Profile cover photo
Profile photo
BumRes.com - Thailand Restaurants Guide
62,406 followers -
G+ of BumRes.com - Thailand Restaurant Guide
G+ of BumRes.com - Thailand Restaurant Guide

62,406 followers
About
Posts

Post has attachment
คือจริง  ๆ ผมไปกินร้าน Ginza Sushi Ichi แห่งนี้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาล่ะแต่เพิ่งจะมีเวลามาเขียน แต่เท่าที่ดู ๆ แล้วร้านไม่น่าจะปรับเปลียนอะไรมากมาเริ่มกันเลย

Intro : ร้าน Ginza Sushi Ichi แห่งนี้เป็นร้านซูชิ มิชลิน 1 ดาวจาก Ginza ที่มาเปิดสาขา ณ ชั้นล่างของห้าง Erawan Plaza บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ร้านนี้วัตถุดิบทุกอย่างจะบินมาจากญี่ปุ่น "ทุกวัน" และก็คนปั้นซูชิก็จะเป็นชาวอาทิตย์อุทัย "ทุกคน" ด้วยเช่นกัน 

Ambiance : ร้านจะเป็น sushi bar ขนาดใหญ่แบ่งเป็น 2 ห้อง แต่ละห้องก็จะมีเชฟญี่ปุ่นประจำอยู่ห้องละ 2 คนเบ็ดเสร็จก็เป็น 4 คน ผมไม่แน่ใจว่ามีห้องแบบนั่งรับประทานรึเปล่านะ คือพ่อครัวหนึ่งคนจะดูแลลูกค้าประมาณ 5-7 คนโดยประมาณครับ แกก็จะเตรียมวัตถุดิบ ทำกันตรงหน้าเราตามสไตล์ sushi chef table นี่แหละครับ

Menu : ทางร้านจะแบ่งเป็นเมนูมื้อกลางวันและก็มื้อเย็น ซึ่งราคามื้อกลางวันจะถูกกว่ามื้อเย็นเกือบครึ่งนึงได้ครับ มื้อกลางวันจะเริ่มที่ 
 
Tsubuki - appetizer, nigiri 8 pieces, miso soup and dessert : 1,300 THB 
Fuyou - appetizer, 2 dishes, nigiri 8 pieces, miso soup, and dessert : 2,000 บาท THB 
Botan - appetizer, assorted sashimi, 1 dish, nigiri 8 pieces, miso soup, and dessert : 3,000 THB
Omakase - Chef's choice : 4,000 THB

ส่วนมื้อเย็นจะตามนี้ครับ

Sakura Course - chef's choice : 4,000 THB
Omakase Nigiri - chef's choice sushi : 5,000 THB
Omakase - Chef's choice : 7,000 THB
Sushi Ichi Course - exclusive chef's choice : 10,000 THB

ทาง เชฟใหญ่ที่สาขาต้นตำรับ ณ Ginza นั้นจะบินมาที่เมืองไทยเดือนละครั้งและก็ถ้าใครจะกินซูชิจากปลายนิ้วของแกก็ ต้องสั่งชุด Sushi Ichi Course 10,000 THB เท่านั้นครับและก็ต้องจอง ๆ ไว้ก่อน อาหารของทางร้านก็จะมีพวกอาหารพิเศษที่ไม่ใช่ซูชิด้วยเช่นกันอย่างวันที่ผม ไปก็จะมีปูขน, หอยเม่นและก็เป๋าฮื้อให้เลือกมาลิ้มลองกัน แต่คือราคามหาโหดเหลือเกินผมเลยขอกินแต่ซูชิดีกว่า

Food : มื้อนี้ผมไปกินตอนกลางวันเมื่อนานมาล่ะ + ถ่ายรูปมามั่ว ๆ เพราะไปกัน 4 คนแต่ละคนสั่งคนละ set กันหมดเลย ตัวผมเองสั่ง set Fuyou ครับและก็เพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันก็สั่ง Tsubuki กับ Botan กันประมาณนี้ เอาเป็นว่าขอสรุปภาพรวมตามหมวดหมู่อาหารเลยดีกว่านะครับ

Appetizer : ก็จะเป็นพวกปลาย่าง, sashimi, สาหร่ายดอง, ปลา katsuo tataki อะไรประมาณนี้ครับ รสชาติจำได้ว่าไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก คืออร่อยครับแต่ไม่อื้อหือ

