Profile

Cover photo
นพสิทธิ์ เลิศพิริยะพร
Works at success more being
Attended หมาวิทยาลัยหอการค้าไทย
Lives in Phrae
60 followers|614,822 views
AboutPostsYouTubeReviews

Stream

 
 
หญ้าไผ่น้ำ รักษาโรคไต
หญ้าไผ่น้ำ
สรรพคุณ 
ใช้ในการรักษาโรคไต ขับปัสสาวะ ลดการอับเสบของทางเดินปัสสาวะ บำบัดอาการต่อมลูกหมากโต บรรเทาอาการบวม แก้พิษร้อนใน แก้พิษงูกัด ชาวบ้านทั่วไปใช้ในการรักษาต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ลำคออักเสบ ท้องเดิน ใช้เป็นยาทั้งต้นใช้สด หรือ ตากแห้งเก็บไว้ก็ได้ รสชาดเย็นจืด ...
วิธีต้มหญ้าไผ่น้ำ 
นำหญ้าไผ่น้ำประมาณ 100-150 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อต้ม (ควรเป็นหม้อเคลือบ) เติมน้ำสะอาด 2 ลิตร ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ต้มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วตักเอาหญ้าไผ่น้ำออก จะเห็นน้ำใส ๆ เป็นสีบานเย็นอ่อน ไม่ควรใส่น้ำตาลหรืออย่างอื่น วางทิ้งไว้ให้เย็น แล้วบรรจุขวดเข้าตู้เย็นทานได้ทุกเวลา วันละ 3-4 แก้ว อีกวิธี หนึ่งคือ ล้างใช้หญ้าไผ่น้ำ 500 กรัม (ครึ่ง กก.)างน้ำให้สะอาด ใส่น้ำลงไป 6 ลิตร ต้มเดือดแล้วเคี่ยวไป 2 ชม.ครึ่ง แล้วตักเอาหญ้าออก แล้วนำบรรจุขวดเข้าตู้เย็น ทานวันละ 1 แก้วใหญ่ สำหรับผู้ป่วยโรคไตหลังจากทานหญ้าไผ่น้ำแล้ว ประมาณ 3 เดือน ควรไปเจาะเลือดตรวจค่า ของ BUN และ CREATNINE ด้วย
หญ้าไผ่น้ำ (จุ้ยเต็กเฉ้า) มีถิ่นกำเนิดที่มณฑลกวงสี มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน มีผู้นำไปปลูกที่สิงคโปร์ เพื่อเป็นยาทานแก้พิษร้อนใน ต่อมา พบว่าเป็นยาสมุนไพร ที่สามารถขับพิษที่ตกค้างในไต ออกทางปัสสาวะ ทำให้ไตคืนสภาพเป็นปกติ หญ้าไผ่น้ำ มีลักษณะเป็นใบเรียวกลม ด้านบนของใบมีสีเขียว ด้านหลังของใบเป็นสีบานเย็น มีก้านเป็นข้อ ๆ เลื้อยไปตามพื้นดิน ก้านจะมีขนอ่อนนิด ๆ ควรปลูกในกระถางปากกว้าง
ดินลึกประมาณ ๕ นิ้ว ชอบความชุ่มชื้น แดดอ่อน แต่น้ำไม่ขัง หน้าฝนเจริญเติบโตเร็ว
ขยายพันธุ์โดยตัดก้านให้มีความยาว ๓-๔ นิ้ว ปักชำลงในดิน ประมาณ ๒ อาทิตย์ จะมีรากงอกออกมาที่ก้านตามข้อ ดังนั้น การขยายพันธุ์จึงทำได้ง่าย **
ข้อแนะนำ
ใครจะลดอัตราส่วนต้มก็ได้นะคะ ปกติคนกินเพื่อการรักษาจะกินหัวยาที่ต้มครั้งแรก วันละ 1
แก้วกาแฟประมาณ 120 ml เท่านั้น
แล้วก็อย่ากินพร้อมกับยาหมอนะคะ เพราะมันจะไปล้างฤทธิ์ของยาออกซะหมด ให้เว้นซัก 3 ชม. ค่ะ ใช้รักษาร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้นะคะ
ถ้ากินแล้วเขาฉี่เยอะอย่าตกใจนะคะ ฉี่แรกจะขุ่น นั่นคือดีค่ะ เพราะมันจะขับสิ่งสกปรกออกมาจากไตค่ะ กินๆเรื่อยๆฉี่จะใสขึ้นนะคะ
อ้อ หญ้าไผ่น้ำ แม่บอกว่ามันมีอีกพันธุ์นึงซึ่งจะมีลาย เขาเรียกปีกแมลงสาป อย่าไปกินนะคะ อันตราย
คนเป็นโรคไต กินแล้วน้ำจะเกินให้ ดูว่ากินไปแล้วมีการขับหรือฉี่ให้ เยอะให้เ่ท่ากับที่เรา ดื่มเข้าไป และการดื่มไม่ใช้ว่า ดื่มกัน 2-3 แล้วได้ผลเลย เค้าต้องดื่มกันเป็น เดือนๆนะ ต้องใจเย็นเพราะคนป่วยโรคไต มักนิสัยใจร้อน กินไม่เลือก ฉนั้นต้องกินเป็นเดือนและระวัง กินแล้วต้องฉี่ออกด้วย
หญ้าไผ่น้ำ สมุนไพรรักษาโรคไต เชียงใหม่
https://www.youtube.com/watch?v=cbiFE1wkQHc
หญ้าไผ่น้ำ สมุนไพร รักษาโรคไต เชียงใหม่
https://www.youtube.com/watch?v=LLVZDYkxK4Q
ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
http://seewecare.blogspot.com/2014/08/blog-post_50.html
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
หญ้าไผ่น้ำ สมุนไพรรักษาบำรุงไต
