางรูจมูก ตั้งแต่งสันจมูกไปจนถึงบริเวณปลายจมูก ในลักษณะแบบนี้ไม่ควรเสริมด้วยซิลิโคนที่ยาวเกินไปเพราะอาจเกิดความเสี่ยงทำให้ซิลิโคนทะลุได้

2. การเสริมจมูกแบบมีแผลผ่าตัดทั้งภายในและภายนอกบริเวณฐานจมูก (Open Technique) : ผู้ที่ต้องการหรือมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยน และตกแต่งปลายจมูกให้เชิดขึ้น หรือเสริมจมูกปลายหยดน้ำ แพทย์จะทำการผ่าตัดแบบ Open Technique ซึ่งเทคนิคนี้อาจจะมีแผลเล็กน้อยบริเวณฐานจมูก

เตรียมตัวก่อนการศัลยกรรมเสริมจมูก
อันดับแรก ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและบอกความต้องการของเรา เพื่อให้แพทย์ประเมินและบอกให้ทราบถึงข้อจำกัดในการเสริมจมูก หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ทั้งนี้แพทย์จะให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก

1. ก่อนเข้ารับการผ่า ให้รับประทานอาหารและน้ำให้เรียบร้อย
2. หากมีโรคประจำตัว หรือแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
3. งดรับประทานอาหารเสริม และงดยาที่ฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัว
4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุกรี่ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมจมูก 1 สัปดาห์
5. ขั้นตอนการศัลยกรรมเสริมจมูก
6. ศัลยแพทย์จะทำการประเมินรูปหน้าและทรงจมูก
7. ก่อนทำการผ่าตัดเสริมจมูก แพทย์จะทำความสะอาดจมูก หรือบริเวณที่จะผ่าตัด คนไข้ควรนอนนิ่งๆ
8. แพทย์ทำการฉีดยาชาบริเวณจมูกที่จะทำการผ่าตัด ในบางกรณีอาจเสริมยานอนหลับเพื่อให้ผู่ป่วยคลายกังวลและไม่เกร็ง
9. เมื่อฉีดยาชาแล้วศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดจะทำการเปิดแผลจากบริเวณด้านในรูจมูก แล้วเลาะเนื้อเยื่อบริเวณจมูกเพื่อใส่ซิลิโคนที่เตรียมไว้ (แพทย์จะเหลาซิลิโคนในขณะที่รอยาชาออกฤทธิ์)
10. เมื่อใส่ซิลิโคนไปแล้ว หากยังไม่สมส่วนแพทย์อาจจะเอาซิลิโคนออกมาเพื่อเหลาหรือแต่งเพื่อให้รูปทรงสวยงาม เมื่อได้ทรงตามที่แพทย์เห็นสมควรแล้วก็จะเย็บปิดแผล

การดูแลหลังเสริมจมูก ควรปฏิบัติดังนี้
หลังจากการผ่าตัดทำจมูกแล้ว เราควรปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อบาดแผล

1. การนอนควรนอนในลักษณะที่ยกศีรษะขึ้นสูงกว่าปกติ คนไข้อาจจะใช้หมอน 2 ใบซ้อนกันก็ได้
2. หลังผ่าตัดเสริมจมูกแล้ว ควรนอนหงาย หน้าตรง ประมาณ 1 สัปดาห์
3. 1 ถึง 2 วันหลังการผ่าตัด ควรใช้ผ้าเย็น หรือถุงเจลแช่เย็นห่อด้วยผ้าสะอาดประคบบริเวณรอบจมูกเพื่อช่วยลดอาการบวมหลังผ่าตัด
4. สามารถล้างหน้าได้ตามปกติเพื่อไม่ให้แบคทีเรียและเชื้อโรคหมักหมม และควรเช็ดทำความสะอาดรูจมูกด้วยสบู่อ่อนๆ
5. ในการทำกิจกรรมต่างๆ ควรใช้ระมัดระวัง เลี่ยงการกระแทก อย่างเช่น การเล่นกีฬา หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ควรเลี่ยง
6. ห้ามขยี้จมูก ในกรณีที่คนไข้มีเลือดจากๆ หรือน้ำเหลืองไหลออกให้ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่ซับ
7. ห้ามสั่งน้ำมูก ในกรณีที่คนไข้ไม่สบายควรรับประทานยาเพื่อยับยั้งและลดน้ำมูก
8. หลังการผ่าตัด ควรเลี่ยงการถูกแสงแดดนาน ประมาณ 2 เดือน (8 สัปดาห์)
9. หลังการผ่าตัด ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ อย่างเช่น ว่ายน้ำ หรือวิ่ง ประมาณ 1 เดือน และไม่ก้มหน้านานๆ
10. สำหรับ คนที่ใส่แว่น หากใส่คอนแทคเลนส์ได้ควรใส่ในระยะเวลา 6-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด ไม่ทำให้จมูกเอียงหรือจมูกเบี้ยว หากจำเป็นต้องใส่แว่นให้ใช้เทปติดยึดตัวแว่นไว้กับบริเวณหน้าผากเพื่อลดแรง กดทับสันจมูก
11. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด ของหมักดอง เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด
12. ควรมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อดูอาการและประเมินผลการผ่าตัด