Sushi (Nigiri) : ผมก็ได้ลองไปประมาณ 8 คำที่อยู่ในคอร์สกับอีก 2 คำแบบสั่งเพิ่มนะครับโดยรวมแล้วซูชิของร้าน Ginza Sushi Ichi นี่ผมว่าอร่อยที่ สุดในไทยแล้วอ่ะครับทุกอย่างสมบูรณ์แบบหมดไม่ว่าจะเป็นข้าวที่แตกต่าง จากร้านอื่นในไทยตรงที่จะไปหมักกับน้ำส้มสายชูสีน้ำตาล ๆ (จำชื่อไม่ได้) , ขนาดของชิ้นปลาที่ balance กับปริมาณข้าว, การปั้นที่แบบตัว nigiri ออกมาสวยงามผสานเป็นชิ้นเดียว, ลำดับการเสิร์ฟที่ไล่มาอย่างเหมาะเหม็ง

มี อยู่คำนึงในคอร์สที่ผมประทับใจมากจนต้องสั่งเพิ่มก็คือ chutoro nigiri ซึ่งพอกินคำที่สองแล้วก็ยังคงฟินเหมือนเดิม และก็สั่ง Saba nigiri ไปเพิ่มเติม อร่อยยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน แต่คือบอกตรง ๆ ครับร้านนี้ถ้าเป็นไปได้พยายามอย่าสั่งเพิ่มเป็นคำ ๆ ครับเพราะจะโดนค่าเสียหายที่อื้อหือไม่แพ้รสชาติเลยคือ ซาบะผมโดนไป 300++ บาทต่อคำ, chutoro โดนไป 1,000++ บาทต่อคำ แพงที่สุดที่เคยเจอมาในโลกเลยก็ว่าได้ครับ

Other food : อาหารอื่น ๆ ในคอร์สก็จะมี mini don แต่ละคอร์สก็จะต่างกันมี ikura mini don, ikura + uni mini don , bara mini don (ไม่แน่ใจเขียนถูกป่าว ที่จะเป็นปลาหลาย ๆ ชนิดสับรวมกันมาน่ะครับ) ก็อร่อยดีนะครับชอบ ๆ แล้วก็จะมีไข่หวานชิ้นเล็ก ๆ กับพุดดิ้งชาเขียวหรือไอศครีมถ่านมาให้ปิดท้ายกันอย่างลงตัว

Summary : ร้าน Ginza Sushi Ichi - Bangkok นี่ผมว่าเป็นร้านซูชิที่อร่อยที่สุดในไทยล่ะ บอกตรง ๆ ตอนก่อนไปกินผมก็ไม่คิดหรอกว่าทางร้านจะทำมาตรฐานได้สูงขนาดนี้ แต่คือราคาเค้าก็ค่อนข้างสูงเพราะว่าต้นทุนเค้าก็สูงจริง ๆ ด้วย ใครอยากจะลอง sushi แท้ ๆ แบบ edomae แนะนำให้ไปลองกันดูรับ และก็ถ้าอยากประหยัดหน่อยก็ไปมื้อเที่ยงแบบผมก็น่าจะดีนะครับ
PhotoPhotoPhotoPhotoPhoto
Ginza Sushi Ichi - Bangkok
59 Photos - View album
Add a comment...

Post has attachment
ห้องอาหาร Tables Grill แห่งนี้เป็นห้องอาหารยุโรป - อาหารฝรั่งประจำโรงแรม Grand Hyatt Erawan สี่แยกราชประสงค์ที่หลาย ๆ ท่านน่าจะรู้จักกันดี ก่อนหน้านี้ร้านนี้ใช้ชื่อว่า Tables ธรรมดาแต่เนื่องจากว่าชื่อร้านดูไม่ค่อยสื่อถึงอาหารที่ทางร้านจะเน้นเป็นแนว steak, seafood grill สักเท่าไรและเพราะต้องการให้ลูกค้าฟังแล้วเข้าใจมากขึ้นก็เลยเปลี่ยนชื่อซะเลยซึ่งพอเป็นชื่อนี้แล้วก็เป็นอะไรที่นิยามร้านนี้ได้ชัดเจนขึ้นคำว่า Tables นั้นก็มาจากจุดเด่นของร้านที่จะมีโต๊ะมาปรุงอาหารให้ลูกค้ากันแบบข้าง ๆ เลยหรือที่เรียกว่า tables-side cooking ส่วน grill ก็จะเน้นลงไปที่อาหารพวก steak, seafood ของร้านนั่นเอง