หญ้าไผ่น้ำ หรือ หญ้าจุยเต็กเฉ้า หรือ หญ้าดอกฮวยอะเจียเฉ้า ถิ่นกำเนิดที่มณฑลกวงสี มณฑลกวางตุ้ง และมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน เป็นไม้ล้มลุก มีลักษณะ ใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบเรียวกลม ด้านบนสีเขียว ด้านหลังสีม่วงบานเย็น มีก้านเป็นข้ออวบน้ำ เลื้อยตามดิน ก้านเถามีขนอ่อนๆ ดอกสีม่วง
ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ด้วยข้อ พบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ ข้างคันนา ริมธารน้ำหรือที่ว่างทั่วไป
หญ้าไผ่น้ำ หรือ TRADES- CANTIA FLUMINENSIS
ชื่อสามัญ RIVER SPIDERWORT-SMALL LEAF SPIDERWORT
ชื่อเรียกอีกคือ จุยเตกเฉ้า และ ฮวยเฮียะตะเจี่ยเฉ้า
ลักษณะทั่วไป
หญ้าไผ่น้ำเป็นไม้ล้มลุกจำพวกกึ่งเลื้อย ลำต้นกลม เป็นข้อปล้อง อวบนํ้า สีเขียวปนนํ้าตาล ต้นสูงไม่เกิน 1 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตามข้อ เป็นรูปรี ปลายแหลม โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้นบริเวณข้อ สีเขียวสด ใบเมื่อขยี้จะมีนํ้าลื่นคล้ายเมือก ดอก เป็นสีม่วง หรือ สีนํ้าเงิน
ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำต้น พบขึ้นทั่วไปตามที่ชื้นแฉะ ริมลำธาร หรือตามคันนา
สรรพคุณ
สรรพคุณ ใช้ในการรักษาโรคไต ขับปัสสาวะ ยังสามารถลดการอับเสบของทางเดินปัสสาวะ บำบัดอาการต่อมลูกหมากโต บรรเทาอาการบวม แก้พิษร้อนใน แก้พิษงูกัด ชาวบ้านทั่วไปใช้ในการรักษาต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ลำคออักเสบ ท้องเดิน
ใช้เป็นยาทั้งต้นใช้สด หรือ ตากแห้งเก็บไว้ก็ได้ รสชาดเย็นจืด …
วิธีต้มหญ้าไผ่น้ำ
นำหญ้าไผ่น้ำประมาณ 100-150 กรัม ล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อต้ม (ควรเป็นหม้อเคลือบ) เติมน้ำสะอาด 2 ลิตร ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ต้มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วตักเอาหญ้าไผ่น้ำออก จะเห็นน้ำใส ๆ เป็นสีบานเย็นอ่อน ไม่ควรใส่น้ำตาลหรืออย่างอื่น วางทิ้งไว้ให้เย็น แล้วบรรจุขวดเข้าตู้เย็นทานได้ทุกเวลา วันละ 3-4 แก้ว อีกวิธี หนึ่งคือ ใช้หญ้าไผ่น้ำ 500 กรัม (ครึ่ง กก.) ล้างน้ำให้สะอาด ใส่น้ำลงไป 6 ลิตร ต้มเดือดแล้วเคี่ยวไป 2 ชม.ครึ่ง แล้วตักเอาหญ้าออก แล้วนำบรรจุขวดเข้าตู้เย็น ทานวันละ 1 แก้วใหญ่ สำหรับผู้ป่วยโรคไตหลังจากทานหญ้าไผ่น้ำแล้ว ประมาณ 3 เดือน ควรไปเจาะเลือดตรวจค่า ของ BUN และ CREATNINE ด้วย
มีตำรับยาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมากมาย มีสมุนไพรเด่นที่สามารถรักษาโรคไตได้ผลดี จากผู้ที่เริ่มเป็นถึงขั้นฟอกเลือด และยังสามารถรักษาโรคเบาหวานได้อีกด้วย หญ้าไผ่น้ำเป็นยาเย็น ถ้ากินมากจะทำให้หนาวสั่น และปัสสะวะบ่อย จึงต้องกินแต่พอดี ทางแผนปัจจุบันไม่มียารักษาโรคไตได้ แค่รักษาตามอาการและควบคุมอาหาร พอสภาพไตเสื่อมถึงที่สุดจึงให้ฟอกเลือด เนื่องจากไตของคนเรามีหน้าทค่สำคัญในการล้างของเสียในเลือดที่ถูกส่งมาจากหัวใจถ้าไตเสื่อมสภาพไม่สามารถฟอกของเสียออกจากเลือดได้ทำให้เลือดมีของเสียไปหล่อเลี้ยงในร่างกาย และไตยังทำหน้าที่ให้น้ำในร่างกายระเหิด ร่างกายของคนที่มีภาวะไตเสื่อมจึงมีอาการบวมน้ำ การรักษาทางแพทย์แผนโบราณ ใช้หญ้าไผ่น้ำ ในการรักษาได้ผลเป็นที่หน้าพอใจ
ที่มา หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5
ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
https://plus.google.com/+natchaBonusaoy/posts/5X4hwbrC4CJ
 ·  Translate
12 comments on original post
5
 