หากเสริมจมูกไปแล้ว แต่ต้องการแก้ไขสามารถทำได้หรือไม่ ?
ในกรณีที่เสริมจมูกไปแล้ว เกิดความไม่พึงพอใจหรือไม่ถูกใจ สามารถแก้ไขจมูกได้ แต่ต้องรอให้ผ่านไปประมาณ 6 ถึง 8 เดือนก่อน เพื่อให้เห็นรูปจมูกมากที่สุด จะได้ทำการประเมินและแก้ไขให้ได้ผลดีที่สุด ซึ่งในกรณีแก้ไขเคสที่เสริมจมูกตกแต่งปลายด้วยกระดูกอ่อนจะแก้ไขได้ยาก เพราะกระดูกอ่อนที่เราเสริมไปนั้นจะเชื่อมรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับเนื้อ เยื่อตรงบริเวณปลายจมูก
ภาวะแทรกซ้อนหลังการเสริมจมูกที่อาจเกิดขึ้นได้

หลังการผ่าตัดเสริมมูกด้วยซิลิโคน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น จมูกเอียง จมูกมีการติดเชื้อเป็นหนอง ซิลิโคนทะลุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรรู้ไว้เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน

1. จมูกเกิดการเอียง หรือบิดเบี้ยว สาเหตุนี้อาจเกิดขึ้นการใส่ซิลิโคนที่ยาวจนเกินไป หรือเหลาซิลิโคนไม่สมส่วน หรืออาจเกิดจากกระทบกระแทกในช่วงที่จมูกซิลิโคนยังไม่เข้าที่ ในกรณีนี้แพทย์จะแนะนำให้คนไข้ดัดซิลิโคนก่อนในช่วงแรก ซึ่งวิธีการดัดจะช่วยให้ซิลิโคนกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมได้ ทำให้จมูกหายเอียงได้ ในกรณีเสริมจมูกมานานแล้วแต่มีอาการเอียง จะต้องการทำผ่าตัดแก้ไขจมูก ทำจมูกใหม่

2. เกิดการติดเชื้อหลังการผ่า ตัด หากคนไข้มีอาการปวด ให้สังเกตบริเวณจมูกมีอาการบวมและแดงหรือไม่ หากจมูกบวมผิดปกติ อาจจะต้องเอาซิลิโคนออก และรอให้แผลหายดีก่อนจึงจะสามารถทำจมูกใหม่ได้ หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าติดเชื่อไม่ควรปล่อยไว้เพราะจะทำให้เกิดโอกาสจมูก ทะลุได้ แผลจะหายช้า และรักษาได้ยากขึ้น

3. ซิลิโคนทะลุปลายจมูก เพราะซิลิโคนเป็นวัตถุแปลกปลอมที่นำเข้าไปสู่ร่างกายร่างกายจึงต่อต้าน ในกรณีที่ซิลิโคนใหญ่เกินกว่าจมูกทำให้เสี่ยงต่อการจมูกทะลุ ดังนั้นควรเลือกซิลิโคนที่พอดีกับเนื้อบริเวณจมูกของเราด้วยเพื่อป้องกัน จมูกทะลุ

.................................................
💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา
Cell Center 📞: 02-704-7970-2
Hot Line 📱 : 086-666-3962
ID Line@ : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
Facebook : ธนพรคลินิก
web💻 : www.tanapornclinic.com
Photo
Add a comment...

Post has attachment
ผลิตภัณฑ์เวชสำอางกระชับรูขุมขนและควบคุมความมันบนใบหน้า
COLLAXANTHIN HYDRATE PORE MINIMIZER
สเปรย์น้ำกระชับรูขุมขน ผสานคอลลาเจนและสารต้านอนุมูลอิสระ
กระชับรูขุมขนและควบคุมความมันบนใบหน้า พร้อมเติมความชุ่มชื้นและบำรุงเซลล์ผิวในขั้นตอนเดียว
✔ กระชับรูขุมขนและควบคุมความมันบนใบหน้า
✔ ช่วยลดการเกิดสิว และลดการอักเสบของสิว
✔ เติมความชุ่มชื้นสู่เซลล์ผิวในทันที พร้อมฟื้นบำรุงผิวหน้าให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
✔ ปกป้องผิวหน้าจากอนุมูลอิสระ คงความอ่อนเยาว์ของเซลล์ผิว
✔ ยับยังการสร้างเมลานิน ปรับสภาพสีผิวให้ขาวกระจ่างใส ความหมองคล้ำแลดูจางลง
✔ ผิวหน้าเนียนนุ่มน่าสัมผัส ริ้วรอยเล็กๆค่อยๆลดเลือนลง
.............................................
💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา
Cell Center : 02-704-7970-2
Hot Line : 086-666-3962
Line : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
FB : ธนพรคลินิก
web : www.tanapornclinic.com
Photo
Add a comment...

Post has attachment
คุณหมอปูเป้ พญ.พามวาด ถนัดค้า
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน ผิวพรรณ และ เลเซอร์ ธนพรคลินิก
พบกับ คุณหมอปูเป้ ได้ที่ ธนพรคลินิก

ถ้าหมอเปลี่ยนแปลงตัวเองให้หล่อและดูดีขึ้นได้ หมอก็เปลี่ยนแปลงคุณให้ดูดีขึ้นได้เช่นกัน แล้วพบกันที่ ธนพรคลินิก นะค่ะ

..........................................................
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา
Cell Center 📞: 02-704-7970-2
Hot Line 📱 : 086-666-3962
Line : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
Facebook : ธนพรคลินิก
web💻 : www.tanapornclinic.com
Add a comment...

Post has attachment
Magnitoporation นวัตกรรมการผลักยาเข้าสู่เชลล์ผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ที่ ธนพรคลินิก

.................................................
💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮
☎ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Cell Center 📞: 02-704-7970-2
Hot Line 📱 : 086-666-3962
Line : @tanapornclinic
IG: Tanapornclinic
Facebook : ธนพรคลินิก
web💻 : www.tanapornclinic.com
Add a comment...
Wait while more posts are being loaded