การบริการของร้าน Tables Grill แห่งนี้แน่นอนว่ายอดเยี่ยมไร้ที่ติครับ สมกับเป็นห้องอาหารในโรงแรม 5 ดาวโดยไม่ต้องสงสัย ส่วนบรรยากาศร้านก็จะค่อนข้างโรแมนติค ๆ หน่อยครับเหมาะกับมากับคนรักหรือจะมาเจรจาธุรกิจก็ได้เช่นกันนะ และก็ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวหรือมีวาระพิเศษอะไรก็ตามทางร้านก็จะมีห้องส่วนตัวขนาดเล็กจุได้ 6-10 คน และขนาดใหญ่จุได้ 30-40 คนไว้รองรับอีกด้วยเช่นกัน

มื้อนี้ผมไม่ได้มารีวิวอาหารปกติของทางร้านแต่มาชิมเทศกาลพิเศษที่มีชื่อว่า "เทศกาลอาหารทะเล (Seafood Festival)" ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันศุกร์ไปทุกศุกร์จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ครับ แน่นอนครับว่าอะไรที่เป็นเทศกาล ๆ ที่ไม่ใช่เมนูปกติ ๆ นี่ต้องมีทีเด็ดอะไรกว่าปกติแน่นอนซึ่งทีเด็ดของเทศกาลนี้ก็คือ

- appetizer ชั้นเยี่ยมหลากหลายประเภทที่สามารถเติมได้ไม่อั้น
- main course ที่จะเป็นอาหารทะเลสด ๆ หลากหลายแบบนำเข้ามาในวันนั้นมาให้เราชี้นิ้วเลือกกันเหมือนอยู่ในตลาดกันเลย
- free flow champagne ที่ราคาคุ้มค่ามากถ้าใครเป็นคอแชมเปญ

ซึ่งสนนราคาของเทศกาลนี้ก็จะอยู่ที่ 3,500++ THB ต่อหัวครับ ซึ่งถ้าใครอยากจัดแชมเปญแบบเติมได้ไม่อั้นด้วยก้จ่ายเพิ่มอีก 2,999++ THB ก็จะได้ Louis Roedere, Brut, Premier, Reims, France NV มาดื่มกันแบบไม่อั้นเลย ซึ่งแชมเปญยี่ห้อนี้ผมไม่เคยเห็นในไทยนะแต่ถ้าให้เดาก็ต้องขวดละ 4,000 บาทขึ้นล่ะครับถ้าไปซื้อที่ซุปเปอร์ ก็โอเคเรื่องแชมเปญนี่คุ้มเว่อร์ไปล่ะแล้วตัวอาหารล่ะ? ก็ถ้ามาแจกแจงกันดูตัว main course ที่เป็น seafood นำเข้านี่ถ้าไปสั่งในร้านระดับนี้ก็อยู่ที่จานละ 1,500 - 2,000 บาทสบาย ๆ ล่ะ แต่นี่เราจะได้ appetizer ชั้นดีที่บางจานเป็น signature ของทางร้าน Tables Grill เองขายกันอยู่ปกติจานละเกือบพันมาให้สั่งได้ไม่อั้นด้วยแล้วคือมันจะคุ้มขนาดไหนล่ะครับเนี่ย? คือเอาเป็นว่ามื้อนี้ผมยิ่งกินผมยิ่งรู้สึกคุ้มจริง ๆ อ่ะครับมาไล่ดูกันไปเลยดีกว่า

Unlimited Appetizer

ตัวอาหารเรียกน้ำย่อยนี้จะปรุงกันที่ tables ข้าง ๆ โต๊ะลูกค้ากระจายตัวกันไปตามจุดต่าง ๆ ของทางร้าน แต่เราไม่ต้องเดินไปสั่งนะครับสั่งผ่านบริกรของทางห้องอาหารได้เลยก็จะประกอบด้วย

Oyster Tasting Bar - ตัวหอยนางรมนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แล้วแต่วันครับแต่จะมียืนพื้นอยู่ 2 ชนิดคือหอยนางรมจากฝรั่งเศส (fin de claire) กับจากเกาะ Tasmanian ประเทศออสเตรเลีย แต่วันที่ผมไปนี่พิเศษหน่อยครับมีมาให้อีกชนิดนึงจากฝรั่งเศสผมจำชื่อไม่ได้แล้วเปลือกจะคล้าย ๆ กับหอยเชลล์ ซึ่งทั้งหมดนี้แน่นอนครับว่าสดมาก ๆ แน่นอนเพราะว่าจะแกะฝากันเมื่อมี order เท่านั้น ซึ่ง 3 ชนิดนี้ก็จะมีความเค็ม, ความนุ่ม, ความหวานแตกต่างกันไปแล้วแต่คนชอบ