 
#‪#‎สลายนิ้ว‬ ด้วยสูตรน้ำผลไม้
ผลไม้ 3ชนิด 
-น้ำมะนาว -น้ำมะเฟือง -น้ำสัยปะรด
วิธีทำ -นำทั้งสามมาผสมกันในอัตราส่วนเท่าๆกัน
สมมติ วิธีทำเพื่อจะดื่ม1วัน คุณก็ปั่นน้ำมะนาว 100มิลลิลิตร(ครึ่งแก้ว) น้ำมะเฟือง 100มล. 
น้ำสัยปะรด 100บล. ปั่นทุกอย่างเตรียมไว้ 
แล้วพอจะดื่มค่อยเอามาผสมกัน(หรือคั้น,หรือบด)
# ดื่ม วันละ 2เวลา เช้า-เย็น ก่อนอาหาร ประมาณ
15-20นาที 
# ดื่มติดต่อกัน 3-4 วัน นิ่ว ก็จะสลาย หรือหลุดออกในที่สุด โดยที่ท่านไม่ต้องเสียเงินในการผ่าตัดเลย
‪#‎ทำดูนะคะ‬. ด้วยความปราถนาดีจากเรา
สูตรสมุนไพรรักษาโรคเฉพาะทาง
จากบทความบรรยาย ดร.สนอง วรอุไร
 ·  Translate
6 comments on original post
4
 
 
อาการตาแดง…บอกโรคอะไรได้บ้าง!!

รศ.นพ.พรชัย สิมะโรจน์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายไว้ว่า



        อาการตาแดง… ไม่ได้หมายรวมแค่อาการตาแดงตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงโรคต่าง ๆ ได้ด้วย อาการตาแดง เป็นการที่เส้นเลือดที่บริเวณเยื่อบุตาขาวเกิดการขยายตัว จึงทำให้เห็นเส้นเลือดได้ชัดเจน สามารถแบ่งตาแดงออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

 
        1) ตาแดงอันตรายมาก สามารถสังเกตได้จากลักษณะอาการของคนไข้ คือ มีอาการตามัว การมองเห็นไม่ดี รู้สึกร้อนรอบตา ประกอบกับถ้าตรวจพบว่ามีเส้นเลือดแดงรอบตาดำแดงระเรื่อตลอดเวลา หนังตาบวม และขี้ตาเหลืองเขียว ก็จัดอยู่ในกลุ่มตาแดงอันตรายนี้ด้วย


        2) ตาแดงอันตรายน้อย ส่วนใหญ่อาการของตาแดงแบบอันตรายน้อยจะมีอาการเบื้องต้นพื้นฐานคือ เคืองตา คันตา หรือเกิดจากภูมิแพ้ในตา เป็นต้อเนื้อ ต้อลม ตาแดงประเภทนี้ไม่มีขี้ตา ถ้ามีก็เป็นขี้ตาแบบเหนียวใส การมองเห็นเป็นปกติ สำหรับกรณีตาแดงเนื่องจากเส้นเลือดฝอยแตกอาจมองดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วกลับไม่อันตราย เพราะสามารถหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์    

ตัวอย่างโรคที่อยู่ภายใต้อาการตาแดงอันตรายน้อย ได้แก่

        -ตาแดงจากภูมิแพ้ คือ จะมีอาการคันตา ตาบวม จะบวมมากบวมน้อยขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน ตาแดงจากภูมิแพ้จะมีตุ่มบริเวณใต้เปลือกตาบน บางรายถ้าตุ่มใหญ่มากก็จะไปถูตาดำ บางคนคันมากก็เกามาก จนเมื่อตุ่มถูกับตาดำบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เลยทำให้ตาดำถลอกได้ และสามารถลุกลามไปเป็นตาแดงอันตรายมากได้ ในบางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำมูกไหล เป็นหวัด หรือคันบริเวณอื่นด้วย

        -ตาแดงจากต้อลมและต้อเนื้อ ส่วนมากจะมีอาการระคายเคืองจากการโดนลมโดนแดด ฝุ่น ควัน หยอดตาแก้ระคายเคือง ตามคำแนะนำของแพทย์สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเจอลมเจอแดด ฝุ่น ควัน


        -ตาแดงจากเส้นเลือดฝอยแตก บางคนเส้นเลือดฝอยแตกไม่มาก บางคนแตกมาก สังเกตจากความแดงที่เห็นอาจดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วอาการไม่ได้มีความรุนแรงมาก เพราะไม่สามารถเข้าไปในตาดำได้ แต่สำหรับผู้ใหญ่บางคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือทานยารักษาโรคหัวใจบางตัว จะทำให้เลือดหยุดช้า อีกทั้งตาแดงจากเส้นเลือดฝอยแตกนี้ไม่อันตราย สามารถหายได้เองภายในเวลา 1–2 สัปดาห์ ไม่ต้องหยอดยาหรือรักษาอะไรก็ได้ แค่เอาของอุ่นประคบบ่อย ๆ เป็นต้น

        -ตาแดงตามฤดูกาล เช่น โรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตามฤดูกาล ซึ่งจะระบาดช่วงหน้าฝน จะมีขี้ตาแบบน้ำ ๆ ใส ๆ แต่ถ้ามาพบแพทย์ แพทย์จะให้น้ำตาเทียมหรือยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ หยอด ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน สำหรับวิธีการป้องกัน คือ พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยซึ่งเป็นตาแดง เพราะตาแดงประเภทนี้จะติดต่อกันผ่านทางการสัมผัส ถ้าเป็นตาแดงตามฤดูกาล แนะนำว่าควรหยุดงาน เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่ผู้อื่น ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรออกกำลังกาย เพราะจะทำให้เชื้อไวรัสมีผลต่อกล้ามเนื้อภายในร่างกายจนเกิดการอ่อนแรงได้  ที่สำคัญ คือ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และล้างบ่อย ๆ เพื่อป้องการการติดเชื้อไวรัส เป็นต้น    