Tables Grill Sashimi Counter - จะเป็นซาซิมิสไตล์ยุโรปครับ ตัวปลาจะเป็นปลา Tasmanian Ocean Trout ที่ตอนแรกผมนึกว่าเป็นแซลมอน เพราะว่าเนื้อมันส้มเหมือนกันมากเลย ตัวปลาสดมาก แล่มาแบบบางกำลังดีและก็โรยมาด้วย พริกไทย เม็ดเคเปอร์ และก็บีบมะนาวอีกนิดหน่อยฟินเลย

Diver Scallop Flambe - จะเป็นการนำหอยเชลล์ตัวเขื่อง ๆ ใหญ่ ๆ หวาน ๆ ไปผัดได้ 2 แบบคือผัดกระเทียมหรือผัดซอสครีม ส่วนตัวผมชอบแบบครีมมากกว่าแบบผัดกระเทียมเพราะมันเป็นสไตล์ฝรั่งมากกว่าและก็ช่วยเค้นเอาความหวานของหอยมาได้มากกว่า แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบครับ เอาเป็นว่าแค่ได้กินหอยเชลล์ตัวเขื่อง ๆ ไม่อั้นแค่นี้ก็เยี่ยมล่ะครับ

Seafood Bisque - จานนี้คือที่สุดเลยครับบอกเลย คือโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบ lobster bisque อยู่ล่ะเท่าที่ตระเวณกินมาก็จะมีอยู่ 2 ที่ที่ผมรู้สึกว่ามันอร่อยแบบโดดเด่นจริง ๆ ซึ่งก็คือของร้าน Tables Grill นี้กับอีกร้านไม่ขอเอ่ยถึงละกันเพราะไม่เกี่ยวอะไรกับรีวิวนี้ ซึ่งพอผมได้ดูกรรมวิธีการทำ ดูวัตถุดิบที่พ่อครัวใส่แล้วก็เลยรู้เลยว่าทำไมซุปแต่ละจานมันถึงได้อร่อยขนาดนี้ ปกติแล้ว lobster bisque นั้นจะเป็น signature ของทางร้าน (ขายจานละเกือบพัน) แต่ในเทศกาลนี้จะปรับหน่อยให้ใหักับธีมเทศกาลอาหารทะเลก็เลยจะใส่เนื้อ seafood ลงไปเพิ่มเติม แต่คือรสชาติก็ยังคงอร่อยเยี่ยมเหมือนเดิมครับ

Salad Shaker - จะเป็นประมาณ mix salad เอาไปใส่ขวดแล้วเขย่า ๆ เราเลย dressing ได้ 4 แบบมาตรฐานประมาณนี้ครับ จานนี้ไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นเท่าไร แต่ก็คือเป็นจานผักหนึ่งเดียวในมื้อล่ะครับก็ต้องสั่งก็ต้องกินกันไม่งั้นก็จะไม่มี fiber กันในมื้อเลย

Main Course (Grilled, Sauteed a la meuniere, Steamed, Poached or a la mode du Chef)

ตัว main course นี้จะมี seafood สด ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาวางเรียงรายกองพะเนินอยู่บนน้ำแข็งให้เราไปเลือกกันเอาเองเลย โดยตัววัตถุดิบนี้จะเปลี่ยนไปแล้วแต่ศุกร์ แล้วแต่ว่าทางร้านได้ของจาก supplier มายังไงบ้าง ซึ่งอย่างวันที่ผมไปก็จะมี Atalantic Sea Bass, Red Mullet, Silver Jaw Snapper, John Dory, Monk Fish, Wahoo, Dover Sole, King Prawns, Half Boston Lobster ซึ่งทั้งหมดนี้ก็แน่นอนครับเป็นของนำเข้าหมด ไซส์ปลามันจะแบบใหญ่กว่าของไทยเยอะ น่ากินกว่าเยอะเลยครับ แต่คือปกติแล้ว Seafood Festival ณ Tables Grill แห่งนี้จะสั่งกันได้แค่คนละจานนะครับแต่มื้อนี้ผมได้มาคนละ 2 จานก็มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