 ตัวอย่างโรคที่อยู่ภายใต้อาการตาแดงอันตรายมาก ได้แก่

        -ตาแดงจากการติดเชื้อหนองใน ตาแดงประเภทนี้ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถทะลุเข้าไปในกระจกตาได้ แบคทีเรียชนิดนี้ สามารถทำลายผิวกระจกตาจนเสียหาย รุนแรงถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ มีขี้ตาเยอะมาก เช็ดออกไม่กี่นาทีก็ไหลออกมาอีก ตาแดงประเภทนี้ต้องระวังกับเด็กทารกแรกเกิด ซึ่งอาจติดเชื้อขณะคลอด หรือติดจากมารดา ส่วนผู้ใหญ่อาจรับเชื้อจากคู่นอนที่มีเชื้ออยู่แล้ว แต่ปัจจุบันนับว่าพบได้น้อย เนื่องจากเดี๋ยวนี้ทารกมีการฝากครรภ์ที่ดีก่อนคลอด ฉะนั้นผู้ที่เป็นตาแดงจากการติดเชื้อหนองในแล้วยังไม่ได้ไปทำการรักษากับแพทย์ให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วน ที่สำคัญคือต้องถามคู่นอนว่าติดเชื้อหนองในหรือไม่ เพราะเชื้อประเภทนี้จะติดอยู่ที่อวัยวะเพศด้วย หากทิ้งไว้นาน เชื้อนี้สามารถกินเนื้อตาดำได้ ซึ่งก็แล้วแต่ความรุนแรงและภูมิต้านทานของแต่ละคนด้วย หากภายใน 24–48 ชั่วโมงไม่ได้รับการรักษาเชื้ออาจทะลุตาดำโดยง่าย


        -ตาแดงจากต้อหินเฉียบพลัน อาการเบื้องต้นจะมีอาการตาแดง รอบ ๆ ตาดำจะแดงระเรื่อตลอดเวลา กระจกตาจากเดิมที่เคยใสจะมัวขุ่น รูม่านตาขยาย มีอาการปวดตา ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย รวมถึงการมองเห็นลดลงหรือแย่ลง ต้อหินเฉียบพลันเกิดจากมีความดันในลูกตาสูงกว่าปกติ จึงทำให้เกิดอาการเหล่านี้ ถ้าทิ้งไว้ไม่รักษาอาจตาบอดได้ เพราะความดันตาสูงกว่าสภาพปกติ 4–5 เท่า การรักษาจึงต้องรีบลดความดันลูกตาลง อาจใช้วิธีการทานยา ฉีดยา ยาหยอด การรักษาโดยเลเซอร์ หรือบางกรณีอาจต้องเจาะตา เพื่อลดความดันลูกตาลง

        -ตาแดงจากงูสวัด ถ้าเป็นบริเวณใบหน้า มักจะคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับลูกตา แต่บางคนมีแผลลามไปถึงบริเวณดั้งจมูก และหนังตาด้านบน ซึ่งอาจลุกลามเข้าตาได้ ในผิวกระจกตาดำจะมีลักษณะเฉพาะ คือ มีรอยแผลถลอก รูปร่างคล้ายกิ่งก้านใบไม้ โดยเชื้อไวรัสตัวนี้จะเป็นเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับเริม เมื่อตรวจพบให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาภายใน 24 ชั่วโมง ก็จะได้รับยาต้านไวรัสทำให้อาการเจ็บที่ประสาทและบริเวณที่เป็นบรรเทาลงได้.


 ·  Translate
View original post
2
 
 
สมุนไพรรักษาผมร่วงผมบางใครไม่อยากหัวล้านนำไปใช้ได้คะ

วันนี้ขอเอาใจคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วง-ผมบาง ด้วย 12 สูตรสมุนไพรแก้ผมร่วงซึ่งเป็นมีวิธีง่ายๆแต่เห็นผลเร็วมาฝากกันค่ะ 

แนะนำ 12 สูตรแก้ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย และการบำรุงผมให้แลดูสุขภาพดี 

1. ขิงแก่ เพียงแค่นำขิงจำนวน 1 แง่ง มาตำจนละเอียด จากนั้นนำไปห่อผ้าขาวบางมัดเป็นลูกประคบเตรียมไว้ ต่อมาต้มน้ำในหม้อให้เดือด โดยใส่น้ำสักครึ่งหม้อแล้วขึงผ้าขาวบางบริเวณปากหม้อ รอจนน้ำเดือดแล้วจึงเอาขิงที่ห่อผ้าขาวบ้างไว้มาวาง 

จากนั้นไอน้ำจากหม้อจะทำให้ลูกประคบขิงเกิดความร้อน แนะนำว่าควรกะความร้อนที่ผิวหนังทนได้นะคะ หลังจากนั้นนำมาประคบบริเวณที่ผมร่วงจนเย็น จึงนำกลับไปวางที่ที่ปากหม้อเพื่อรมไอน้ำต่อ ทำเช่นนี้วันละ 2 ครั้งๆละประมาณ 30 นาที ประมาณ 5 วันจะเห็นว่าผมหยุดร่วงค่ะ 