Wahoo - ผมคิดว่าทุกท่านคงไม่เคยได้ยินปลาชนิดนี้มาก่อน ตัวผมเองก็เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน ปลาชนิดนี้นำเข้ามาจากน่านน้ำบาหลี เป็นปลาตระกูลปลาอินทรีย์ และทางร้านบอกว่ามีแค่ร้าน Tables Grill แห่งเดียวในไทยตอนนี้ที่มีปลาชนิดนี้ขาย ตัวปลาแล่มาเป็น fillet ชิ้นใหญ่ ๆ หนา ๆ แล้วนำไปย่างมาแบบสุกพอดี๊พอดี ชีวิตดี๊ดี ตัวเนื้อปลากินเปล่า ๆ ก็อร่อยล่ะครับ หรือจะกินกับซอส Hollandaise sauce ที่ให้มาด้วยกันก็เข้ากันเป็นอย่างดี ชอบมากครับปลานี้ ตอนแรกนึกว่าจะเนื้อเหมือนปลาอินทรีย์แต่มันก็ไม่ได้เหมือนสักเท่าไรนะ นุ่มกว่า

King Prawns - กุ้งกุลาดำตัวใหญ่ยักษ์ เอาไปย่างมาแล้วก็เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดและ hollandaise sauce เช่นเดิมครับ กุ้งสด เนื้อหวาน เต็มปากเต็มคำมากเลยครับ

Dover Sole - ปลาชนิดนี้ไม่ค่อยมีขายในไทยอีกเช่นเดียวกัน ลักษณะตอนเป็นตัว ๆ อยู่จะคล้าย ๆ ตระกูลปลาตาเดียวอะไรพวกนั้นครับ เนื้อก็คล้าย ๆ กัน ทางร้านจะแล่มาแบบเนียน ๆ ไม่มีก้างด้านข้างเลย กินง่าย สบาย

Boston Lobster - อันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับเอาไปย่างมาตัวล็อปสเตอร์สดอยู่แล้วเนื้อก็เลยนุ่ม หวาน อร่อย แน่นอน

มื้อนี้ปิดท้ายด้วย Dessert ที่มีให้เลือก 2 อย่างคือ Pineapple Flambe, Seasonal Fruits ก็เป็นอะไรที่ช่วยเติมเต็มกระเพาะได้เป็นอย่างดีเลยครับ

สรุป Seafood Festival หรือเทศกาลอาหารทะเล ณ Tables Grill - Grand Hyatt Erawan มื้อนี้ผมว่าเป็นอะไรที่คุ้มจริง ๆ ครับ คือตัวอาหารนี่ยอดเยี่ยมอยู่ล่ะ ผมเคยมาร้านนี้ทีนึงชอบมากจำได้ รักษาคุณภาพได้ดีเหมือนเดิม บรรยากาศ การบริการก็แบบ top notch สมระดับจริง ๆ ใครที่ปกติวันศุกร์จะจัดมื้อพิเศษกันอยู่แล้ว (ผมคนนึงล่ะ) ก็มาลองจัดมื้อพิเศษกันที่นี่ได้ครับ จัดอาหารฝรั่งอร่อย ๆ แบบไม่อั้น ตามด้วย seafood แปลก หายาก อร่อย เคล้าไปกับแชมเปญฟองฟรุ้งฟริ้งตลอดมื้อ โอ้โห จะมีมื้อไหนพิเศษกว่านี้ได้อีกล่ะครับ
PhotoPhotoPhotoPhotoPhoto
Seafood Festival - Tables Grill, Grand Hyatt Erawan Bangkok
69 Photos - View album
Add a comment...

Post has attachment
ถ้าใครชอบรับประทานอาหารยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารฝรั่งเศส ก็คงน่าจะเคยได้ยินชื่อของ Joel Robuchon กันมาแล้ว เขาผู้นี้คือชายผู้ได้ดาวมิชลินเยอะที่สุดในโลกจากร้านอาหารของเขาที่เปิด กระจายกันไปทั่วโลกในเอเชีย, ยุโรปและในอเมริกา ร้านอาหารของเขาก็จะมีค่อนข้างหลายรูปแบบเป็นแบบ Restaurant (fine dining) แบบเต็มตัว (ที่ผมรู้ก็จะมีญี่ปุ่น, มาเก๊า) แบบนั่งชิล ๆ (Le Jardin) และก็แบบเป็นคล้าย ๆ chef table เน้นการนั่งที่ counter เป็นหลัก ที่จะใช้ชื่อว่า L'Atelier de Joel Robuchon นั่นเอง ซึ่งสาขาที่ไทยก็จะเป็นแบบหลังนี่แหละครับ

ตัวผมเคยไปกิน ที่สาขาฮ่องกงมา (มิชลิน 3 ดาว) ซึ่งก็จะเป็นแบบ L'Atelier นี่แหละ พอเดินเข้าไปในสาขากรุงเทพครั้งแรกก็แบบเอ้อ ลอกกันมาเลยเพียงแต่ว่าที่สาขากรุงเทพนี่ค่อนข้างใหญ่มาก ใหญ่กว่าที่ฮ่องกงสักเท่านึงได้มั้ง (ไม่ได้ถ่ายรูปร้านมานะครับแขกนั่งเต็มร้าน ผมไปวันเสาร์เที่ยง) วันที่ผมไปผมนั่งโต๊ะเนื่องจากว่าไปกัน 6 คนถ้าไปนั่งที่ counter ก็คงจะไม่เหมาะแก่การแชร์อาหารกันทั้งในด้านแชร์การรับประทานและแชร์การถ่าย รูปครับ (แต่ถ้ามาไม่เยอะไปนั่ง counter เถอะครับเพราะว่าจะได้นั่งดูคนครัวเค้าทำอาหารกันเพลิน ๆ ระหว่างรออาหาร

การ บริการของร้าน L'Atelier de Joel Robuchon - Bangkok นี่มีกี่ดาวเอาไปเต็มดาวนั่นเลยครับ ทางร้านมีการดึงตัว GM ของร้าน Normandie มาเป็น GM ของร้านนี้แทนซะด้วย น่าเสียดายที่ตอนสุดท้ายทางร้านพลาดไปนิดนึงผมรอของหวานโคตรนาน นานจนหงุดหงิดและก็แบบผมไปกัน 6 คนแยกกันเช็คบิลก็รอกันนานจนหงุดหงิดอีกเช่นกัน ก็จากที่ดาวเต็มก็ขอลดไป 2 ดาวละกันครับหงุดหงิดกินเสร็จตั้งแต่บ่าย 2 กว่าจะได้ออกจากร้านบ่าย 3

อาหารของทางร้าน L'Atelier de Joel Robuchon - Bangkok ก็จะคล้าย ๆ กับที่ฮ่องกงที่ผมเคยไปมาครับจะแบ่งได้เป็น

- Set lunch : มีให้เลือกว่าจะเอา 2, 3 หรือ 4 course ราคาก็แพงขึ้นเป็นเงินตามตัว ถ้าเลือก 4 course ก็จะเลือก appetizer ได้ 2 อย่าง (เลือกแบบเย็นก่อนแล้วค่อยแบบร้อน) , main อย่างนึงและก็ของหวานอีกอย่างนึง ตัว set lunch เค้าน่าจะเปลี่ยนเรื่อย ๆ ทุก 3 เดือนนะครับ (เดาเอา)

- Tasting Portions : จะเป็นคล้าย ๆ a la carte แต่จะเป็นอาหารไซส์เล็กให้เราสั่งมาลองชิมเฉย ๆ
 
- A la carte : ก็ตามชื่อเลยครับ
 
- Testing menu : ก็จะมีให้เลือก 2 แบบ 5,000 บาทกับ 7,500 บาทอาหารจะมี 9 course แต่คือถ้าจะสั่ง set นี้ต้องสั่งเหมือนกันทั้งโต๊ะพี่คนนึงที่ไปด้วยกันกับผมตอนแรกแกกะจะกินแต่ ว่าทางร้านบอกไม่ได้นะจ๊ะนายจ๋าต้องสั่งทั้งโต๊ะเขาเลยต้องมากิน set lunch เหมือนกับพวกผมเอาแทน

ก็ราคาอาหารของร้าน L'Atelier de Joel Robuchon - Bangkok ก็ตามชื่อชั้น Robuchon เค้าล่ะครับแพงลากไส้อยู่แล้วแต่ถ้าเทียบกับสาขาอื่น ๆ ในโลกนี่สาขาในไทยก็น่าจะถูกที่สุดนะครับ ก็ถือว่าคุ้มอยู่ แต่ถ้าเทียบกับร้านอาหารฝรั่งเศสในไทยร้านนี้ก็แพงระดับต้น ๆ ของเมืองกรุงเราเลยล่ะครับ

มื้อนี้ขอรีวิวไล่เรียงกันไป ตามหมวดหมู่อาหารละกันครับ จานไหนผมได้ชิมก็จะเขียนบรรยายรสชาติละกัน ส่วนจานไหนไม่ได้ชิมก็ขอแค่ชื่อจานนั้น ๆ พอ หมายเหตุ มื้อนี้ผมไป 2-3 อาทิตย์แล้วครับจำไม่ค่อยได้ไม่ว่ากันนะครับ
 