2. มะกรูด เพียงแต่นำเอาลูกมะกรูดแก่จัดมาจำนวน 2 ลูก จากนั้นนำไปย่างไฟจนลูกมะกรูดสุกนิ่มดี เมื่อได้แล้วก็นำลูกมะกรูดมาขยำๆกับน้ำอุ่น แล้วทิ้งไว้ให้เย็น ต่อมากรองเอาน้ำมันที่ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ แล้วนำมาสระผม พร้อมๆกับนวดผมให้ทั่ว จากนั้นก็สระผมด้วยแชมพูที่มีความอ่อนโยนต่อเส้นผมอีกครั้งหนึ่ง 

3. ว่านหางจระเข้ อีกหนึ่งสูตรรักษาผมร่วงและยังช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เนื่องจากว่านหางจระเข้มีสรรพคุณที่ช่วยทำให้รากผมเย็น เป็นการช่วยบำรุงต่อมที่รากผมให้มีสุขภาพดี ผมจึงดกดำเป็นเงางาม นอกจากนั้นแล้ว ยังช่วยรักษาแผลบนหนังศีรษะด้วย 

วิธีการใช้ก็เพียงแค่นำเอาต้นว่านหางจระเข้จำนวน 2 - 3 ใบมาลอกเปลือกและล้างน้ำให้สะอาด จากนัน้นำเอาวุ้นใสๆที่ได้มาขยำจนเป็นเนื้อครีมเหลวๆ เมื่อได้แล้วก็นำมาทาให้ทั่วศีรษะและเส้นผม จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 

4. ทองพันชั่ง หรือ หญ้ามันไก่ อีกหนึ่งสมุนไพรแก้ผมร่วงที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว เพียงแค่นำเอาใบทองพันชั่งมาตำจนละเอียด จากนั้นผสมน้ำเข้าไปพอเหนียว เมือ่ได้แล้วก็นำไปพอกให้ทัวศีรษะ เน้นบริเวณที่ผมร่วม จากนั้นใช้ผ้าคลุมศีรษะเอาไว้ 1 คืน พอถึงรุ่งเช้าก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำว่าควรทำติดต่อกันประมาณ 15 30 วัน แล้วคุณจะพบว่าเส้นผมจะค่อยๆหยุดร่วงไปเองค่ะ 

5. น้ำมันละหุ่ง น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก (เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ) อีกหนึ่งสูตรรักษาผมร่วงที่ค่อนข้างเห็นผลชัดเจนดีมาก เพียงแค่นำเอาน้ำมันละหุ่ง จำนวน 8 ช้อนโต๊ะ มาตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นพักลงมาจากเตา แล้วรีบใส่กระเทียมบดจำนวน 8 กลีบใหญ่ ลงไปในน้ำมันร้อนๆ ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ประมาณ 36 ชั่วโมง เมื่อได้แล้วก็นำเอาน้ำมันมานวดศีรษะให้ทั่ว แล้วใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะเอาไว้ ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็สระผมด้วยแชมพูที่มีความอ่อนโยนต่อเส้นผมอีกครั้งหนึ่ง 

6. น้ำมันมะกอก สำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วงที่ไม่รุนแรงมาก เพียงแค่ใช้น้ำมันมะกอกทาผมให้ทั่ว แล้วนวดศีรษะต่อไปอีกสักพัก จากนั้นค่อยสระผมด้วยแชมพูที่มีความอ่อนโยนต่อเส้นผม แนะนำว่าควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ประมาณ 1 เดือน ผมก็จะหายร่วงในที่สุด 

7. ผักบุ้ง หลายคนอาจไม่เคยทราบว่าผักที่เรานำมาใช้ประกอบอาหารอย่างผักบุ้งก็ช่วยแก้ผมร่วงได้เหมือนกันค่ะ เพียงแค่นำผักบุ้งมาประมาณ 1 กำมือ จากนั้นก็นำมาหั่นให้เป็นชิ้นหยาบๆ เมื่อได้แล้วก็นำมาตำให้พอคั้นน้ำได้ หลังจากนั้นคั้นน้ำแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วจึงนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ 