หมวด Pre-Appetizer
 
- ขนมปัง : ขนมปังพนักงานจะเอาตะกร้ามาให้เลือก มีประมาณ 10 ชนิดมั้ง และก็ขนมปังเติมได้เรื่อย ๆ ขนมปังอร่อยมากครับร้านนี้เป็น one of the best ในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ (หรืออาจจะดีสุดเลยด้วยมั้ง จำไม่ได้ว่าเคยกินขนมปังอร่อย ๆ หลายชนิดแบบนี้ล่าสุดที่ไหน)
 
- Amuse Bouche :เป็นซุปอุ่น ๆ ประกอบด้วยอะไรจำไม่ได้จำได้ว่าอร่อยมากครับชอบ เวลาตักต้องตักลงไปพร้อมกันทุก layer ครับ

หมวด Appetizer เย็น (Les Entrees Froides)

- Le Goie Gras De Canard (Duck foie gras, with a duo of potatoes and smoked duck breast - supp 350 THB) : ไม่ได้กินครับ และก็มาแบบ terrine ด้วยไม่ได้เป็นชิ้น ๆ จากถ้อยคำของเพื่อนผม "เฉย ๆ"

- L'Aubergine (Onctuous eggplant caviar and crisp vegetables) : ไม่ได้กินอีกเช่นกันแต่เพื่อนที่ได้จานนี้บอกว่าอร่อยฮ่ะ

หมวด Appetizer อุ่น (Les Entrees Chaudes)

- La Chataigne (Velvety chestnut soup and onion cream) : จานนี้ผมสั่งเองเป็นซุปอุ่น ๆ creamy ๆ นิดนึงรสชาติก็ประมาณซุปฝรั่งเศสทั่วไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

- L'Qeuf De Poule (Crispy poached egg on a fine Parmesan mousse and Pata Negra ham) : จานนี้เป็น signature ของทางร้านเค้า สหายร่วมโต๊ะผมคนอื่นสั่งมากันหมด อร่อยดีครับ เจ๋งเป้งสมเป็น signature

- Les Encornets (Sauteed squid strips with violet artichokes, chorizo and "piperade" sauce) : จานนี้ของแฟนผม ไม่ค่อยอร่อยเท่าไรนะ เป็นแบบปลาหมึกผัดมาง่าย ๆ คลุกมากับผักหลากหลายชนิด ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยสักนิดเดียว เฮ้อ

หมวด จานหลัก (Les Plats)
 
- Le Grondin (Red gumard in an aromatic broth with vegetables and piperade) : จานนี้ของแฟนผมเป็นปลา gumard (คล้าย ๆ ปลากะพงแดงแต่ตัวเล็ก ๆ เนื้อคล้าย ๆ กันเลยตระกูลเดียวกัน) เสิร์ฟมาแบบมีแป้งห่อมาคล้าย ๆ แป้งเกี๊ยวและก็เสิร์ฟมาในน้ำซุปที่รสชาติคล้าย ๆ ต้มอะไรสักอย่างของไทยผมจำไม่ได้ล่ะ รสชาติประหลาดดี ไม่ค่อยมีความเป็นฝรั่งเศสสักเท่าไร
 
- Le Canard (Duck breast and foie gras served with a citrus gratin - supp 500 THB) : จานนี้ของผมเองเป็นอกเป็ดชิ้นหนา ๆ ประกบ (แปะ) มาด้วยตับห่าน และก็บีบซอสส้ม ซอสหวาน ๆ มาในจานให้ดูศวย ๆ เสิร์ฟพร้อมส้มเปรี้ยว ๆ ขม ๆ อืม จานนี้ผม..เสียดายตังค์ครับ ไม่อร่อยเลยอ่ะ โอเคเนื้ออกเป็ดนุ่ม แต่คือฟัวกราส์ไม่มีความเป็นฟัวกราส์เลย ไม่มัน ไม่อร่อย และคือพยายามกินกับซอสก็แล้ว, กินกับส้มฉุน (ไม่รู้เรียกว่าไรครับเรียกมั่ว) ก็แล้วก็ยังไม่อร่อยอยู่ดี เฮ้อ

อ้อ ทางร้านจะเสิร์ฟ mash potato มาให้ด้วยกับจานหลักทุกจาน อร่อยดีครับ เนียน นุ่ม อร่อยดี แต่ว่าเสิร์ฟมาเย็นอ่ะความอร่อยหายไปเยอะ ถ้าร้อน ๆ นี่ผมจะปลื้มมาก
 
- La Joue De Boeuf (Beef cheek braised in red wine served with potato espuma) : ไม่ได้กินครับ
 
- Le Porc (Iberico pork Pluma, aromatic garnish) : เป็นเนื้อหมูเอาไปทอดและก็หั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ และเสิร์ฟมากับผัดผักบุ้งไฟแดง! อุ๊ต๊ะ มันก็รสชาติใช้ได้นะ แต่ก็ธรรมดาไปนิด

หมวดของหวานและชีส (Le Fromage et Les Desserts)
 
ของหวานจะสามารถเลือกได้จากรถเข็นหรือไม่ก็สั่งจากเมนูเอาครับ ก็มื้อนี้ก็จะมี 4 อย่าง

- Mango (ight mango mousse, exotic fruits sorbert) : อร่อยดี

- Le Mont Blanc (Mont Blanc, chestnut cream, crisp berry meringue) : ไม่ได้กินครับ

- Le Chocolat (Light chocolate Manjari with passion fruits) : ไม่ได้กินครับ

- Le Fromage (Selection of fine imported cheeses) : จานนี้ของผมเอง ชีสอร่อยดีแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เหมือนไม่ได้เป็นชีสชั้นดีอะไรมาก (จำชื่อชีสไม่ได้นะครับ ฮ่า ๆ)

สรุป มื้อนี้ ณ L'Atelier de Joel Robuchon - Bangkok ผมรู้สึกประทับใจน้อยกว่าฮ่องกงด้วยเหตุผลดังนี้

1. อาหารที่ฮ่องกงอร่อยกว่า 
2. พนักงานที่ฮ่องกงมีอธิบายอาหารเป็นฉาก ๆ ของไทยเราเอามาวางเฉย ๆ จบค่า
3. เช็คบิลนาน ของหวานรอนาน นานมาก นานเว่อร์
4. ที่ฮ่องกงสั่ง testing menu ร่วมกันกับเมนูที่ไม่ใช่ testing menu ได้ในโต๊ะเดียวกัน

แต่ คือถ้าเทียบกับร้านฝรั่งเศสในไทยร้านนี้ก็แน่นอนว่าเป็น one of the best ล่ะครับ ใครเป็นคออาหารฝรั่งเศสแนว contemporary หน่อยก็น่าจะชอบกันล่ะครับ แต่สำหรับผมแล้วมื้อนี้ผมชอบแค่ ขนมปัง, amuse bouche, appetizer 1 อย่าง (poach egg) แค่นั้นเอง และคือผมก็ยังรู้สึกไม่ค่อยถูกโฉลกกับอาหารของ Mr. Robuchon นี่ซักทีเพราะผมเป็นคนชอบ classic French มากกว่า ก็นะไว้เดี๋ยวจะไปลองแบบที่เป็น restaurant จริงจังของเค้าที่มาเก๊ากับโตเกียวแล้วถ้ายังไม่ชอบอีกก็คงพอล่ะครับกับแบ รนด์นี้ -*-
PhotoPhotoPhotoPhotoPhoto
A'TELIER de Joel Robuchon Bangkok - Review
62 Photos - View album
Add a comment...

Post has attachment
Hanako Kappo - Japanese Restaurant at Thonglor 13, Bangkok
PhotoPhotoPhotoPhotoPhoto
Hanako Kappo
15 Photos - View album
Add a comment...

Post has attachment
Photo
Add a comment...

Post has attachment
ห่านพะโล้ร้านเก่าแก่ ร้านนี้เค้าเด็ดจริง เลือดพะโล้ก็เค็ม ๆ กินกับข้าวสวยหอมมะลิร้อน ๆ ฟินนน@ฮกกี่โภชนาถนนบรรทัดทอง

http://www.bumres.com/th/restaurant/Hokkee-Pochana/review/4430
Add a comment...

Post has attachment
Mix Grilled Seafood at Treecreeper @ Saladaeng - awesome Italian joint - for more info: http://www.bumres.com/index.php?route=restaurant%2Finformation&restaurant_id=1976
Photo
Add a comment...

Post has attachment
This must be the best Steak Tartare I have ever had - definitely a Must-Try! Made with Lean top round, cut to order prepared at the table with French fries. Indigo @ Soi Convent - For more info: http://www.bumres.com/index.php?route=restaurant%2Finformation&restaurant_id=4439
Photo
Add a comment...

Post has attachment
How about some Fish & Chips for dinner ? NZ Lemon Sole at Snapper @ Sukhumvit 11 - for more info; http://www.bumres.com/index.php?route=restaurant%2Finformation&restaurant_id=2310
Photo
Add a comment...

Post has attachment
Sushi Buffet at Shun No Mai on a holiday? - for more information: http://www.bumres.com/index.php?route=restaurant/information&restaurant_id=2164
Photo
Add a comment...
Wait while more posts are being loaded