8. กระเทียม สมุนไพรในครัวที่ช่วยรักษาโรคภัยได้สารพัด แม้แต่อาการผมหลุดร่วงกระเทียมก็ช่วยได้เหมือนกันค่ะ เพียงแค่นำกระเทียมมาปอกเปลือกแล้วกะให้ได้สักประมาณ 1 กำมือใหญ่ๆ จากนั้นก็นำไปบดให้ละเอียด แล้วนำมาพอกให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนวดหนังศีรษะต่อด้วยน้ำมันมะกอก จากนั้นใส่หมวกอาบน้ำครอบผมทิ้งไว้ 1 คืนแล้วเข้านอน เมื่อตื่นเช้ามาให้สระผมออก แนะนำว่าควรทำซ้ำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าผมจะหยุดร่วงค่ะ 

9. มะขามป้อม อีกหนึ่งสมุนไพรแก้ผมร่วงที่รู้จักกันมานานแล้ว เพียงแค่นำลูกมะขามป้อมแห้งจำนวน 1 กำมือ จากนั้นนำไปแช่ในน้ำ 1 ขัน ทิ้งไว้ตลอดคืน รุ่งเช้าเมื่อสระผมและล้างจนสะอาดดีแล้ว ก็ให้เอาน้ำแช่มะขามป้อมราดลงไปให้ทั่วศีรษะ แล้วเช็ดผมให้แห้ง แนะนำว่าควรทำไปเรื่อยๆจนกว่าผมจะหยุดร่วง หรือจะใช้อีกสูตรคือนำมะขามป้อมมาทอดกับน้ำมันมะพร้าวจนน้ำมะขามป้อมออกมาผสมกับน้ำมัน จากนั้นก็นำน้ำมันที่ได้มาใช้ในการหมักผม โดยหมักทิ้งไว้สัก 10-15 นาที แล้วสระผม จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น

10. ดอกมะลิ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าดอกไม้หอมๆอย่างดอกมะลิจะช่วยแก้ผมร่วงได้ เพียงเลือกดอกมะลิแบบที่กำลังจะบานประมาณ 7 - 10 ดอก แล้วนำมาแช่น้ำมันมะกอกทิ้งไว้ 3 - 6 ชั่วโมง พอให้มีกลิ่นหอม เมื่อครบเวลาที่กำหนด ก็ให้ขูดผิวมะกรูดลงไปผสมด้วยเล็กน้อย จากนั้นนำไปหมักผมให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 15 - 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และสระผมให้สะอาดต่อไป 

11. กล้วยหอมสุก เพียงแค่นำกล้วยหอมที่สุกงอมมากๆแล้วนำมาบดหรือยีให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับน้ำมันมะกอกคนให้พอเข้ากันดี แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาโชลมให้ทั่วศีรษะพอหมาดๆ หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 - 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นก็สระผมด้วยแชมพูที่มีความอ่อนโยนต่อเส้นผมอีกครั้งหนึ่ง 

12. หอมหัวใหญ่ พืชที่มีปริมาณกำมะถันที่ช่วยเริ่มต้นการเจริญเติบโตของเส้นผม สำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วงหัวหอมยังช่วยกระตุ้นการทำงานของรูขุมขน และกระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่อีกด้วย เพียงแค่นำหอมหัวใหญ่ประมาณ 2 หัว มาคั้นเอาน้ำสดๆ จากนั้นนำน้ำที่คั้นได้มาโชลมให้ทั่วหนังศีรษะ แล้วค่อยๆนวดให้น้ำหัวหอมให้ซึมลงในหนังศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วจึงสระผมออก แนะนำให้ทำทุกวันจนกว่าผมจะหยุดร่วงค่ะ
 ·  Translate
5 comments on original post
5
 
ตลาดนัด คลองถม หนองม่วงไข่(Nong Muang khai Plaza)
 ·  Translate
3
 
 
"บัวบก" กับสูตรช่วยย่อยอาหาร
ตำราสมุนไพรระบุว่า เอาใบ “บัวบก” สดๆ กะจำนวนตามต้องการใช้ล้างน้ำให้สะอาด โขลกหรือปั่นจนละเอียด ใช้ผ้าขาวบางบีบคั้นเอาเฉพาะน้ำ ดื่มวันละ 1 แก้ว เวลาไหนก็ได้ จะช่วย กระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำดีอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กระบวนการย่อยอาหารดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่อยอาหารประเภทย่อยยาก เช่น เนื้อ เป็นต้น ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก และ ยังช่วยต้านสารพิษ แก้ร้อนในอันเกิดจากอาหารไม่ย่อย เมื่อ ระบบขับถ่ายเป็นปกติ สุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย
 ·  Translate
1 comment on original post
5
 
 
"สาบเสือ" แก้โรคไตขั้นแรก
ใครที่เพิ่งจะรู้ตัวว่ามีอาการของไตไม่ดี หรือ เริ่มเข้าสู่การเป็นโรคไตขั้นแรกยังไม่รุนแรง ในทางสมุนไพรพอช่วยได้ โดยให้เอา ต้นและใบของ “สาบเสือ” ไม่รวมราก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแห้ง นำไปคั่วไฟอ่อนๆ จนให้มีกลิ่นหอมโชยขึ้นจมูก ผึ่งให้เย็น ชงกับน้ำร้อนดื่มเป็นน้ำชา 3 เวลา เช้า กลางวัน และเย็น ครั้งละ 1 แก้ว ชงดื่มทุกวัน จะช่วยให้อาการของโรคไตขั้นแรกค่อยๆดีขึ้นหรืออาจหายได้
 ·  Translate
44 comments on original post
2
 
 
การเก็บข้าวสารให้ได้นาน ห่างไกลมอด วิธีการการเก็บข้าวสารให้ห่างไกลจากตัวมอดและแมลง อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ หาได้จากของเหลือใช้ในบ้าน นั่นคือ “ขวดน้ำพลาสติก” ไม่ว่าจะนำมาปลูกผัก เพาะถั่วงอก หรือ ขวดน้ำหยดรดต้นไม้ และอื่นๆ

คุณทรงฤทธิ์ ปะเทโท เกษตรกรบ้านพุธไธสง ที่มีประสบการณ์ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการปลูกข้าว การดูแลผลิตข้าว โดยเฉพาะการเก็บข้าวสารให้ได้นาน ด้วยวิธีแบบชาวบ้าน ได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการเก็บข้าวสารให้ได้นานมาแนะนำ ดังนี้

วัตถุดิบ
1. ขวดน้ำเปล่า 1 ขวด
2. ข้าวสาร 1 กิโลกรัม

วิธีการทำ
นำข้าวสาร 1 กิโลกรัม กรอกใส่ขวดน้ำ จากนั้นปิดฝาให้สนิท                     

ประโยชน์
จะช่วยป้องกันมอดได้ และสามารถเก็บข้าวสารได้หลายเดือน โดยไม่มีมอดมารบกวน

# ที่มา http://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=5710&s=tblrice
 ·  Translate
View original post
3
 
ตลาดนัด คลองถม สูงเม่น(Sungmen Plaza)
 ·  Translate
2
Education
  • หมาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    เศรษฐศาสตร์การเงิน, 2541
Basic Information
Gender
Male
Story
Tagline
สร้าง รักษา ขยาย
Bragging rights
ความคิด ความรู้ ทักษะ วินัย พลัง
Work
Occupation
Success more being
Employment
  • success more being
    Platinum (Q1), 2013 - present
    ที่ปรึกษาธุรกิจ
Places
Map of the places this user has livedMap of the places this user has livedMap of the places this user has lived
Currently
Phrae
Contact Information
Home
Mobile
0863316944
Address
308/19 กาดน้ำทอง ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ 54000
Apps with Google+ Sign-in
  • Burnout Drift
  • Asphalt 8:Airborne
  • Yu-Gi-Oh! Duel Generation
เหมาะสำหรับพาครอบครัวที่มีเด็กมาด้วย หรือ จะพาเพื่อนมา สั่งกาแฟ นั่งทาน นั่งคุยหรือทำงาน ได้ ด้วยมีที่นั่ง โซนเปิดแอร์ หรือ นั่งกินบรรยากาศด้านนอก ก็เพลินไปอีกแบบ มีให้พบประสบการณ์ ป้อนนมแกะ โดยต้องมาสั่งทางด้านในที่ขายกาแฟ ไม่แพงแค่ขวดละ20บาท ราคาเครื่องดื่ม และ อาหารถือว่าเหมาะสมไม่แพง อาหารมีเมนูไม่มากนัก
Public - a month ago
reviewed a month ago
2 reviews
Map
Map
Map